อนุสรณ์ ติปยานนท์ : In Books We Trust (38) หนังสือชื่อเดียว (10)

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

ท่าอากาศยานต่างความคิด

อนุสรณ์ ติปยานนท์ / [email protected]

 

In Books We Trust (38)

หนังสือชื่อเดียว (10)

 

เขาเริ่มต้นออกตามหาแมวตัวนั้นแทบจะทันทีที่รู้ว่ามันไม่ได้อยู่ในที่ที่เขาคาดว่ามันควรจะอยู่

เขาปิดประตูบ้าน ออกจากบ้านพร้อมกับไฟฉายหนึ่งอัน แรกเริ่มเขาตัดสินใจเดินไปตามถนนสายแคบๆ ที่ผ่านหน้าบ้าน เขาส่องไฟไปตามพื้นถนนในรอบแรกจนสุดทาง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินย้อนกลับมา

ในครานี้ เขาส่องไฟไปตามคาคบของต้นไม้ ไปตามมุมอาคาร ไปตามซอกหลืบ พร้อมกับทำเสียงร้องเรียกหามัน แต่ไม่เป็นผล ไม่มีวี่แววของเจ้าแมวตัวนั้นเลย

เมื่อกลับถึงหน้าประตูบ้านอีกครั้ง เขาหยุดยืนอยู่กับที่พร้อมกับความลังเล เขาควรออกเดินหาเจ้าแมวตัวนั้นต่อไปหรือไม่ หรือควรเข้าไปนั่งรอการกลับมาของมันอยู่ภายในบ้าน

เขาเคยได้ยินมาว่า บางครั้งแมวก็ชอบออกไปเที่ยวเตร่ ไปผจญภัยในยามค่ำคืน

แมวนั้นคือเสือขนาดเล็กชนิดหนึ่ง และการได้ล่า ได้ผจญภัยคือวิถีของเสือนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจให้โอกาสตนเองกับการตามหาเจ้าแมวตัวนั้นอีกครั้ง เขาออกเดินไปตามถนนหน้าบ้าน ไปในอีกทาง ครานี้ เขาดับไฟฉายในมือ อาศัยแสงไฟข้างทางเป็นตัวช่วยเพียงเท่านั้น เขาส่งเสียงร้องเรียกหามัน

มีเสียงแมวร้องปรากฏขึ้นให้เขาได้ยิน แต่เมื่อเขาเข้าไปใกล้ เสียงนั้นก็หายไป เขาพบว่ามันเป็นเสียงของแมวจรจัดตัวหนึ่ง ไม่ใช่แมวที่เขากำลังตามหา

เสียงร้องนั้นแสดงว่ามันเป็นแมวตัวใหญ่ที่ชินกับการอยู่กับโลกภายนอก

ไม่ใช่แมวแรกรุ่นที่เขาได้เลี้ยงดูมันมา

 

สุดทางของถนนสายนั้นคือถนนหลวงขนาดใหญ่ ถ้าเจ้าแมวตัวนั้นออกมาถึงตรงนี้ มันคงเตลิดไปไกลได้อีกมากทีเดียว เขานั่งลงที่ริมทางเดิน พักขาอันเมื่อยล้า บนท้องฟ้าที่มืดมิดมีแสงดาวกระจายเป็นจุดๆ

เขามองดูดวงดาวเหล่านั้นและนึกถึงวัยเด็กที่พ่อของเขาพาเขาไปยังท้องฟ้าจำลอง

เขาจำได้ว่าที่นั่นเขาได้รู้จักกับกลุ่มดาวที่เรียงตัวกันเป็นครั้งแรก ดาวจระเข้ ดาวแมงป่อง และดาวดวงอื่นๆ มีดาวแมวบ้างไหมในการเรียนรู้ครั้งนั้น เขาจำได้ไม่แน่นอนนัก แต่เขาเชื่อว่ามันไม่น่าจะมี

ทำไมเล่า ทำไมจึงไม่มีกลุ่มดาวแมวบนท้องฟ้านะ

แมวช่างเป็นสัตว์ที่ประหลาดเสียเหลือเกิน ในสังคมอียิปต์โบราณ แมวปรากฏตัวทั้งในภาพเขียน ตำนาน และในฐานะของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

แต่ในปัจจุบัน แมวกลับไม่มีสถานภาพเช่นนั้น ในสิบสองราศี มีคู่ปรับของแมวอยู่ครบถ้วน ทั้งหมาและหนู แต่แมวกลับปราศจากโอกาสเช่นนั้น ไม่มีปีราศีของแมวทั้งที่แมวเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดมนุษย์ที่สุดชนิดหนึ่ง

บนท้องฟ้ามีกลุ่มดาวที่เป็นสัตว์หลายชนิด แต่เช่นกัน ไม่มีกลุ่มดาวของแมวบนท้องฟ้าเลยแม้สักกลุ่มเดียว

 

เขาลุกขึ้นเดินกลับบ้านอย่างสิ้นหวัง บางทีมันอาจจริงดังว่า แมวเป็นสัตว์ที่เข้าใจยาก หากเราดึงหางแมวเพื่อให้มันไปข้างหลัง มันจะเดินหน้า หากเราดึงมันไปข้างหน้า มันจะถอยหลัง หากเราต้องการให้มันอยู่กับเรา มันจะจากเราไป หากเราขับไล่มัน มันจะอยู่กับเราตลอดกาล

ท้องฟ้ามืดมิด แสงไฟในบ้านของเขาก็ดับสนิท เขาออกจากบ้านไปในขณะที่ความมืดยังไม่เข้ามาครอบคลุม ในยามนี้แม้แต่เส้นลายมือของเขาก็ไม่อาจมองเห็นได้เด่นชัดเสียแล้ว เขาเปิดประตูบ้าน เข้าไปภายในบ้าน ทิ้งตัวลงบนโซฟากลางห้องโถง

ภาพของแมวที่วิ่งออกมาต้อนรับเขาทุกครั้งที่กลับมาไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอีกต่อไปแล้ว

มนุษย์เป็นทาสของความทรงจำ ความทรงจำที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมา

 

เขานั่งจมอยู่กับความรู้สึกอ้างว้างดังกล่าวอย่างเนิ่นนาน

นี่เป็นเรื่องใดกัน ความผูกพันช่วงเวลาสั้นระหว่างเขากับแมวตัวนั้นก่อให้เกิดความอาลัยอาวรณ์ถึงเพียงนี้เทียวหรือ

เมื่อคิดถึงตรงนั้นน้ำตาของเขาก็ไหลรินออกมา

ในที่สุดแทนการนั่งอยู่ไม่รู้จบ เขาลุกขึ้นไปล้างหน้าตาในห้องน้ำ และเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็รู้สึกเหนียวตัวจากการออกไปตระเวนหาเจ้าแมวตัวดังกล่าว เขาตัดสินใจอาบน้ำ โกนหนวด โกนเครา ทำความสะอาดใบหน้าและเส้นผม เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

มันเป็นเวลาดึกมากพอควร แต่เขากลับไม่รู้สึกหิว ความเศร้าโศกเสียใจ ทำให้เขาคิดว่าควรพักผ่อนสักครู่

เขาไปที่เตียงนอน เปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่เขาคิดว่าต่ำที่สุดเท่าที่จะทนไหว ซุกตัวภายใต้ผ้าห่มแล้วหลับลงในเวลาอันรวดเร็ว

เขาสะดุ้งตื่นอีกครั้งในกลางดึกด้วยความเข้าใจว่าได้ยินเสียงแมวร้องที่หน้าต่าง เขาลุกออกจากเตียงนอน ตรงไปที่หน้าต่าง มองลงไปภายนอก ทุกอย่างมืดมิด แต่มีเสียงแมวร้องแน่นอน เป็นเสียงร้องของเจ้าแมวตัวนั้นอย่างแน่นอน

เขากลับมาที่เตียง ทว่าในความมืดนั้นเขาเห็นเงาของใครบางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้อง เขาคิดว่าตนเองตาฝาด แต่ก็เชื่อได้ว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ตรงนั้น เขาขยับตัวเพื่อจะเปิดสวิตช์ไฟ แต่เสียงหนึ่งเตือนเขาขึ้นว่า

“ปล่อยให้มันมืดมิดอย่างนั้น ฉันอยากคุยกับคุณในความมืดมากกว่า”

 

“เธอเป็นใคร? เข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร?” เขาเอ่ยถาม

“ฉันคือเจ้าแมวตัวที่คุณกำลังตามหานั่นอย่างไร และเมื่อฉันเป็นเจ้าแมวตัวนั้น การเข้ามาภายในห้องนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็น เพราะฉันเข้ามาในห้องนี้เสมอ”

เขาก้มศีรษะเป็นเชิงเห็นด้วย “ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแมวสามารถพูดได้”

“แมวทำอะไรได้หลายอย่าง นั่นคือสิ่งที่คุณควรรู้แม้ว่าเราจะไม่อาจมีกลุ่มดาวของตัวเองหรือมีราศีเป็นของตัวเองได้ก็ตาม”

“นี่หมายความว่าเธอกลับมาแล้ว เธอไปไหนมา?”

“ฉันยังไม่ได้กลับมาถาวรหรอก ฉันเพียงแต่กลับมาแจ้งข่าวให้คุณทราบว่าฉันปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง การที่คุณออกเดินเตร็ดเตร่ร้องหาฉันไปตามท้องถนนนั่นมันไม่ได้ผลหรอกนะ และแถมยังทำให้คุณแลดูเหมือนตัวตลกอีกด้วย”

เขายิ้ม “นั่นแสดงว่าเธอเห็นฉัน”

“ใช่ ฉันเห็นคุณ แต่เวลาช่วงนั้นฉันติดภารกิจอยู่ ฉันไม่ได้ออกจากบ้านไปเล่นๆ นะ ฉันไปทำในสิ่งที่ฉันคิดว่าควรจะทำ”

“เธอไปทำอะไร?”

“ฉันไปสืบเสาะว่าทำไมหนังสือในโลกถึงจู่ๆ กลายเป็นหนังสือชื่อเดียวกันขึ้นมาได้ และฉันไปสืบเสาะต่อว่าทำไมหนังสือในโลกจู่ๆ ถึงกลับมามีชื่อที่แตกต่างได้อีกครั้ง มันควรต้องมีคำตอบ มันต้องมีใครสักคนที่เป็นตัวการกระทำในเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือ?”

เขาพยักหน้ารับ “แล้วเธอได้คำตอบไหม?”

“ยังไม่ชัดเจนในตอนนี้ แต่น่าจะกระจ่างในอีกสองสามวัน ดังนั้น คุณต้องอดทนรอ ฉันคิดว่าฉันจะหาคำตอบมาให้คุณได้แน่นอน”

“มีอันตรายไหม ข้างนอกนั่น”

“นอกจากพวกหมาที่ชอบหาอะไรทำด้วยการวิ่งไล่แมวฆ่าเวลาแล้ว ฉันไม่คิดว่ามีอะไรน่าห่วง แต่นั่นต้องบอกว่าเป็นเพราะฉันอาจจะยังไม่เข้าใกล้ความจริงก็เป็นได้”

“ระวังตัวด้วย แปลกดีที่ฉันไม่เคยรู้ว่าเธอเป็นแมวตัวเมีย”

“คุณน่าจะไม่รู้อะไรอีกมาก”

“และเธอเป็นแมวตัวเมียในรูปร่างหน้าตาแบบใด?” เขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ที่เจ้าแมวตัวนั้นใช้เป็นที่มั่น ในความมืดอันเลือนรางเขาเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น หญิงสาวคนที่ตามติดเขาไปทุกที่

“ฉันมีรูปร่างหน้าตาในแบบที่คุณคิดคำนึงถึง อย่าสงสัยไปเลย ฉันต้องกลับไปทำงานแล้ว” แทนการมีบทสนทนา เสียงและเงาเลือนรางจางหายไปในพริบตา

เขาตัดสินใจเปิดสวิตช์ไฟ ไม่มีใครหรืออะไรอยู่ตรงนั้น

มีเพียงความทรงจำจากบทสนทนาที่หลงเหลืออยู่ในตัวเขาเท่านั้นเอง