ขอแสดงความนับถือ ฉบับประจำวันที่ 10 – 16 กันยายน 2564

 

 

“แบตเทิล” กำลังฮอตและแรงส์

ฮอตและแรงส์ ระดับ

“ไม่ใครก็ใคร จะต้องสู่ขิต”

ของ 2 พระมหา “ท่านไพรวัลย์-ท่านสมปอง”

“มติชนสุดสัปดาห์” ไม่ขอตกกระแส เข้าร่วมวงฮอตและแรงส์ด้วย

โดยให้ “คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง” แห่งคอลัมน์ “ผี พราหมณ์ พุทธ” แบตเทิลกับสีกา “คำ ผกา”

ในประเด็น “2 พส.” ที่ว่า

คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง นำเสนอ “สมณสารูป : ความเป็นพระ ธรรมะ และตลกเทศนา?” (หน้า 67)

ส่วนคำ ผกา ว่าด้วย “พุทธเทียมหรือปมด้อย” (หน้า 74)

ฮอตและแรงส์ แน่นอน

 

เท่านั้นยังไม่พอ ใน “มติชนสุดสัปดาห์” ฉบับนี้ ยังมี “แบตเทิล” อีกคู่

ซึ่งก็ร้อนและแรงเช่นกัน นั่นคือ ความเป็นไปของบ้านเมือง

ผ่านการพิจารณา “ดวงเมือง”

ดวงเมืองแรก นำเสนอโดยทีมของภัณธิภร วงษ์จันทร์เพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์สากลและยูเรเนียนแห่งประเทศไทย และวรเชษฐ์ ตียเกษม ที่ปรึกษา

ดวงเมืองสอง นำเสนอโดย “นิธิ เอียวศรีวงศ์”

ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่ง

คือถึงแม้จะนำเสนอเรื่องคล้ายกัน

แต่กลับแตกต่าง พร้อมกับชี้ประเด็นฮอตและแรงส์ อย่างที่ไม่สมควรพลาด

 

ดวงเมืองแรก เป็น “โหราศาสตร์” โดยตรง

เป็นการมองผ่านภาพดวงชะตาจากโปรแกรม Solar Fire

ที่ชี้ว่า รอบเดือนกันยายนนี้ ประเทศยังหนักหน่วง

เศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำ ยังไม่ฟื้นตัว

แนวโน้มยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต และติดเชื้อสะสมยังอยู่ในเกณฑ์สูง ยังไม่น่าไว้วางใจในด้านความปลอดภัย

ประชาชนทุกคนต้องระวังอย่างเข้มงวด การ์ดอย่าตก ระวังเชื้อกลายพันธุ์

รัฐบาลอยู่ในสภาวะเหมือนถูกกดดัน บีบคั้น

แรงกดดันนี้จะส่งผลให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี อาจต้องทำอะไรบางอย่าง

ส่วนจะเป็นอะไรนั้น โปรดติดตามอ่าน “การพยากรณ์” ที่หน้า 27

 

ดวงเมืองที่สอง

ไม่เกี่ยวกับโหราศาสตร์

แต่เกี่ยวกับสถานการณ์ของบ้านเมือง ที่อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เห็นสอดคล้องกับหลายๆ คน

นั่นคือ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในเมืองไทยเวลานี้จะจบลงอย่างไร

และที่ว่า “จบ” นั้นไม่ได้แปลว่าทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมเสียด้วย

เพราะอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ยืนยันดังที่ยืนยันมาหลายครั้งว่า

“ทุกฝ่ายรู้เต็มอกแล้วว่า เมืองไทยจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว”

แต่สภาวะใหม่ที่จะเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างมั่นคงพอสมควรคืออะไร

และกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดนั้นจะเป็นอย่างไร

อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกว่า “ผมก็ไม่ทราบคำตอบ แต่จะชวนคุยให้เห็นว่า อนาคตข้างหน้าไม่ได้กระจ่างสดใสพอที่จะมองเห็นได้จากสถานการณ์ในปัจจุบัน และโอกาสพลิกผันไปในทางที่ไม่คาดฝันไว้ก็มีอยู่หลายทาง”

จึงเป็นเสมือนการมอง “ดวงเมือง” ผ่านแว่นการวิเคราะห์อันแหลมคมของ “นิธิ เอียวศรีวงศ์”

 

แม้อาจารย์นิธิจะออกตัวไว้ คือ “ผมก็ไม่ทราบคำตอบ”

แต่กระนั้น สิ่งที่เราได้อ่าน

ก็น่าจะทำให้เราเกิดมุมมอง เข้าใจ และเห็นแนวโน้มได้ตามสมควรว่า

“ไม่ใครก็ใคร จะต้องสู่ขิต” แน่นอน!?!

บทความก่อนหน้านี้“อังคณา” ถามดีอีเอส จะรับผิดชอบยังไง เคยชี้ข่าวปลดธรรมนัสเป็นข่าวปลอม