เข้าสู่ยุค Voice Marketing อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ Facebook เกหมดหน้าตัก/บทความพิเศษ จักรกฤษณ์ สิริริน

บทความพิเศษ

จักรกฤษณ์ สิริริน

 

เข้าสู่ยุค Voice Marketing อย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อ Facebook เกหมดหน้าตัก

 

ดังที่ทราบกันดีว่า “การฟัง” เป็น “ช่องทางรับสื่อ” ซึ่ง Classic ที่สุด เพราะ “การฟัง” เป็นทักษะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ก่อนการพูด การอ่าน และการเขียน

เพราะ “การฟัง” ก็เป็น “ทักษะการใช้ภาษา” ที่มนุษย์เรา “ใช้มากที่สุด” ในชีวิตประจำวัน และเป็น “ทักษะทางการสื่อสาร” ซึ่งเป็น “พื้นฐานในการรับสาร” ที่สำคัญ

รากฐานของ “สื่อเสียง” มีอิทธิพลสูงมากในยุคโบราณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่ามุขปาฐะ นิทานปรัมปรา และการกระจายข่าวแบบปากต่อปาก ก็เป็นการสื่อสารที่เก่าแก่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์การระบาดหนักของ COVID-19 ขณะนี้ ที่มนุษย์ยังต้องสื่อสาร ช่วยเหลือ และแบ่งปันองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนร่วมโลก

Voice Storytelling หรือ “การเล่าเรื่องผ่านเสียง” เป็นการแบ่งปันเรื่องราวที่มีต้นทุนต่ำ เป็น Single Purpose ยืนหยัดยืนยันเพื่อสิ่งเดียว คือการสื่อสารผ่าน “เสียง”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เสียงเพลง” ที่สร้างสุนทรียภาพ ความรู้สึกดื่มด่ำ ให้มนุษย์ in กับดนตรี หรือ “เสียงข่าว” ที่ให้บรรยากาศเสมือนเราอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับนักข่าว

 

จากยุค 1.0 จนถึง 5.0 จากยุค 1 G จนถึง 5 G เส้นทางของ Voice Marketing หรือ “การตลาดผ่านเสียง” จึงไล่เรียงเรื่องราวมาตั้งแต่อดีตตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

“สื่อเสียง” สำหรับ “คนตาบอด” นั้น มีมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “หนังสือเสียง” หรือ “หนังสือ Daisy” และเทคโนโลยี “การสื่อสารด้วยเสียง” เพื่อช่วยเหลือคนตาบอด

สำหรับคนทั่วไป จากโฆษณาในวิทยุ สู่รถเร่ขายยา ที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาถึงบ้านก่อนการฉายหนังกลางแปลง ไปจนถึงเสียงตามสายในหมู่บ้าน และวิทยุชุมชน

กระทั่งเกิดอาชีพเซลส์ขายของทางโทรศัพท์ ตามมาด้วยเทคโนโลยีโทร. 1900-1900 ขายสินค้าและบริการ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ไปจนถึงหมอดูแม่นๆ

มาจนถึงวิทยุออนไลน์ และความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของ Music Streaming หรือ “การฟังเพลงผ่านระบบออนไลน์” หลากหลายค่าย อาทิ Spotify Deezer หรือ Joox

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Siri ใน iPhone สู่ PodCasts และ ClubHouse หรือ “หนังสือเสียง” ยุคใหม่ ที่ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ “เสียง” ใน “มติชนสุดสัปดาห์”

ไม่ว่าจะเป็น “จาก PodCasts ถึง RadioGarden ‘วิทยุ’ สื่อสุดท้ายยุค Disruption” และ “จาก PodCast ถึง ClubHouse ยุคทองของสื่อเสียง”

ห้วงเวลาปัจจุบัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรากำลังเข้าสู่ยุค Voice Marketing อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Voice Marketing ในยุค Digital

 

Voice Marketing จึงเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่มาแรงแซงทางโค้งในหมู่ “นักการตลาด” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Digital Marketing หรือ “การตลาดไฮเทค”

การเกิดขึ้นของ PodCasts และการมาถึงของ ClubHouse กระตุ้นให้ทุก Platform จำเป็นต้องหันมาใช้ “เสียง” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ก่อน PodCasts ก็มี YouTube และก่อน ClubHouse ก็มี TikTok ที่ก็ใช้ “เสียง” เป็นสื่อช่วยในการผลักดัน Platform สู่ความนิยมทางการตลาด

เพราะเราสามารถ “ฟังเสียง” ไปพร้อมกับทำภารกิจต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นขับรถ รีดผ้า ทำกับข้าว อ่านหนังสือ ทำการบ้าน รดน้ำต้นไม้ ล้างห้องน้ำ ฯลฯ

ภาษาการตลาดเรียกว่า “พฤติกรรมแบบ Multi-Tasking” หรือ “ทำภารกิจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Voice Search หรือ “การค้นหาด้วยเสียง”

ที่ Google เคยประเมินว่า อนาคตข้างหน้า อัตราการใช้ Voice Search แทน Text Search (การค้นหาด้วยตัวอักษร) ที่เราใช้กันทุกวันนี้ จะเพิ่มขึ้นมากถึง 50%

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำ “การตลาดผ่านเสียง” หรือ Voice Marketing ที่มี Voice Commerce เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะไปเสริมทัพ e-Commerce

Voice Commerce หรือ “การซื้อ-ขายผ่านเสียง” จะอาศัย A.I. ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหาและอุดหนุนสินค้าและบริการของผู้บริโภคแต่ละคน

นำไปสู่การคัดกรองข้อมูล เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับผู้บริโภค และจะส่งผลให้เกิด Brand Loyalty ที่มัดใจลูกค้าผ่าน “เสียง” ได้ในที่สุด

ซึ่งต้องยอมรับว่า Platform “เสียง” ได้รับความนิยมเพียงข้ามคืนจริงๆ จนกลายเป็น Case Study สำคัญของทั้ง Start-up, SME และบริษัทยักษ์ใหญ่

 

จากความเฟื่องฟูของ PodCasts และ ClubHouse โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Voice Search ของ Google และ Siri ใน iPhone ทำให้ Facebook อดรนทนไม่ไหว

ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ Voice Marketing อย่างเต็มรูปแบบ นำโดย Live Audio Rooms ประสาน PodCasts เปิดตัว SoundBites รุกตลาด Voice Commerce

Facebook ได้เปิดตัว Voice Marketing นำโดย Live Audio Rooms, PodCasts และ SoundBites จากการพัฒนา Feature เกี่ยวกับ “เสียง” ทุกรูปแบบ

พร้อมให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทั้งหมด 3 Feature ด้วยกัน โดย Feature แรกที่จะเปิดตัวคือ Live Audio Rooms หรือ “ห้องสนทนาสด”

ซึ่งมี Function ที่คล้ายกับ ClubHouse หลายส่วน ต่อจากนั้น PodCasts และ SoundBites ซึ่งจะเปิดให้มีการต่อยอดสร้างรายได้คล้าย YouTube ก็จะตามมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับลูกค้า Facebook ทุกคน จะสามารถกดปุ่ม Join เข้าสู่ห้องต่างๆ ที่สนใจได้เลย และสามารถใช้ได้ทั้ง Android และ iPhone

รวมถึงการผนึก PodCasts เข้ากับ Facebook โดยที่ลูกค้า Facebook ทุกคน จะสามารถกดฟัง PodCasts ผ่าน Facebook ได้โดยตรง

ซึ่งจะมีการพัฒนาคุณภาพเสียง PodCasts ให้ดีขึ้น ใน Facebook ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของ PodCasts ตลอดมา คือปรับเสียงอู้อี้ให้ชัดแจ๋วมากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วย SoundBites ที่จะช่วยให้เราสามารถ Share “เสียง” เหมือนกับ Share รูปภาพ หรือ Video Clip หรือ Share ข้อความต่างๆ จาก Facebook ได้

นอกจากนี้ ยังจะมีเครื่องมือช่วยสร้างรายได้อื่นๆ เช่น การเปิดให้เข้าฟังในห้องต่างๆ ของ Live Audio Rooms แบบเก็บเงิน และจะเปิดกิจกรรมให้ดาว

 

การเปิดตัว Live Audio Rooms, PodCasts และ SoundBites ครั้งนี้ Facebook เรียกว่าเป็นการสร้าง Studio บันทึกเสียง และถ่ายทอด “เสียงสด” ผ่านโทรศัพท์มือถือ

สิ่งแรกที่ Facebook บอกนี้ เปรียบเสมือนการมี Studio บันทึกเสียง และรถ OB (Outside Broadcasting) หรือรถ Mobile ถ่ายทอดเสียงสด ในโทรศัพท์มือถือ

เป็นการสร้าง Studio บันทึกเสียง และถ่ายทอดสด ผ่านโทรศัพท์มือถือของลูกค้า Facebook ทุกคน ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับมืออาชีพ และมือสมัครเล่น

โดย Facebook ได้ลงทุนในเทคโนโลยีด้านเสียง ไม่ว่าจะเป็นการแปลงเสียงพูดให้เป็นข้อความ หรือการถ่ายทอด และการบันทึกเสียงที่คมชัด ทั้งขนาดยาวและขนาดสั้น

เสมือนว่า โครงการ Voice Marketing ของ Facebook นี้ คล้ายกับการเป็น Social Audio Experiences หรือการเปิดประสบการณ์เสียงสู่สังคม

ที่ผ่านมา เราได้ทราบว่า Facebook นำระบบ AI มาช่วยในการพัฒนา “เสียง” อย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมได้อย่างน่าอัศจรรย์

แม้ว่าเราจะถ่ายทอดสดจากหัวมุมถนนที่พลุกพล่าน ก็ยังสามารถใช้เพลงจาก Collection “เสียง” ของ Facebook เป็น Background ได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถกำหนด Tone เสียงจาก Collection “เสียง” ของ Facebook ได้เช่นกัน และด้วย Feature ซึ่งสามารถ Mix “เสียง” ที่ต้องการได้อย่างอิสระ

Social Audio Experiences จะทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ที่นั่น ที่โน่น ที่นี่ กับเพื่อนๆ และครอบครัว เสมือนนั่งรวมกันอยู่รอบๆ โต๊ะอาหาร หรือห้องนั่งเล่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง COVID-19 แบบนี้ ที่เราอยู่ห่างกันหลายร้อยกิโล แต่ “เสียง” ก็ยังสามารถผสมผสานเข้ากับชีวิตที่วุ่นวายของเราได้อย่างลงตัว

ช่วยให้เราได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดใหม่ๆ โดยเฉพาะการพูดคุยสนทนากับคนอื่นๆ และแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวของกันและกัน ได้ทุกที่ทุกเวลานั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้อาเซียนกับเมียนมา อาเซียนกับรัฐประหาร/ยุทธบทความ สุรชาติ บำรุงสุข
บทความถัดไปอย่ายอมให้เทคโนโลยีล้วงความคิด/Cool Tech จิตต์สุภา ฉิน