การ์ตูนที่รัก/Metropolis

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Metropolis

มังงะ Lost World, Metropolis และ Next World (หรือ Future World) เป็นหนังสือการ์ตูน 3 เล่มที่ โอซามุ เท็ตซึกะ (Osamu Tezuka 1928-1989) เขียนขึ้นระหว่างทศวรรษที่ 1940-1950

เล่มที่สอง Metropolis

หนังสือเปิดเรื่องด้วยคำบรรยายของ ดร.เบลล์ เล่าเรื่องโลกมนุษย์ครั้งไดโนเสาร์ครองโลก แต่เพราะไดโนเสาร์ “เกินไป” จึงมาถึงยุคของเสือเขี้ยวดาบ แล้วเสือเขียวดาบก็ “เกินไป” จึงถูกช้างแมมม็อธเหยียบตาย แล้วช้างแมมม็อธก็ “เกินไป” จึงมาถึงยุคที่สัตว์พวกหนึ่งเรียกว่ามนุษย์ครองโลก

วันนี้มนุษย์ก็กำลัง “เกินไป” เหมือนทุกๆ เผ่าพันธุ์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป

ที่เมโทรโปลิส ปี 19xx จะมีการประชุมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากทุกมุมโลก มีประกาศคำเตือนให้ทุกคนระวัง “เร้ดดุ๊ก” จอมวายร้ายจมูกโต นั่นทำให้คนจมูกโตทั่วทั้งเมโทรโปลิสเดือดร้อนไปทั่ว

ภาพสองหน้ากระดาษแสดงภาพพาโนรามาของเมโทรโปลิสและบัลลูนคำพูดนับสิบอ่านกันไม่หวาดไม่ไหว

และภาพสองหน้ากระดาษแสดงภาพพาโนรามาของโถงประชุมนักวิทยาศาสตร์และบัลลูนคำพูดนับสิบอวดผลงานของตนอ่านกันตาแฉะ

ดร.ลอว์ตันเป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่ค้นคว้าเรื่องเซลล์สังเคราะห์มานานสามสิบปีเป็นที่หัวเราะเยาะเย้ยของเพื่อนๆ ที่งานฝันเฟื่องชิ้นนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เขายังไม่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ตามที่คาดหวังได้

ทันใดนั้น ปรากฏจุดดับมากมายบนดวงอาทิตย์ ทำให้คุณภาพของรังสีที่ส่งมาผืนโลกเปลี่ยนไป

ภาพสองหน้ากระดาษแสดงความแตกตื่นของผู้คนและบัลลูนอีกมากมายที่เห็นจุดดับขยายตัวบนดวงอาทิตย์อ่านกันสลบอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อรังสีเปลี่ยนไป เซลล์สังเคราะห์ที่ ดร.ลอว์ตันเพาะเลี้ยงไว้เริ่มแบ่งตัว บัดนี้เขาสร้าง “ชีวิต” ใหม่สำเร็จแล้ว

จอมวายร้าย “เร้ดดุ๊ก” ปรากฏตัวพร้อมลูกสมุนใส่หน้ากาก มันจับตัว ดร.ลอว์ตันเอาไว้แล้วขู่บังคับให้สร้างมนุษย์สังเคราะห์คือปัญญาประดิษฐ์โดยมีใบหน้าเลียนแบบประติมากรรมที่งดงามชิ้นหนึ่ง ดร.ลอว์ตันรู้ว่าเร้ดดุ๊กมิใช่คนดี เขาจึงทำลายเด็กสังเคราะห์ที่เขาสร้างขึ้นทันทีที่สร้างเสร็จ

ดร.ลอว์ตันและเด็กสังเคราะห์ตายในกองไฟ

เวลาผ่านไป รถยนต์คันหนึ่งแล่นกลับมาคฤหาสน์หลังหนึ่ง หลังรถคันนั้นมีเด็กใส่หน้ากากนั่งอยู่คนหนึ่ง

ที่แท้ภายในรถคือ ดร.ลอว์ตันและเด็กสังเคราะห์ที่ยังไม่ตายและต้องอยู่อย่างหลบซ่อน เด็กสังเคราะห์อยากออกไปวิ่งเล่นกับเด็กๆ ที่เห็นข้างทางบ้าง แต่ลอว์ตันไม่อนุญาต จึงได้หลบหนีออกไปเองในคราวหนึ่ง

เด็กสังเคราะห์ได้ช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งเอาไว้จากอุบัติเหตุ นักข่าวพากันมาทำข่าวและประทับใจความน่ารักสมบูรณ์แบบของเด็กสังเคราะห์

เมื่อข่าวเผยแพร่ออกไป เร้ดดุ๊กก็ปรากฏตัว

เร้ดดุ๊กมาถึงบ้านของ ดร.ลอว์ตันและทำร้ายเขาเพื่อให้บอกที่ซ่อนของเด็กสังเคราะห์ เด็กสังเคราะห์ยังไม่กลับมา ทันใดนั้นนักสืบหนวดปรากฏตัว เขาคือมัสตะชิโอจากหนังสือเล่มแรก Lost World โลกที่สาบสูญ

มัสตะชิโอปล่อยตัวเร้ดดุ๊กไปเพราะตนเองเป็นตำรวจญี่ปุ่นไม่มีอำนาจจับกุมในเมโทรโปลิส ดร.ลอว์ตันบาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ตาย มีเวลาถ่ายทอดความลับของเด็กสังเคราะห์พร้อมคู่มือดูแลเด็กสังเคราะห์ให้แก่มัสตะชิโอ

เด็กสังเคราะห์ไม่มีเพศ ไม่ชายไม่หญิง ชื่อมิจิ ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่ระบุว่าเป็นชายหรือหญิง

“Michi believes I am actually her father. Of Course he has no idea about his super-human ability.” มิจิเชื่อว่าฉันเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอ เขาไม่รู้ว่าตัวเขาเองมีพลังซูเปอร์มนุษย์

เด็กชายเคนอิจิพามิจิกลับบ้านตัวเอง ที่แท้เคนอิจิคือหลานของมัสตะชิโอ เมื่อมัสตะชิโอกลับมาพบเคนอิจิและมิจิอยู่ด้วยกันก็แปลกใจในความบังเอิญ นักอ่านก็แปลกใจเช่นกัน

มัสตะชิโอไปรายงานตัวที่สำนักงานตำรวจสากลเพื่อร่วมมือกับตำรวจเมโทรโปลิส อังกฤษและฝรั่งเศสออกตามล่าเร้ดดุ๊ก มัสตะชิโอค้นพบทางเข้ารังลับของเร็ดดุ๊กด้วยบังเอิญขับรถไปชนต้นไม้อีกแล้ว

ในรังลับใต้ต้นไม้และใต้ดินของเร้ดดุ๊ก เร้ดดุ๊กกำลังบริภาษนักวิทยาศาสตร์ของตัวที่ไม่สามารถสร้างปัญญาประดิษฐ์ได้ ทำได้แค่สร้างหุ่นยนต์สารพัดหน้าตาอย่างฉาบฉวยไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตาเลย ฝ่ายมัสตะชิโอได้ไปพบ ฟีฟี่ หุ่นยนต์หน้าตาพิกลพิการทำหน้าที่รับใช้ จึงทราบว่าที่แท้เร้ดดุ๊กได้ใช้หุ่นยนต์ต่างทาสในชั้นใต้ดินลึกสุด

เมโทรโปลิสที่รุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์มนุษย์บนดิน มีทาสหุ่นยนต์ตกระกำลำบากที่ใต้ดินจำนวนมาก

มัสตะชิโอถูกจับตัวได้ เร้ดดุ๊กขอให้เขามอบตัวมิจิแต่มัสตะชิโอไม่ยินยอม เร้ดดุ๊กจึงหลอมละลายฟีฟี่ให้เห็นต่อหน้าต่อตา มัสตะชิโอหลบหนีไปได้ เขาหลงทางวนเวียนอยู่ชั้นใต้ดินของรังลับแห่งนี้ซึ่งก็คือกองบัญชาการของพรรคแดงเร้ดปาร์ตี้นั่นเอง

ที่บ้าน เคนอิจิค้นพบหนังสือของ ดร.ลอว์ตันที่มัสตะชิโอนำกลับมา จึงรู้ว่ามิจิมีพลังซ่อนอยู่หนึ่งแสนแรงม้า สามารถผลิตฮีเลียมเข้ามาในปอดยามสูดหายใจเข้าอย่างแรงเพื่อให้ลอยตัวได้ มีเหงือกที่ดำน้ำได้และมีสวิตช์ในลำคอที่สามารถปรับเปลี่ยนเสียงเป็นชายหรือหญิงได้

นี่คือต้นแบบของเจ้าหนูปรมาณู (Astro Boy)

เคนอิจิพามิจิไปเล่นเบสบอล ด้วยความที่อยากเอาชนะเพื่อนๆ เขาจึงขอให้มิจิสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงแล้วลอยตัวสูงรับลูกเบสบอล บัดนี้ความลับของมิจิแตกแล้ว มีคนเห็นเขาเหาะได้มากมาย

ในขณะเดียวกันมีสัตว์กลายพันธุ์และสัตว์ยักษ์ปรากฏขึ้นตามที่ต่างๆ ทั่วโลกจำนวนมาก รวมทั้งหนูขนาดยักษ์ที่มีใบหน้ามิคกี้เมาส์ คือมิกกี้มาอัสวอลต์ดินิอัส (Mikimaus Waltdineus) ไม่ทราบเหมือนกันว่าโอซามุต้องซื้อลิขสิทธิ์จากดิสนีย์ก่อนเขียนหรือเปล่า เป็นที่ทราบในเวลาต่อมาว่าสัตว์กลายพันธุ์เหล่านี้เกิดจากรังสีที่เปลี่ยนไปจากจุดดับมากมายบนดวงอาทิตย์

มัสตะชิโอพบว่าจุดดับมากมายนั้นคือฝีมือของเร้ดดุ๊กนั่นเอง เขาหมายมั่นจะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อ่อนด้อยแล้วสร้างกองทัพทาสหุ่นยนต์ที่เขาควบคุมได้มากกว่า

เป็นหนังสือและโครงเรื่องที่มาก่อนกาล

จะเกิดอะไรกับพลังซูเปอร์มนุษย์ของมิจิ เขาจะช่วยพรรคแดงหรือช่วยโลกกันแน่และจุดจบของเธอจะเป็นอย่างไร

คลาสสิคตลอดกาล

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ วัชระ แวววุฒินันท์ / เก็บตก 2560
บทความถัดไป“หมอเลี๊ยบ” เผย 3 สาเหตุที่พรรคไทยรักไทยชนะถล่มทลาย เมื่อ 17 ปีก่อน