ทรัมป์ ไล่ และสี | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ทรัมป์นี่ผมหมายถึง อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)

ส่วน ไล่ คือ ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน และ สี หมายถึง ประธานาธิบดีจีนสี จิ้นผิง (Xi Jeng Ping) ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีไต้หวันและประธานาธิบดีจีนมาเกี่ยวข้องกันอย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วอาจมีผลต่อระเบียบเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ด้านการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

 

สารตั้งต้นการเมืองระหว่างประเทศ

พลวัตการเมืองระหว่างประเทศ วันเสาร์ที่ 13 มกราคม นายไล่ ชิงเต๋อ ตัวแทนจากพรรค Democratic Progressive Party-DPP ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน

แต่ไม่ใช่เพียงไล่ ชิงเต๋อ ชนะเลือกตั้งเท่านั้น แต่มีการชนะเล็กๆ ซึ่งสำคัญต่อการเมืองสหรัฐอเมริกา นั่นคือ วันจันทร์ที่ 15 มกราคม อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันชนะระบบการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันเพื่อเป็นตัวแทนชิงชัยประธานาธิบดีที่รัฐไอโอวา (Iowa Republican caucuses) สหรัฐอเมริกา

นี่เป็นแนวโน้มให้เห็นหนทางกลับสู่ทำเนียบขาวของโดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฏขึ้นมา

การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จบลงเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ไต้หวัน แล้วตามด้วยชัยชนะของตัวแทนพรรครีพับลิกัน นักวิเคราะห์บางคนมองว่าเป็น ฝันร้าย ของจีนทีเดียว

นายไล่ ชิงเต๋อ แห่งพรรคแกนนำรัฐบาลเดิม Democratic Progressive Party-DPP ได้คะแนนเสียง 40% ชนะนาย Hou Yun ih ผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋ง (Kaomintang) และนาย Ko Wen je จากพรรค Taiwan People Party-TPP

การพ้นจากชัยชนะตำแหน่งประธานาธิบดีของนาย Hou Yun ih ช่วยให้แน่ใจว่า จีนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่และสร้างปัญหาสำคัญต่อสหรัฐอเมริกาอีกต่อไปแล้ว

นักวิเคราะห์มองว่า การมองเช่นนี้อาจเป็นการมองในแง่ดีเกินไป จะไม่เกิดวิกฤตการณ์ช่องแคบไต้หวันในปี 2024 แต่ปัญหาต่างๆ อาจวางอยู่ข้างหน้าแล้ว

อย่างน้อยชัยชนะของนายไล่ ชิงเต๋อ ตัวเขานำเสนอออกมาบ้างแล้วว่า ตัวเขาจะจัดการความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันอย่างไร

ในเวลาเดียวกัน นายไล่ ชิงเต๋อ จะต้องทำงานอย่างหนักในการรักษาสถานะภาพเดิม (status quo) ที่ยังคงความสำคัญของไต้หวันที่ไม่อ่อนข้อให้กับจีน พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากสหรัฐเมริกาและพันธมิตรทั้งทางด้านการทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ การเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจและเทคโนโลยี

ที่สำคัญมากคือ ให้แน่ใจต่อไปและมีการส่งสารแสดงถึงเสถียรภาพต่อตัวนายไล่ ชิงเต๋อ ในฐานะผู้นำคนใหม่ในทุกๆ เรื่องที่โถมเข้ามาช่วงก่อนการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง

มองมาที่จีน จีนเองมีความปรารถนาไม่ให้ไต้หวัน เป็นจุดสนใจสำคัญของการรณรงค์เลือกตั้งเบื้องต้นประธานาธิบดีและเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเดือนพฤศจิกายนปีนี้ นี่เองเป็นเหตุผลต่อการตอบสนองแบบปานกลางของทางปักกิ่ง แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว คู่แข่งขันประธานาธิบดีไต้หวันที่จีนชื่นชอบพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

แต่นักวิเคราะห์เน้นว่า การตอบสนองแบบประนีประนอมของทางปักกิ่งจะไม่ใช่สิ่งสุดท้ายตลอดไป

 

ไล่และทรัมป์

จีนเห็นว่าทั้งประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพวกที่คาดการณ์อะไรไม่ได้และเป็นศัตรูของจีนต่อการใช้กำลังของจีนต่อโลก

ตัวอย่างแรกคือ การเยือนไต้หวันมีนาคมปี 2022 โดยอดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นาย Mike Pompeo เขาเคยเสนอให้สหรัฐอเมริกาทำทันทีในการให้การยอมรับไต้หวันว่า ไต้หวันเป็นประเทศเสรีและมีอธิปไตย มีการประเมินว่า นาย Mike Pompeo ต้องได้รับตำแหน่งสำคัญในฝ่ายบริหารของพรรครีพับลิกันในอนาคต

มีการวิเคราะห์จากสถาบันวิจัย Center for Strategic and International Studies, สหรัฐอเมริกา มีความเป็นไปได้ว่า ปักกิ่งจะกดดันอย่างมากต่อนายไล่ ชิงเต๋อ แม้ว่า นายไล่ ชิงเต๋อ ก็ทำอย่างเดียวกับอดีตประธานาธิบดีไท อิงเหวิน (Tsai Ing-wen)

ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีผู้แทนรัฐสภาระดับสูงเยือนไต้หวัน หรือหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแล้ว ย่อมมีการโทรศัพท์คุยกันกับประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้งกับประธานาธิบดีไต้หวัน นายไล่ ชิงเต๋อ เหมือนๆ กับที่เราได้เห็นแบบที่ประธานาธิบดีไท อิงเหวิน ทำก่อนหน้านั้น

ส่วน Amanda Hsiao จาก Crisis Group เห็นว่า ปักกิ่งสามารถกดดันไล่ ชิงเต๋อ ช่วงเดือนพฤษภาคมก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้1

มีบางนักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 จะสนใจการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์กับจีนเรื่อง ไต้หวัน เนื่องจากนโยบายร้อนแรงนี้มีต้นทุนหลายประการในการณรงค์เพื่อนโยบายนี้

สมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลนี้ควบคุมด้วย เงิน ขอบเขตอันแรกของนโยบายต่างประเทศไม่ได้ทำการปกป้องคุณค่า (value) และ ประชาธิปไตย

แนวนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผ่านมา ยังนำไปสู่การเลือกตั้งไต้หวัน ทางปักกิ่งได้ติดต่อเกือบทุกวันกับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีการร้อฟื้นการสนทนาระหว่างทหารกับทหารทั้งสองฝ่าย ส่งประธาน Chinese Communist Party’s International Liaison Department คือ นาย Liu Jianchao ไปวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และมีการโทรศัพท์พูดคุยกันระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา นาง Gina Raimondo กับคู่เจรจาฝ่ายจีนคือ Wang Wentao

เป็นเวลาปีครึ่ง ที่ตำแหน่งของ Liu Jianchao ยังคงอยู่ต่อไป จนกระทั่งสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนนโยบายของตนเรื่องจีน สารอันนี้แสดงว่า พวกเขาทั้งสองฝ่ายต้องการการร่วมมือ

 

ทรัมป์ในสมัยที่ 2 สุดขั้ว หรือเอาแน่ไม่ได้

มีการจับจ้องคำปราศรัยสำคัญๆ ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ปรากฏว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวปราศรัยด้วยน้ำเสียงกลางๆ ในประเด็นเรื่อง นโยบายต่างประเทศ เขากล่าวว่า ไม่ว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และการที่กลุ่มฮามาสทำการโจมตีในตะวันออกกลางจะต้องไม่เกิดขึ้นเมื่อเขาได้เป็นประธานาธิบดี

โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า เขารู้จักทั้งวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) รัสเซีย และ โวโลดิมี เซเรนสกี้ (Volodymye Zelenskyy) ยูเครน เป็นอย่างดี โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าเขาสามารถยุติสงครามได้ โดยเขาจะเข้าไปแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว2

ทรัมป์กับสี ส่วนจีน ทรัมป์กล่าวว่า เราจะไม่อนุญาตให้จีนทำในสิ่งที่พวกเขาชอบทำ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ตัวเขาไปด้วยกันได้ดีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เขาเห็นว่า ประธานาธิบดีสีเป็นผู้นำที่เข้มแข็งมาก และ เรา (หมายถึงเขาและประธานาธิบดีสี-ขยายความโดยผู้เขียน) กำลังทำสิ่งต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา

ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์เรื่องเงินเฟ้อรุนแรงมาก เรื่องราคาพลังงานสูง และการไหลเข้ามาของผู้อพยพทางพรมแดนทางใต้ของสหรัฐอเมริกา ด้านนโยบายต่างประเทศ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสารออกมาว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่เข้าสู่สงครามระหว่างช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

เขากล่าวว่า “…ความจริง ประเทศของเราอยู่ในฐานะที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่เคยอยู่ในฐานะอันตรายแบบนี้…เรามีโอกาสอยู่ในสงครามโลกครั้งที่ 3 ด้วยกำลังอาวุธ เหมือนที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน…”

โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสถานีโทรทัศน์ FOX TV3 “…เราไม่มีสงคราม เราอธิบายตัวเองเป็น หนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร (unique)…เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า เขาเป็นหนึ่งในบรรดาประธานาธิบดีที่ไม่ให้ประเทศมีสงคราม…”

 

เอาแน่ไม่ได้หรือย้อนแย้ง

น่าสนใจ ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มและปรารถนาอยู่นอกเหตุการณ์สงครามนอกประเทศ ดูเหมือนเชื่อในลัทธิโดดเดี่ยว (Isolationism)

แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีสมัยแรกเขายึดนโยบาย คนอเมริกันมาก่อน (American First) นโยบายหลักนี้เองที่ต้องการให้เขาเองทำตัวก้าวร้าวต่อจีน แล้วในสมัยที่ 2 นโยบายหลักนี้สามารถก่อความยุ่งยากในนโยบายต่างประเทศของเขาได้

นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้เกลียดจีน ความจริงเขาชอบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แต่นโยบาย คนอเมริกันเป็นอันดับแรก (American First People) ไม่ชอบจีน เพราะพวกเขาเห็นอันตรายต่างๆ จากจีน4

ดังนั้น ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ อาจต้องการเจือจางนโยบายคนอเมริกันสนับสนุนไต้หวัน ถ้าเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง คนอเมริกันเป็นอันดับแรกทั้งหมดไม่ต้องการถอนตัวออกจากไต้หวัน โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำอย่างไรกับ หลักการอันย้อนแย้งนี้

ไล่ รวมกับทรัมป์สร้างความหลาดระแวงให้สี เป็นอย่างมาก

 


1“This Week in Conflict & Crisis” Crisis Group, 19 January 2024.

2Ken Moriyasu, “Trump wins Iowa as Republican primary cycle kicks off” Nikkei Asia, 16 January 2024, : 2.

3Ibid.,

4ความเห็นของ Robert Sutter เขาเป็นศาสตราจารย์ด้าน International Affairs ที่ the Elliot School of George Washington University สหรัฐอเมริกา