ต้านรัฐประหารในพม่า จับแกนนำคณะราษฎร แก้รัฐธรรมนูญ วัคซีนโควิด ล้วนเกี่ยวพันกัน /มุกดา สุวรรณชาติ

มุกดา สุวรรณชาติ

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว

มุกดา สุวรรณชาติ

 

ต้านรัฐประหารในพม่า

จับแกนนำคณะราษฎร

แก้รัฐธรรมนูญ

วัคซีนโควิด

ล้วนเกี่ยวพันกัน

 

1.การจับแกนนำคณะราษฎร

การจับแกนนำไปขังคุกไว้และพยายามตั้งข้อหาบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันคนละ 5 คดี 10 คดี เพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหว แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นและจะเป็นสาเหตุให้เกิดวิกฤตการเมืองในอีกระยะเวลาไม่นานนัก ตอนเหตุเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เกิดจากการเรียกร้องรัฐธรรมนูญและการจับแกนนำผู้เรียกร้องไปขังคุกไว้

รัฐบาลหวังจะหยุดข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อคือ ให้นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางปฏิรูป

แต่ดูแล้วรัฐบาลไม่ยอมทุกข้อ นายกฯ ยังคิดอยู่ยาว แม้การบริหารงานของรัฐบาลมีข้อบกพร่องเกือบทุกด้าน การทุจริตคอร์รัปชั่นก็ถูกนำมาเปิดโปงต่อเนื่องกันไม่หยุดหย่อน

การแก้เกมของรัฐบาลโดยการจับฝ่ายต่อต้าน ตั้งข้อหา ม.112 ม.116 พ.ร.บ.ความสะอาด จราจร ฯลฯ ไม่น่าได้ผล แต่จะเติมเชื้อไฟมากกว่า

เมื่อเรื่องวัคซีน covid ไม่สามารถแก้ไขได้ทันการณ์ บวกกับการแก้รัฐธรรมนูญ การเรียกร้องให้ปล่อยผู้นำนักศึกษาและประชาชน จะทำให้เกิดการต่อต้านรัฐบาลหนักมากขึ้น การเข้าร่วมของผู้คนก็จะค่อยๆ มากขึ้นตามความเดือดร้อนของกลุ่มคนต่างๆ

 

2.การต่อต้านรัฐประหารในพม่า อาจขยายเป็นสงคราม

เหตุการขยายออกไป การแทรกแซงของมหาอำนาจก็จะเกิดขึ้น ตอนนี้ดูเหมือนคนพม่าเข้าใจว่าจีนอยู่ข้างฝ่ายเผด็จการจึงมีการเผาโรงงานของนายทุนชาวจีนไปหลายสิบแห่ง

ถ้ามีการปะทะกัน มีคนเสียชีวิตมากขึ้น ท่อส่งก๊าซ ส่งน้ำมัน และทางรถไฟ รวมทั้งท่าเรืออาจจะต้องถูกทำลายหรือทำให้เสียหาย

เมื่อก่อนถ้ามีการแทรกแซงของต่างชาติในพม่าและมีปฏิบัติการที่ใช้อาวุธก็มักจะต้องส่งผ่านชายแดนประเทศไทย

แม้วันนี้รัฐบาลไทยอาจจะไม่สนับสนุนกลุ่มต่อต้านการรัฐประหาร แต่พม่ามีชายฝั่งทะเลที่ยาวเหยียด และจำนวนผู้คนที่ต่อต้านที่มีมากกว่า 90% จะทำให้อาวุธทุกชนิดสามารถขนส่งเข้าไปสนับสนุนได้ไม่ยากนัก

ถ้าสงครามขยายก็จะมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนที่หนีภัยสงครามเข้ามาตามแนวชายแดนไทย-พม่าทางทิศตะวันตกตั้งแต่เหนือจรดใต้

วันนี้การต่อสู้ในพม่าดุเดือด ใช้ชีวิตเข้าแลกกันแล้วไม่มีคนพม่าสนใจเรื่องโควิด แต่ตลอดทั้งแนวชายแดน ฝั่งไทยจะต้องสนใจและป้องกัน ถ้าหากลักษณะการต่อสู้ขยายเป็นสงครามยืดเยื้อยาวนาน ต้องมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยและพม่ามากทีเดียว

การลี้ภัยและการอพยพย้ายถิ่นจะยิ่งมากขึ้น

ถ้าหากการต่อสู้ระยะไม่นานนัก และฝ่ายประชาชนเป็นผู้ชนะ ฝ่ายเผด็จการต้องหลบหนีไป เกมการเมืองในพม่าก็จะจบลงไม่ยาก

แต่ผลสะท้อนของการต่อสู้ทางการเมือง จะแผ่เข้ามาถึงไทย เป็นการสร้างกระแสต้านเผด็จการและส่งเสริมประชาธิปไตย เหมือนคลื่นขนาดใหญ่

 

3.การฉีดวัคซีนโควิด ยิ่งช้ายิ่งจน

เพื่อให้ได้ผลในระดับประเทศ มีความจำเป็นจะต้องฉีดให้คนเป็นจำนวนมาก

แต่ขณะนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นตั้งแต่เรื่องความมั่นใจในคุณภาพของวัคซีนที่ประเทศไทยจะนำเข้ามา

ชุดแรก ของบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค และบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ รวมทั้งหมด 317,000 โดส แต่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีน หลังจากหน่วยงานวิจัยของ สธ.สำรวจพบว่าบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเพียง 55% ยินดีรับวัคซีนโควิด-19

ล่าสุด รมต.หลายคนก็ยังไม่กล้าฉีด ตอนนี้ลามไปถึงประชาชนบางส่วนก็ไม่กล้าไปด้วย

ที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยวิจารณ์ไว้ว่า แทงม้าตัวเดียว เมื่อม้าตัวนั้นมีปัญหาเราก็จะแพ้ไปด้วย ตอนนี้ปรากฏผลแล้ว เป็นการแพ้ระดับประเทศ เพราะถ้าวัคซีนมาไม่ทันหรือใช้ไม่ได้ผล การสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวและจากธุรกิจอื่นๆ ที่หายไปไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านต่อเดือน

นี่คือความล่าช้าตามปกติของระบบแบบไทยๆ

แต่ลองนึกดูว่าถ้าเกิดสถานการณ์ชายแดนมีผู้อพยพลี้ภัย หนีการต่อสู้ข้ามแดนมาเป็นจำนวนมากและเกิดโรคระบาดตามเข้ามา ในขณะที่เราก็ยังไม่มีวัคซีนหรือมีไม่พอจะเกิดอะไรขึ้น

และถ้าการระบาดของโรคขยายออกไปในวงกว้าง ซึ่งสำหรับเมืองไทยเราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าทุกวันนี้มีผู้สามารถหลบเล็ดลอดด่านต่างๆ เข้าสู่เมืองใหญ่ได้เกือบทุกเมืองในประเทศไทย

จาตุรนต์ ฉายแสง ได้เสนอวิธีการการแก้ไขเร่งด่วนคือเปลี่ยนยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรอย่างน้อย 70% ภายในปี 2564 นี้ โดยให้รัฐบาลรับรองวัคซีนที่ได้มาตรฐานยี่ห้อต่างๆ ที่ WHO และประเทศพัฒนารับรองแล้วโดยไม่จำกัดอยู่อย่างปัจจุบันให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ และส่งเสริมให้บริษัทเอกชนนำเข้าวัคซีนและสนับสนุนให้โรงพยาบาลเอกชนฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยรัฐบาลให้การอุดหนุนออกค่าใช้จ่ายให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

ทีมวิเคราะห์มองว่า ภาครัฐอย่างเดียวคงไม่มีความสามารถที่จะจัดการฉีดวัคซีนให้ประชาชน 50 ล้านคนภายใน 10 เดือน เพราะต้องทำเดือนละ 5 ล้านราย ถ้าทำไม่ได้ และยังมีการระบาดต่อ ความมั่นใจต่อประเทศไทยลดต่ำ หมายถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทำไม่ได้

 

4.การขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ

การแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ควรเป็นเรื่องยาก แต่นี่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับพิเศษของฝ่ายเผด็จการ ที่ได้มาโดยรัฐประหาร 2 ครั้ง ร่าง 3 รอบ จนสามารถดัดแปลงให้สืบทอดอำนาจไปได้เรื่อยๆ จึงไม่อยากให้ใครมาแก้ไข

ใครจะยอมทิ้งอำนาจที่ตัวเองแย่งยึดมาอย่างยากลำบากไปง่ายๆ ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญ (จะมีการร่างใหม่โดย ส.ส.ร.ที่ประชาชนเลือก) ถ้าหากทำตามที่เขียนไว้ในฉบับ 2560 ก็ไม่มีทางแก้ไขได้

การใช้เกมของ ส.ว.ในการถ่วงการดึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ การตีความในมาตราต่างๆ ล้วนแต่เป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง เมื่อร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนตกไป แม้ร่างของรัฐบาลยังถูกขวาง เป้าการโจมตีจะต้องพุ่งไปที่ ส.ว.แต่งตั้ง ว่าเป็นพวกของคณะรัฐประหาร และอยากสืบทอดอำนาจ

ดังนั้น ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่มีวันเลิกราง่ายๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือการเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้มี ส.ว. หรือดีที่สุดก็คือ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้ง 100%

ซึ่งเรื่องแบบนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ถ้าไม่มีการผ่อนคลายให้มีการเลือก ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การปะทะเดือดจะเกิดขึ้น ณ จุดนี้แน่ และลุกลามจากในสภาไปสู่นอกสภา

 

การฉีดวัคซีนสู้โควิดให้ได้ผล

กับการสู้ให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่

อะไรสำเร็จก่อน

ทีมงานเราวิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้วัคซีนจะมีปัญหา แต่คนที่ขัดขวางและถ่วงเวลาเรื่องฉีดวัคซีนมีน้อยมากจึงจะทำสำเร็จก่อน

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญที่กลุ่มอำนาจเก่าจะระดมพลขัดขวางทุกวิถีทาง

แต่ในระยะปีกว่าข้างหน้าจะไม่สำเร็จทั้งสองอย่าง และทั้ง 4 เรื่องที่เกี่ยวพันกันจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปลายปี 2564 ยังอยู่ในสภาพที่ล้มเหลว และการฉีดวัคซีนไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร ความไม่พอใจต่อรัฐบาลจะสูงขึ้น ในขณะที่ทางการเมืองก็ยังมีปัญหาขัดแย้ง ความยากจนก็จะแผ่ไปทั่ว คนที่ขอรับความช่วยเหลือจากรัฐจะมีมากขึ้น

การที่รัฐออกประกาศว่าจะลดจำนวนบัตรคนจนลงจาก 13 ล้านใบให้เหลือประมาณ 10 ล้านใบจึงสวนทางกับความเป็นจริง

เพราะถึงเวลานั้น คนที่จนไม่จริงก็กลายเป็นคนที่จนจริงๆ ไปแล้ว ชนชั้นกลางและกิจการ SME ทั้งหลายก็ยังไม่มีวี่แววฟื้นตัว แม้จะยืดหนี้ออกไปอีก 3-5 ปี แต่ในปี 2 ปีนี้พวกเขาจะเอาอะไรมากินมาใช้กัน ความไม่พอใจจะสั่งสมเข้ามาในหมู่คนทุกชั้น

เมื่อไม่ต้องการปฏิรูป ก็ไม่ต้องทำ แต่ต้องเดินตามพม่า เพราะการต่อสู้ในพม่าอาจแซงขึ้นมาและจบก่อน

บทความก่อนหน้านี้อียู แบนวีซ่า-ยึดทรัพย์ “มิน อ่อง หล่าย-10 นายทหาร” เอี่ยวรัฐประหาร สหรัฐฯจ่อคว่ำบาตรเพิ่ม
บทความถัดไปชัยชนะ ‘เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล’ บทเรียนบริหารคลื่นความถี่ กสทช.ต้องไม่พลาดอีก!! / บทความเศรษฐกิจ