วีระ สมความคิด | อ่านเกมรัฐบาลประยุทธ์ตายน้ำตื้น ไม่เกินปีนี้มีความเปลี่ยนแปลง?

“พอเถอะ ผมว่าคุณพอได้แล้ว เพราะว่าคุณได้เข้ามาทำความเสียหายให้กับประเทศมานานหลายปีแล้ว เกินไปมาก ผมอยากให้คุณถอยออกไปดีกว่า ก่อนที่ตัวคุณจะไม่มีแผ่นดินอยู่”

คำกล่าวของ วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากที่ได้เข้ามามีบทบาทตรวจสอบรัฐบาลนี้อย่างเข้มข้นในหลายกรณี วีระกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในปี 2564 นี้แน่!

วีระเล่าถึงบทบาทการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลประยุทธ์ ตอนนี้มีหลายเรื่องที่ได้ดำเนินคดีแล้วมีเรื่องค้างอยู่ที่ ป.ป.ช.อยู่มาก หลายเรื่องยังเงียบ

แต่อย่างไรก็ตาม คิดว่าด้วยความย่ามใจของรัฐบาลนี้ จะทำให้ไปไม่รอด ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินขนาดไหน จะคุมได้หมดทั้งกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำ หรือลามไปถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยเลย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าบางครั้ง คนเราก็ตายน้ำตื้น เพราะความชะล่าใจหลงในอำนาจของตัวเอง ก็มีให้เห็นมาตลอดในอดีตว่าเขาชะล่าใจหลายครั้ง แม้มันยังไม่ถึงระดับที่จะทำให้ฝ่ายค้านเอามาเป็นประเด็นนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ จนรัฐบาลไม่สามารถทนอยู่ได้

“แต่ผมเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมีอะไรเด็ดๆ ออกมาแน่”

สําหรับความเปลี่ยนแปลง วีระมองว่าในปีนี้จะเกิดขึ้นนั้น หนึ่งในสัญญาณที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อไม่นานมานี้เลย คือ กำลังได้รับการติดต่อจากหลายฝ่าย แม้แต่ฝ่ายที่เคยสนับสนุนคุณประยุทธ์เอง กลับมาติดต่อตัวผม ให้ไปร่วมมือในการที่จะวางแผนโค่นคุณประยุทธ์

นี่ผมกล้าที่จะบอกให้ฟังเลย คุณประยุทธ์ก็ต้องระวังตัวไว้แล้วกัน เพราะคนใกล้ตัวคุณเอง คนที่เคยสนับสนุนคุณบางคนตอนนี้เขาจะไม่เอาคุณแล้ว และเขากำลังจะขอให้ผมร่วมมือกับเขา ในการที่จะเอาคุณออกจากตำแหน่ง “เขาต้องการจะเปลี่ยนคน” วีระกล่าว

เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ไม่ครบเทอมแน่ ดีไม่ดี อาจจะไม่ต้องรอให้ประชาชนออกมาขับไล่เต็มท้องถนนหรอก เพราะเขาอาจจะชิงความได้เปรียบ เพราะรู้ตัวเองไม่รอด ก็อาจจะลากยาวไปถึงหลังช่วงการพิจารณางบประมาณแผ่นดินปี 2565 จากนั้นเขาอาจจะยุบสภาก็ได้ เพื่อหวังความได้เปรียบ

แต่ถ้าตัวเขายังคิดว่าหากมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้เขาอาจจะได้กลับมา ถึงเวลานั้น เขาจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว ยิ่งทำตัวอวดดีอวดเก่ง อนาคตอาจจะถึงขั้นไม่มีแผ่นดินอยู่ ต้องหนีออกต่างประเทศเลยก็ได้

“ที่ผมทำกล้าพูดออกมา ผมเองไม่มีปัญหา ก็เปิดข้อมูลแบบนี้แหละให้รู้กันไปเลย ผมยืนยันว่าส่วนตัวพร้อมให้ความร่วมมือหมดกับทุกคน อะไรที่จะเป็นประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่ว่าฝ่ายไหนมาขอ ผมก็ร่วมมือหมด ผมไม่มีกรอบว่าคุณเคยเป็นฝ่ายสนับสนุนคุณประยุทธ์มาก่อน หรือคุณเคยมาด่าผม หรือทำทุกทางเพื่อขัดขวางผม แต่วันนี้คุณกลับมาขอให้ผมช่วยร่วมมือ ผมเองก็จะเฝ้าดูข้อเท็จจริง ดูหลักฐานว่าคุณมีประเด็นอะไรที่สามารถทำได้จริงหรือไม่ ถ้าทำได้จริงเมื่อไหร่ผมเอาด้วยทันที”

“การที่ผมจะช่วยกำจัดคนไม่ดีออกจากอำนาจหน้าที่ผมยินดีอย่างมาก ผมร่วมมือหมดกับทุกฝ่าย แล้วคนที่มาขอให้ผมช่วยผมก็รู้ว่ามีเบื้องหลังตัวจริงๆ คือใคร ก็ไม่เป็นไร การที่เราจะร่วมมือกันเอาคนไม่ดีออกจากตำแหน่ง ใครมาขอก็ได้”

“แต่ถ้าเสร็จแล้วเขาจะไปสนับสนุนคนชั่วคนไม่ดีอีก ก็ต้องมาเจอกันอีกกับผมแน่นอน ผมจะตรวจสอบต่อ ไม่ใช่ผมจะร่วมมือกับใครตลอด ขอให้มองเป็นประเด็น ประเด็นไป” วีระระบุ

ส่วน “ความหวัง” วีระบอกว่า ก็ต้องมีสิครับ มันอยู่ที่พวกเราประชาชน คุณจะยอมให้เขากระทำกับพวกคุณแบบนี้ต่อไปหรือ คุณไม่คิดจะลุกขึ้นมาต่อสู้เหรอ?

คุณหันไปดูเด็กๆ ทุกวันนี้เขายังไม่ยอม น้องๆ นักเรียน-นักศึกษาเขาไม่ยอมที่จะให้ชีวิตของเขาต้องจำนนอยู่กับสิ่งเหล่านี้

สิ่งที่เขาเอามาเรียกร้องวันนี้ก็เพื่ออนาคตของพวกเขาทั้งนั้น

อย่างผมเอง 60 กว่าใกล้ 70 ปีแล้วผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ผมเองก็ยังต้องสู้ เพื่อต้องการอนาคตที่ดีกว่า แล้วผมก็เชื่อว่าคนรุ่นใหม่เขาก็ต้องการอนาคตที่ดี และเขาคงไม่ยอมและจะไม่จำนนต่ออำนาจ ไม่สยบยอมให้กับความไม่ยุติธรรมทั้งหลาย

ผมเชื่อว่าเขาต่อสู้เต็มที่แน่นอน แล้วผมก็เฝ้ามองการต่อสู้ของเขา เห็นว่าเขาก็สู้เต็มที่ไม่ได้หวาดกลัวอะไรเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างมาก ผมชื่นชมจิตใจอันกล้าหาญของคนรุ่นใหม่

วีระกล่าวเสริมด้วยว่า ต้องฝากความหวังกับคนรุ่นใหม่ และเชื่อมั่นเลยว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น รุ่นน้องเยาวชนทั้งหลาย เขาจะเป็นกำลังสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนผ่าน และพวกเขาจะเป็นคนที่ดูแลประเทศต่อไปในอนาคต

เชื่อว่าในอนาคต น้องๆ คงจะเข้ามามีโอกาสรับผิดชอบบ้านเมืองในสถานะต่างๆ แล้วแต่บทบาทความรู้ความสามารถของพวกเขา ประเทศเราจะต้องพึ่งคนรุ่นใหม่เหล่านี้

ส่วนการจะทะลุเพดาน เคลื่อนไหวด้วยประเด็นร้อนแรงดุดัน วีระให้ความเห็นว่า ก็อยากให้มองว่ามันก็เป็นธรรมชาติ ผมอายุเท่าเขาก็เป็นแบบนี้ ด้วยวัยด้วยประสบการณ์ต่างๆ พวกคุณต้องมองความจริงว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำ มันเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์และเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ คุณอย่าไปมองเรื่องบุคลิกของคน หรือกิริยาอาการของเขา แม้บางการแสดงออกไม่ได้น่ารักไปบ้างในบางมุม บางคนอาจจะรับไม่ได้

แต่คุณต้องดูความตั้งใจของเขา ว่าสิ่งที่เขานำเสนอ มันเป็นความจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปกล้าพูดหรือไม่ และเหตุใดเขาจึงกล้าพูดกล้าทำ เขาจะต้องเอาอะไรเข้าไปแลกมามากมาย เขาจะต้องเอาอิสรภาพของตัวเขาเข้าไปแลก

น้องๆ ต้องถูกดำเนินคดี เขาต้องเสี่ยงชีวิต พวกคนที่วิจารณ์เขากล้าทำอย่างเขาหรือไม่?

พวกคุณอายุมากกว่าเขาเยอะแยะ คุณกล้าพูดกล้าทำแบบเขาหรือเปล่า แล้วอยากให้คุณไปมองดีๆ ว่าสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาทำ อะไรมันเป็นความจริงหรือไม่ หลายเรื่องหลายราวที่หลายคนเป็นผู้ใหญ่ ก็เก่งกันแค่ไปนินทาลับหลัง แต่ไม่มีความกล้าหาญเหมือนเด็กๆ ที่จะพูดต่อสาธารณะถึงปัญหาของประเทศอย่างตรงไปตรงมา ผมว่าเราจะต้องมองตรงนี้

เด็กบางคน ถ้าเขาจะมีกิริยาวาจาอะไรที่ดูไม่น่ารัก เรื่องเหล่านี้ก็เป็นความรับผิดชอบส่วนตัวของเขา แต่มันก็ไม่ทำให้สิ่งที่เขาพูดเขาแสดงออกมันเสียหายอะไรเลย

แต่พวกคนที่รู้สึกว่าได้เปรียบคนทั้งประเทศมาตลอด แค่ไม่อยากจะสูญเสียสถานภาพที่ได้สิทธิ์เหนือคนอื่นนี้ไป เขาก็ต้องพยายามยืนตรงกันข้ามกับสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่ขณะนี้กำลังเรียกร้อง

แล้วนาทีนี้อะไรที่จะทำให้ประเทศเรารอดพ้นจากวิกฤตทุกอย่างทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ วีระบอกว่า เราจะต้องมาช่วยกันปฏิรูปหลายอย่าง ทั้งระบบราชการ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตำรวจ อัยการ ศาล และปฏิรูปกองทัพ

ถามว่ากล้าหรือไม่

ถ้าสามารถทำ 3 เรื่องนี้ได้ ผมมั่นใจว่ามันจะตัดวงจรอุบาทว์ในประเทศ แล้วผมจะทำมัน ผมบอกไว้เลย ผมจะทำ 3 เรื่องนี้ คุณก็คอยดูต่อไป ในเร็วๆ นี้ แล้วจะทำมันในอีกบทบาทหนึ่ง เดี๋ยวสังคมไทยจะได้เห็นอีกบทบาทหนึ่งของผม ในการนำ 3 เรื่องนี้มาดำเนินการ

ต่อทัศนะว่าสุดท้ายแล้วบ้านเมืองเราจะหนีพ้นการนองเลือดหรือไม่ วีระมองว่า อยู่ที่ผู้นำ-ผู้มีอำนาจ ต้องการให้มันเกิด

“ฟังผมไว้เลย ว่าการนองเลือดจะเกิดขึ้นจากประชาชนไม่ได้ ประชาชนไม่สามารถที่จะเป็นคนจุดชนวนให้เกิดการนองเลือดในประเทศได้ ผู้นำเท่านั้น ผู้ปกครองเท่านั้น เป็นคนที่จะทำให้เกิดการนองเลือดขึ้นในประเทศ คุณไปย้อนดูประวัติศาสตร์ได้เลย ทุกประเทศเป็นอย่างนี้ทั้งหมด ผู้นำผู้ปกครองนั่นแหละเป็นเงื่อนไขสำคัญ เป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เกิดการนองเลือด เกิดสงครามกลางเมือง เกิดจลาจลวุ่นวายขึ้นในประเทศ ผู้นำผู้ปกครองเท่านั้นที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริง และเขานั่นแหละที่จะเป็นคนที่สามารถถอดชนวนความรุนแรงลงได้”

“เพียงแค่เขายอมถอยออกจากอำนาจโดยดีครับ”

ชมคลิป

บทความก่อนหน้านี้เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีก 1ปี | ทำไม ไม่มีใครเชื่อคำมั่นกองทัพเมียนมาที่จะให้มีเลือกตั้งใน 1 ปี?