วางบิล / เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์/คือคนหนังสือพิมพ์ ดาวฤกษ์แห่งจักรวาลสื่อมวลชน

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์
ฐากูร บุนปาน

วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

คือคนหนังสือพิมพ์

ดาวฤกษ์แห่งจักรวาลสื่อมวลชน

 

วันหนึ่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ที่สุภชัย วีระภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทไทยนครพัฒนา เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชาลัย 980 เป็นเจ้าภาพพาคณะสื่อมวลชนไปดูงาน ในจำนวนนั้นมีชาวคณะหนังสือพิมพ์ ฐากูร บุนปาน จากมติชนไปร่วมด้วย

คืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับรุ่งขึ้นช่วงสาย หลังอาหารค่ำ คณะเรากลับมาสนทนาต่อที่บริเวณล็อบบี้โรงแรม ระหว่างสุภชัย วีระภุชงค์ กับคณะบางคน และฐากูร บุนปาน กับคณะบางคน ซึ่งมีข้าพเจ้าด้วย

เรื่องที่สนทนากันคือความรู้เรื่องการเมืองในกัมพูชาและพนมเปญ “อ๊อด” สุภชัย ซึ่งเข้าไปมีทั้งธุรกิจและสัมพันธ์กับผู้บริหารกัมพูชาระดับสูง มีความรู้ทั้งลึกและกว้างเป็นอย่างดี กับฐากูร “โต้ง” ขณะนั้นเป็นผู้สื่อข่าวทั้งของมติชนและข่าวสด ทั้งผู้ซักถามและแสดงความคิดเห็นในหลายเรื่องพร้อมกับขอความรู้

แน่นอน การสนทนาย่อมมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นยาดำอยู่ด้วย เพียงแต่ละคนต่างระมัดระวังไม่ให้แอลกอฮอล์เลยเถิด ด้วยจะต้องออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ตอนเช้า

กระนั้น การสนทนาหลายเรื่องทั้งลึกทั้งกว้างระหว่าง “โต้ง” กับ “อ๊อด” ถ้อยทีถ้อยเล่าเรื่องที่รู้ และตอบคำถามระหว่างกันแทบเรียกว่าทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลผู้บริหารในรัฐบาลกัมพูชาและผู้บริหารรัฐบาลไทย กับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน

กระทั่งฟ้าเกือบสางจึงต่างแยกย้ายกัน “ขอหลับสักงีบ” ทั้งสองคน “โต้ง” กับ “อ๊อด” ส่วนคนอื่นทยอยกลับเข้าห้องทีละคนสองคน

 

หยิบยกเหตุการณ์ครั้งนั้นมานำเรื่อง ด้วยพบข้อความของสุภชัย วีระภุชงค์ เมื่อทราบข่าว “โต้ง” ฐากูร บุนปาน จากไป จึงเผยแพร่ข้อความอาลัยถึงฐากูร บุนปาน ว่า

“ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของพี่โต้ง ดาวจรัสแสงของแผ่นดินสยามประเทศอีกดวงหนึ่ง ผู้ที่พูดจริง พูดตรง มีคุณธรรม มีความเป็นธรรมฝังลึกในส่วนลึกของหัวใจที่เรียกว่าอุเบกขา หรือรู้จักใช้ธรรมนำพาชีวิต เห็นได้จากแนวทางการทำงานของเครือมติชนที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณการทำข่าวที่มีคุณภาพ มีความเที่ยงธรรม คุณธรรม ที่ผมเฝ้าตามดูมาตลอด ขอดวงวิญญาณของพี่โต้งสู่สรวงสวรรค์สัมปรายภพ”

ข้อความนั้น หนังสือพิมพ์มติชนนำมาปิดท้ายข่าวการจากไปของ “โต้ง” ฐากูร บุนปาน ในหน้า 5 หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพุธที่ 13 มกราคม 2564

นำข้อความของสุภชัย วีระภุชงค์ ที่กล่าวถึง “โต้ง” ฐากูร บุนปาน รองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ลงไว้ ณ ที่นี้ แม้มีผู้กล่าวถึงฐากูร บุนปาน ในการจากไปด้วยโรคมะเร็งในวัยเพียง 59 ปีหลายคน ด้วยสุภชัยแสดงความรู้จักฐากูรในความเป็นตัวตน ทั้งในหน้าที่การงานสื่อมวลชนเป็นงานเดียวที่ฐากูรทำ ทั้งในความเป็นฐากูร บุนปาน ในการแสดงออกของการสนทนาระหว่างกันที่ “พูดจริง พูดตรง”

ประการสำคัญคือ “มีคุณธรรม มีความเป็นธรรมฝังลึกของหัวใจที่เรียกว่าอุเบกขา หรือรู้จักใช้ธรรมนำพาชีวิต” ซึ่งน้อยคนที่รู้จัก “โต้ง” จะนำมาแสดงออกถึงความเป็น “โต้ง” ได้เด่นชัด

ทั้งนี้ ตลอดการปฏิบัติหน้าที่เป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชน ฐากูร “ยึดมั่นในจิตวิญญาณการทำข่าวที่มีคุณภาพ มีความเที่ยงธรรม คุณธรรม” — “ที่ผมเฝ้าตามดูมาตลอด”

 

ฐากูรเพิ่งผ่านพ้นวัย 59 ปีมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 จะมีอายุครบ 60 ปีในเดือนธันวาคม 2564 ปลายปีนี้ หลังจากสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิชารัฐศาสตร์การทูต จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าทำงานในกองบรรณาธิการมติชน ประจำโต๊ะข่าวต่างประเทศขณะนั้นทันที

ฐากูรเติบโตจากสายงานข่าวกองบรรณาธิการมติชน กองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ และกองบรรณาธิการข่าวสด จากผู้สื่อข่าว เป็นผู้บริหารกองบรรณาธิการ เป็นบรรณาธิการและผู้บริหาร กระทั่งเป็นผู้จัดการทั่วไปบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ถึงปี 2562 เริ่มป่วยด้วยโรคมะเร็งในปีนั้น จึงลาออกจากกรรมการผู้จัดการ รับตำแหน่งรองประธานกรรมการ

วันที่ 12 มกราคม 2564 ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบจากโรคมะเร็ง

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่กองบรรณาธิการทั้งมติชน ประชาชาติธุรกิจ และข่าวสด ทั้งการบริหารงานในบริษัทมติชน บริษัทข่าวสด ฐากูรยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นนักข่าว นักเขียน และคอลัมนิสต์มาตลอด ทั้งใช้หลายโอกาสออกไปหาข่าว สัมภาษณ์บุคคลในวงรัฐบาล ทหาร วงการเศรษฐกิจ การเงินการคลัง จนรู้ลึกทั้งข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศ และข่าวอื่นๆ

รวมถึงให้ความสนใจเรื่องที่นำมาเขียนคอลัมน์ เช่น การประกอบอาหาร ชิมอาหาร ดนตรีกาล กีฬา ลงเล่นฟุตบอลกับเพื่อนทุกครั้งที่มีการแข่งขัน และสภาพสังคม

 

อีกภาระหนึ่งที่นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจนเขียนอาลัยว่า เวลาประชุมพ่อครัวใหญ่สมัชชาคนจนในกรุงเทพฯ เรามักจัดให้มีวิทยากรมาช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ พี่โต้งเป็นขาประจำคนหนึ่งที่พวกเราชวนมาวิเคราะห์สถานการณ์ให้ตลอด ด้วยลีลาที่คุยสนุก คุยได้ทุกเรื่อง มีข่าว “ซีฟ” มาให้ฟัง จึงเป็นที่ชื่นชอบของพี่-น้องสมัชชาคนจน และพี่โต้งก็เมตตาพวกเราไม่น้อย

“ล่าสุดเมื่อต้นปีที่แล้ว ผมได้ชวนพี่มาช่วยพูดคุยอีกครั้ง พี่โต้งตอบรับด้วยความยินดี ก่อนลงท้ายว่า – ผมต้องให้คีโมก่อนนะครับ ถ้าไม่เหนื่อยเกินไปผมไปแน่นอน – เล่นเอาคนบอกต้องยกเลิกพี่เขาด้วยเกรงใจ”

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเดอะเนชั่น เขียนข้อความระบุว่า อาลัยเพื่อนรัก เพื่อนผู้เป็นแบบอย่างคนข่าวที่ยึดมั่นอุดมการณ์ และจิตใจเคียงข้างประชาธิปไตยอย่างมั่นคง

รุ่งมณี เมฆโสภณ นักคิดนักเขียนโพสต์ข้อความว่า ในสายตาของคนที่โต้งเรียกว่าเจ๊คนนี้ โต้งเป็นเด็กเสมอ เราสองคนสนิทกันราวปี 2527 ตอนนั้นโต้งเพิ่งจบจากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาเป็นนักข่าวมติชน เราเจอกันบ่อยช่วงติดตามข่าวสันติภาพเขมร ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ความประทับใจที่มีต่อโต้ง…เป็นเพราะความรู้เรื่องที่ตัวเองติดตามทำข่าวอย่างดี ดีพอที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับเจ๊ได้ ฯลฯ

 

ขอนำบทสรุปมาปิดท้ายสำหรับ “โต้ง” ฐากูร บุนปาน จากบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซีพีออลล์ ว่าถึงคุณสมบัติ 3 ประการของ “โต้ง” ในฐานะรุ่นพี่ และรู้จักมาเกือบ 40 ปี

1.เป็นคนมีสัมมาคารวะและนอบน้อมถ่อมตน 2.เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ถึงแม้เป็นนักข่าวตัวเล็กๆ หรือรองประธาน ก็ยังเหมือนเดิม และแน่วแน่ในอุดมการณ์ 3.เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือเผื่อแผ่คนรอบข้างมาตลอด 30 ปี

–ขอให้ไปสู่สัมปรายภพ พบแต่สิ่งดีงาม อยู่ในภพภูมิที่ดีเป็นนิรันดร์

บทความก่อนหน้านี้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง/แจง แจ้ง แกง แก้ง
บทความถัดไปไทม์เอาต์ / SearchSri / วิกฤต ‘เชลซี’ อนาคต ‘แลมพาร์ด’