แม่หวาน ละมุนมัม : เทพธิดาแห่งไฟเปเล่

แม่หวาน ละมุนมัม

สายการบินอะโลฮา (Aloha) จากโฮโนลูลูมาถึงสนามบินฮิโร (HIRO) ด้วยเวลาประมาณ 45 นาที

กลิ่นน้ำหอมระเหยของมะพร้าวโชยไปทั่วสนามบินเล็กที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและความเรียบง่าย บรรยากาศอบอุ่นหอมกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่โชยมาผสมผสานกับกลิ่นมะพร้าวอย่างลงตัว

–ฉันขอขับรถเองนะ

หนุ่มฮามาโนะเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น

บรรยากาศที่กว้างขวาง ท้องฟ้าสีครามสดใส กลิ่นแห่งความอิสระเสรีคงเข้ามาครอบงำหนุ่มไต้หวันผู้ซึ่งเงียบขรึมมาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญยิ้มกรุ้มกริ่ม เขาเดินกางแขนเหมือนยากูซ่าเข้ามาคว้ากุญแจรถนิสสันอัลติม่า (เทียน่า) สีเลือดนกจากซาโตชิ ไปไว้ในครอบครอง แล้วก็กรีดร้อง โห่ ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขาถอดเสื้อออก เดินหมุนพวงกุญแจรถเช่าด้วยนิ้วออกจากสนามบินอย่างสนุกสนาน

ถึงแม้ซาโตชิและฮิเดมิสึดูจะตกอกตกใจอยู่พอควร แต่ไม่นานเขาทั้งสองก็เริ่มทำตามฮามาโนะด้วยการเดินกางแขนเหมือนข้านั้นเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น

ส่วนรีเอะสาวผิวขาวหุ่นเซ็กซี่นางนี้หัวเราะร่วนไม่ได้แคร์เรื่องอะไรทั้งสิ้น ขอแค่ให้ได้เคลื่อนไหวตามฮามาโนะก็สุขใจเหลือล้น

–สูบบุหรี่กัน

ฮามาโนะเริ่มเรื่องด้วยการงัดบุหรี่ซองโตออกมาแจกทุกคนในรถแล้วก็ขับไปพ่นควันไป

ควันเจ้ากรรมก็ลอยล่องมาสู่ฉันทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้เริ่มได้นรกมากมาย

 

–เอี๊ยดดด เฮ้ย!

เราทั้งห้ารวมฮามาโนะโอนเอนไปมา รถก็สั่นคลอนจากแรงเบรก

–เกิดอะไรขึ้น?

ฉันพูดโดยไม่ต้องคิด มองหน้าทุกคนที่ตกอยู่ในอาการมึนงง

แล้วฮามาโนะก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ก่อนที่คนอื่นจะหัวเราะตามอย่างไร้ความหมายกับใบหน้าซีดๆ

ฉันไม่ขำด้วยและเกลียดวิธีการแบบนี้ของญี่ปุ่นมาก ทำไมคนญี่ปุ่นต้องชอบคล้อยตามกันเช่นนี้? จะคิดแตกต่าง แตกแยกกันบ้างไม่ได้หรือไร?

 

หลังเลิกเรียนช่วงเช้า เพื่อนๆ จะรวมกลุ่มกันไปกินอาหารเที่ยงที่โรงอาหาร อาหารของมหาวิทยาลัยจะขายกันเป็นชุด เช่น ชุดเอ (อาหารประเภทปลา) หรือชุดบี (อาหารประเภทเนื้อ) หรือชุดซี (อาหารประเภทเส้น เช่น อุด้งหรือสปาเกตตี) ถ้าใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคนที่ชอบทำตัวเป็นพี่ใหญ่ หรือกร่างในกลุ่มที่เพื่อนๆ ไม่สามารถขัดได้พูดขึ้นว่า

–อยากกินชุดเอ

เพื่อนๆ ในกลุ่มทั้ง 7-8 คนที่นั่งเงียบไม่กล้าสั่งก่อนก็จะเริ่มเปิดปากพูดเป็นคำเดียวกันว่า

–ขอสั่งชุดเอค่ะ

ทุกคนมองหน้าฉันที่ยังนั่งเงียบอยู่

–เธอจะกินอะไรสุยดา

ฉันยิ้มหวานที่เพื่อนมีน้ำใจถามจึงสั่งไปว่า

–ชุดบีค่ะ

แค่นั้นเองวงแตกเลย ชิโฮเพื่อนสนิทที่สุดในกลุ่มพยายามสะกิดฉัน แต่ฉันหาได้เข้าใจไม่ ก็ฉันอยากกินในสิ่งที่ฉันจะกินนี่นา …เป็นเรื่องในทันใด ฉันถูกบีบให้แยกออกจากกลุ่ม ซึ่งฉันเองก็หาได้แคร์ไม่ ก็ฉันสอบเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ด้วยสมองของฉัน เงินค่าเทอมฉันก็จ่ายเอง แล้วทำไมฉันจะต้องมานั่งกินอาหารเหมือนเพื่อนในกลุ่มโดยที่ฉันไม่ได้อยากกินด้วยล่ะ?

ฉันอยู่คนเดียวได้ เดินคนเดียวได้ ฉันไม่เคยสนใจ หรือให้ความสำคัญเรื่องการอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนของคนญี่ปุ่น

 

รถหนุ่มฝรั่งคันหนึ่งวิ่งผ่านมาแล้วค่อยๆ ชะลอตัวลงใกล้ๆ กับรถของเราที่จอดนิ่งอยู่ ก่อนเขาจะเปิดกระจกรถแล้วชูนิ้วกลางใส่หน้าพวกเรา พร้อมตะโกนว่า

–Fuck You!

ทุกคนในรถหยุดหัวเราะ อ้าปากค้างกันแทบทุกคน อาการตกอกตกใจกลับมาแทนที่คงด้วยเพราะขับรถเร็ว ขับผิดเลน แล้วยังสูบบุหรี่พร้อมทั้งแอบซดเหล้าไปด้วย รถที่เบี้ยวไปมาคงทำให้ฝรั่งที่ขับตามมาไม่พอใจจึงชะลอรถเบียดเข้ามาแจกนิ้วกลางให้อย่างสะใจ

ซาโตชิหน้าซีดเผือด ด้วยเป็นคนรับผิดชอบในการเช่ารถเขาจึงรีบเปิดประตูรถออกมาไล่ให้ฮามาโนะไปนั่งข้างหลังกับรีเอะ ส่วนฮิเดมิสึเสนอตัวย้ายมานั่งหน้าดูแผนที่ให้ซาโตชิแทน

เด็กอายุแค่ 19-20 ปีที่ยังไม่มีประสบการณ์ และยังไม่โตพอในการใช้ชีวิต เมื่อได้รับอิสระเสรี ได้รับสิ่งของฟุ่มเฟือยเข้าอย่างกะทันหันก็บ้าได้เข้าขั้นเหมือนกันโดยเฉพาะหนุ่มไต้หวันสัญชาติญี่ปุ่นที่ถูกกดหัวมาโดยตลอด เมื่อได้มาปลดปล่อยจึงปล่อยอารมณ์ตามสัญชาตญาณดิบอย่างเต็มที่

สาวอายุย่างเบญจเพสเช่นฉัน กางหนังสือท่องเที่ยว chikyu no arukikata ของญี่ปุ่นขึ้นแล้วให้ทุกคนมาร่วมรับทราบว่าคืนนี้ฉันจะพักที่ไหน? เพราะยังไงฉันคงต้องขอแยกตัวออกมาเที่ยวเองแบบธรรมชาติในฟาร์มออร์แกนิกของชาวท้องถิ่นที่ทำเป็นโฮมสเตย์แบบเรียบง่ายดีกว่าที่จะร่วมขบวนเสี่ยงตายทำตัวน่าอับอายไปกับพวกเด็กบ้าๆ บอๆ

เขตฮิโรขึ้นชื่อว่าเป็นฝั่งตะวันออกที่ชุ่มฉ่ำชื้นไปด้วยสายฝนและภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นพร้อมที่จะระเบิดพวยพุ่งได้ตลอดเวลา อากาศที่ชุ่มฉ่ำไม่แห้งเหมือนเขตโคนะ (kona) ทำให้มีการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวกันเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยความชอบส่วนตัวที่จะนำเอาพืชผักเหล่านั้นมาปรุง ชิม ลิ้มรส แล้วคงได้เรียนรู้การนำสารพัดผักมาปรุงในแนวของฮาวายเอียน

ฉันจึงไม่รีรอที่จะแยกกลุ่มในทันที

 

ร้านอาหารริมทะเลกับโต๊ะอาหารริมหาดแบบวีไอพีที่เจ้าของรู้จักมักคุ้นกับฮิเดมิสึและซาโตชิได้บริการอย่างเยี่ยมยอดพร้อมอาหารที่ฉันชื่นชอบเต็มโต๊ะ แต่หาได้ทำให้ฉันเปลี่ยนใจในการแยกกลุ่มแต่อย่างใด

รถนิสสันอัลติมาขับผ่านเขาลูกแล้วลูกเล่าอย่างนุ่มนวลด้วยฝีมือของซาโตชิ และความเงียบสงบของผู้คนในรถ ฉันชื่นชอบบรรยากาศของฮิโรที่แปรปรวน ฝนฟ้าตกโปรยปรายอย่างไม่ทันตั้งตัว ผู้คนตามร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟจะทักทายกันเรื่องดินฟ้าอากาศเป็นประการแรก

–Hello, The weather is really good today!

–It”s raining just in the morning

หรือไม่ก็

–it”s going to be windy today wear warm clothes, take care.

ทำให้นักท่องเที่ยวเช่นเราได้ข้อมูลในการจัดการท่องเที่ยวในแต่ละวันไปด้วย

 

บ้านหลังที่ฉันหมายมั่น ตั้งอยู่บนเนินเขาเขียวขจี รอบข้างเงียบเชียบไร้สิ่งเคลื่อนไหวนอกจากเสียงหายใจของขุนเขา เจ้าของบ้านในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น อุ้มเด็กน้อยมาด้วยหนึ่งคนดูอบอุ่นเหมาะกับความอุ้ยอ้ายในน้ำหนักที่เกินตัวมาพอสมควร

–นี่ห้องเธอนะ

ฉันมองห้องที่เรียบง่ายไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ก็ได้แต่พยักหน้า แล้ววาดฝันว่าฉันจะอยู่อย่างพอเพียงและเงียบสงบที่นี่ จิตใจฉันคงโล่งโปร่งสบายไปกับการทำสมาธิทุกเช้า

–สุยดา เธอจะอยู่อย่างไร?

ซาโตชิที่ตามมาด้วยไม่ห่างเหมือนจะเป็นหนึ่งในผู้พักอาศัยเอ่ยขึ้น

–ไปด้วยกันเถอะ อย่าแยกกันเลย เธอจะอยู่ได้อย่างไร? ดูมุ้งรวดสิ? ขาดเป็นย่อมๆ ไหนจะสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่คาดฝัน สัตว์เลี้ยงในบ้านของเขาอีก แล้วนั่นเขามีเด็กเล็กอีกหลายคน เธอจะลำบากนะ ที่นี่ยังไงก็ไม่เหมาะกับเธอเลย ไปด้วยกันกับพวกเราเถอะนะ

ซาโตชิอ้อนวอนด้วยหน้าตาที่เศร้าสร้อย อิดเอือนที่จะให้ฉันขนกระเป๋าลงมาในบ้านหลังนี้

ฉันหันกลับไปที่รถมองเพื่อนทั้งสามที่ยืนอยู่รอบรถเหมือนจะคอยปกป้องไม่ให้ฉันขนกระเป๋า พวกเขานิ่งเฉยเหมือนเรายังคงอยู่ด้วยกัน ฉันไม่ได้แยกไปไหน? ฉันเยอะเกินไปหรือเปล่าหนอ…ใบหน้าอันหมองหม่นของแต่ละคนทำให้ฉันได้คิด

เจ้าของบ้านยิ้มหวานเหมือนเชิญชวนให้ฉันกลับไปอยู่กับเพื่อนๆ มากกว่าที่จะมาพักกับเขา ฉันเข้าใจความหมายนั้นก่อนยิ้มหวานและปฏิเสธไปว่า

–ไว้มีโอกาสฉันจะกลับมาเยี่ยมนะคะ

 

ทั้งซาโตชิและเจ้าของบ้านจับมือกันด้วยรอยยิ้ม ฉันโผกอดไปบนร่างกายอวบอุ่นของเจ้าของบ้านก่อนเดินจากมาที่รถ เพื่อนทั้งสามคนยังคงมีสีหน้าซีดหมองไม่เบิกบานแม้แต่น้อย ฮิเดมิสึยืนกวัดแกว่งไม้เทนนิสที่นำมาด้วยอย่างมั่วซั่ว ฮามาโนะและรีเอะยืนประชิดรถด้วยท่าทางสำนึกผิด เหมือนทั้งสองจะเดินมาขอโทษฉัน

–สุยดาจะไปกับพวกเราทุกที่นะ

ซาโตชิพูดขึ้นเบาๆ พอให้ได้ยินกันทุกคน ฉันเองก็ใจไม่ดีที่รบกวนเพื่อนให้เสียเวลาในการหาบ้านพักใหม่ กำลังยืนเก้กังอยู่ก็เห็นฮิเดมิสึขว้างไม้เทนนิสลงพงหญ้าข้างทางแล้ววิ่งเข้ามากอดฉันแน่น

–เย้ๆ ดีใจจังเราจะได้เที่ยวด้วยกัน

ฮิเดมิสึดีใจจนออกนอกหน้า รีเอะโผเข้ามากอดสมทบและตามมาด้วยฮามาโนะที่เข้ามาโอบพวกเราไว้อีกทีกับรอยยิ้มแหยๆ

–ที่แรกที่ฉันจะพาเธอไปศึกษาคือภูเขาไฟคิลาเวที่อยู่ภายในอุทยานภูเขาไฟแห่งชาติฮาวายนะ ที่นี่มีเทพธิดาแห่งไฟเปเล่ (Pele) อาศัยอยู่ในปล่องภูเขาไฟ

เทพธิดาตนนี้สวย ดื้อรั้นและน่ากลัว แต่ทั้งที่น่ากลัว ผู้คนในฮาวายต่างก็ยกย่องนับถือกันทั่วหน้า ดูเหมาะกับเธอนะ

ซาโตชิพูดเบาๆ ให้ได้ยินแค่เราสองก่อนเดินนำหน้าเข้าไปนั่งประจำที่พลขับ

บทความก่อนหน้านี้ทวีปที่สาบสูญ – นี่ไม่ใช่ความฝัน
บทความถัดไปพรึ่บทั่วเมือง! ชาวเชียงใหม่ร่วมใจผูกริบบิ้นเขียว ค้านบ้านพักเชิงดอยสุเทพ