ทางรอดอยู่ในครัว : สามกิโลกรัมที่หายไป / ครัวอยู่ที่ใจ : อุรุดา โควินท์

ครัวอยู่ที่ใจ

อุรุดา โควินท์

 

ทางรอดอยู่ในครัว

: สามกิโลกรัมที่หายไป

 

ฉันไม่กล้าชั่งน้ำหนัก ทั้งที่รู้แก่ใจว่าผอมลง เอวกางเกงยีนส์ เดรสที่หลวมคือประจักษ์พยาน แต่นั่นล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าจะเพิ่มน้ำหนักเท่าไร ฉันต้องเริ่มจากยอมรับความจริง

โดยธรรมชาติ ฉันเป็นคนยอมรับความจริง (ในที่สุด) ช้าบ้าง เร็วบ้าง แล้วแต่กรณี บางเรื่องใช้เวลาหลายปี บางเรื่องแค่นาทีเดียว หรือบางเรื่องใช้เกือบทั้งชีวิต

ประสบการณ์สอนฉันว่า การยืนสบตากับเรื่องราว ฟัง สังเกต และยอมรับทั้งหมด คือหนทางแก้ปัญหาที่สั้นที่สุด (หรือบางกรณีก็เป็นการตัดปัญหา)

ฉันใช้เวลากว่าสามสิบปีอยู่กับครอบครัวในฝัน (ฉันวาดขึ้นเอง และคิดว่าใช่) ใช้เวลาอีกสิบกว่าปี ตั้งคำถาม สงสัย (โดยไร้คำตอบ) ทั้งสูญเสียอีกหลายปีไปกับความหน่วงใจ เมื่อฉันรู้สึกว่า แม่อาจไม่ได้รักฉัน หรือหากพูดให้ตรงที่สุด แม่ไม่ได้รัก-อย่างที่ฉันต้องการให้รัก

เพิ่งสองปีมานี้เอง ที่ฉันปล่อยทุกอย่างลงพื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความคาดหวัง ฉันพบว่า ทุกอย่างเกิดจากความคาดหวังที่ฉันมีต่อแม่ ใช่ แม้แต่การแสดงความรักความอาทร ฉันก็ไม่ควรคาดหวัง หากปราศจากความคาดหวัง ฉันจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อรู้ว่าแม่ป่วย เป็นโรคที่เป็นรักษาไม่หาย

ฉันเพียงแค่คิด-ไม่มีใครควรตายอย่างโดดเดี่ยว

 

ในเมื่อน้องสาวและน้องเขยไม่ได้อยู่ใกล้ๆ พ่อหย่ากับแม่นานแล้ว -กลายเป็นคนอื่น ส่วนญาติของแม่ก็แทบไม่เห็นหน้า

ฉันจึงอยู่ใกล้แม่ ซึ่งฉันขอสารภาพว่า ไม่ใช่เพราะฉันเป็นลูกกตัญญู ฉันทำเพื่อตัวเอง ฉันอยากแน่ใจว่าฉันไม่ได้ตัดสินใจผิด

และก็ใช่ ฉันตัดสินใจถูกต้อง ฉันได้เห็นแม่ร่วงโรยลง ได้พาแม่เข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง ฉันได้เห็นว่าแม่ใจสู้อย่างเหลือเชื่อ และคำว่าสู้ได้ผนวกความดื้อรั้นอย่างแนบสนิท

แม่สอนให้ฉันเรียนรู้ว่า หากพูดหรือทำให้เข้าใจไม่ได้ (แม้ปรารถนาดีเพียงใด) ฉันก็ต้องวางทุกอย่างลงบนความเข้าใจผิด (ของแม่) ฉันพบว่า แม่ไม่ต้องเข้าใจฉันก็ได้ ไม่ต้องรู้จักฉันก็ได้ ฉันไม่จำเป็นต้องพยายามมากไปกว่านี้ ฉันเพียงแค่อยู่ที่นี่ -เท่านั้นก็พอ

ทุกครั้งที่แอดมิด แม่ออกมาด้วยสภาพร่างกายที่แย่ลง นั่นเป็นสัญญาณของชีวิต ฉันไม่รู้ว่าแม่ฟังมันหรือไม่ แต่ฉันสังเกต มองเห็น และค่อยๆ ยอมรับปลายทางของมัน

การเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายของแม่ ยาวนานที่สุด แม่อยู่เกินครึ่งเดือน หมอบอกฉันตั้งแต่วันแรกว่าจะดูแลแบบประคับประคอง ไม่ใช่การรักษา เพราะไม่สามารถรักษา

แม่ได้ออกจากโรงพยาบาล และไม่กลับบ้าน แต่เป็นการเดินทางไกล ซึ่งมีเพียงแม่ที่รู้จุดหมาย

 

นาทีที่หมอยืนยันว่าแม่เสียชีวิต ฉันกับน้องอีกคนที่ช่วยดูแลแม่ มองตากัน ฉันเห็นความโล่ง ความเบา ในดวงตาเขา

เขาคงเห็นมันในตาฉันเช่นกัน

ที่แม่เจ็บมานานคงหายเป็นปลิดทิ้ง และความเหนื่อยหนักของพวกเขาสิ้นสุดลง เราไม่ได้ร้องไห้เหมือนในละคร เพราะเรารู้ เรารู้มาก่อนหน้านี้นับเดือน

หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ ฉันจึงขึ้นเครื่องชั่ง น้ำหนักของฉันหายไป 3 กิโลกรัม ฉันผอมอยู่แล้ว ฉันเสียอีกสามกิโลกรัมไม่ได้

ยอมรับความผอม แล้วฉันก็เริ่มต้นเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งก็เหมือนคนที่อยากลดน้ำหนัก มันไม่ได้ง่ายเลย กินไม่อร่อยมาหลายสัปดาห์ ฉันย่อมกินได้น้อยลง

ต้องหาเมนูแปลกใหม่มาเรียกน้ำย่อย

ไข่เป็นโปรตีนที่ดี แต่ไข่เจียว ไข่ต้ม ไม่ได้ใหม่ ฉันจึงทำ Frittata ใส่เห็ดเยอะๆ เพื่อเพิ่มโปรตีนเข้าไปอีก

ได้เห็ด portobello และเห็ดกระดุม มาจากร้านดอยคำ สดมาก จัดการหั่นบางๆ อย่างละ 1 ขีด

ใช้ไข่ไก่ 6 ฟอง มะเขือเทศหั่นเต๋าหนึ่งลูก ครีมสดนิดหน่อย และเชด้าชีส (จะไม่เพิ่มได้ยังไงเล่า น้ำหนักน่ะ)

ใช้กระทะเทฟลอนขนาด 22 เซนติเมตร จะได้ไข่เจียวเห็ดที่หนาสวยเป็นแผ่นอย่างพิซซ่า กินแบบไม่ต้องมีสิ่งอื่น สองคนอิ่มพอดิบพอดี

ตั้งกระทะ ใส่เนย ผัดหอมแขกซอย กับใบไทม์ให้เป็นสีน้ำตาลสวย แล้วใส่มะเขือเทศหั่นกับกระเทียมสับนิดหน่อย (เน้นหอมแขกให้มากกว่าอย่างอื่น ) ผัดต่อเร็วๆ สักสองนาที แล้วปิดไฟ

เทส่วนผสมแรกเก็บไว้ในถ้วย

ตั้งกระทะใบเดิม ผัดเห็ดกับเนยทีละชนิด ควรแยกผัด เพราะแต่ละชนิดสุกไม่พร้อมกัน เราต้องการเห็ดที่สุกจริงๆ ก่อนประกอบร่าง ก่อนตักเห็ดขึ้น ใส่เนยเพิ่มลงไปอีกหน่อย

ตีไข่ 6 ฟอง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยดำ เติมครีมสด 1/3 ถ้วย ชีสขูดนิดหน่อย คนให้เข้ากัน ก่อนโรยพาสลีย์สับ และผักที่ผัดเตรียมไว้ก่อนหน้า

ทาเนยบางๆ ให้ทั่วกระทะ เทส่วนผสมทั้งหมดลงไป กึ่งผัด กึ่งกวน ให้ส่วนผสมเริ่มข้น ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ

พอไข่เริ่มเซ็ตตัว ทิ้งไข่ไว้กับไฟจนข้างล่างเกรียมนิดๆ

ปิดไฟ โรยชีสเพิ่ม เอาเข้าเตาอบ 5 นาที ใช้ไฟบนแรงๆ

เปิดเตาอบ เอากระทะออกมา กลิ่นหอมยวนใจที่สุด แต่ฉันชอบทิ้งไว้ให้เย็น แล้วกินกับสลัด (จะเด็ดมาก ถ้าเปิดไวน์กรุบกริบ)

ค่อนข้างแน่ใจว่าอร่อย และแน่ใจว่าเราไม่น่ากินหมดในหนึ่งมื้อ เราต้องฝึกท้องอีกสักพัก จึงจะรับอาหารได้มากขึ้น

นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี กินไข่ให้บ่อย กินเห็ดให้มาก นานๆ ค่อยกินชีสกับครีมสดเสียที

น้ำหนักจะต้องมา มาแบบสุขภาพดีด้วยนะ •