‘คริสตี สไมธ์’ นักข่าวผู้หลงรักอาชญากร

คริสตี สไมธ์ อดีตนักข่าวสำนักข่าวบลูมเบิร์ก สำนักข่าวชื่อดังของสหรัฐอเมริกา วัย 37 ปี กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามา เมื่อบทสัมภาษณ์เปิดเผยเรื่องราวความรักที่เธอมีกับ “อาชญากร” ที่เธอทำข่าว ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ผ่าน “นิตยสารแอล” เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

สไมธ์เปิดเผยเรื่องราวที่เธอตกหลุมรักเข้ากับ “มาร์ติน ชเครลี” อดีตผู้บริหารบริษัทยาผู้ได้ฉายาว่า “ชายที่คนเกลียดมากที่สุดในอเมริกา” หลังจากเธอเป็นผู้ทำข่าวการถูกจับกุมในข้อหา “หลอกลวงนักลงทุน” ในเดือนธันวาคมปี 2015

ชเครลีผู้เคยบริหารบริษัทยา “ทูร์ริง ฟามาซูติคอลส์” กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วสหรัฐอเมริกาเมื่อเขาประกาศ “ขึ้นราคา” ยา Daraprim ยารักษาโรคฝีในสมองที่เกิดจากพยาธิในภาวะที่ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เมื่อปี 2015 โดยขึ้นราคาจาก 13.50 เป็น 750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน

ชเครลีดึงดูดความสนใจจากสื่ออีกครั้งในปีเดียวกัน เมื่อเขาเป็นผู้ชนะประมูลอัลบั้มเพลงของวง Wu-Tang Clan วงแร็พเปอร์ชื่อดังของสหรัฐ

อัลบั้ม “Once Upon a Time in Shaolin” ผลิตออกมาเพียง 1 ก๊อบปี้เท่านั้น โดยชเครลีประมูลไปได้ด้วยราคา 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 60 ล้านบาท

จากการประกาศขึ้นราคายามหาโหด ชเครลีถูกเรียกเข้ารับการไต่สวนกับสภาคองเกรสสหรัฐ แต่ก็ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใดๆ และเรื่องดังกล่าวนำไปสู่ฉายาว่า “Pharma Bro”

 

สไมธ์ติดตามทำข่าวตลอดการไต่สวนคดีของชเครลี ที่ศาลในย่านบลูคลิน นครนิวยอร์ก อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ชเครลีจะถูกศาลตัดสินให้ต้องรับโทษจำคุก 7 ปี เมื่อปี 2018

สไมธ์เปิดเผยกับนิตยสารแอล ว่าหลังจากเริ่มต้นทำข่าวในปี 2015 เธอก็เริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับชเครลีมากขึ้นๆ ก่อนจะเริ่มคบหากันหลังจากชเครลีถูกจำคุกในเรือนจำเมื่อปี 2018 โดยสไมธ์อธิบายความรู้สึกในตอนนั้นว่า

“มันยากมากๆ ที่จะนึกถึงช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากกว่านั้นได้อีก” สไมธ์ระบุ

นักข่าวสาวยอมลาออกจากงานหลังจากมีปัญหากับนักข่าวคนอื่นๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์ชเครลี ก่อนที่สไมธ์จะมีปัญหากับสามีที่คบกันมาตั้งแต่ปี 2014 จนต้องเลิกรากันในปี 2019

สไมธ์ถึงขั้น “เก็บไข่” เพื่อแช่แข็งเอาไว้รอวันที่ชเครลีจะออกจากคุกเพื่อมีลูกและสร้างครอบครัวด้วยกัน

สไมธ์ระบุว่า เธอค่อยๆ ตกหลุมรักชเครลี ก่อนจะตัดสินใจ “บอกรัก” ขณะเดินทางไปเยี่ยมที่เรือนจำ

“ฉันบอกมาร์ตินว่าฉันรักเขา และเขาก็บอกว่าเขารักฉันเหมือนกัน” สไมธ์ระบุ และว่า ทั้งคู่จูบกันและเริ่มต้นคบหากันตั้งแต่นั้น

สไมธ์ระบุว่า การได้เปิดเผยเรื่องราวนี้เหมือนเป็นการได้ปลดปล่อยความอัดอั้น และเธอไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดกับเธออย่างไร

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยอมรับว่า “บางทีฉันอาจโดนโปรยเสน่ห์จากเจ้าพ่อนักบงการก็เป็นได้”

สไมธ์ที่ถึงขั้นสอบใบขับขี่เพื่อที่จะสามารถขับรถไปเยี่ยมชเครลีได้ ตกลงกันว่าเธอจะเขียนหนังสือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคดีและชีวประวัติของชเครลีด้วย

 

เรื่องราวของสไมธ์ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหน้าสื่อมากมาย บางส่วนโจมตีเธอว่าทำงานโดยละเมิดจรรยาบรรณของสื่อมวลชน แต่บางส่วนก็ชื่นชมเธอที่กล้าที่จะออกมาเปิดเผยเรื่องราวความรักของตัวเอง

ชเครลีเคยได้รับการประกันตัวแต่ก็ถูกศาลยกเลิกประกันและถูกส่งตัวเข้าคุกอีกครั้งหลังจากเขาประกาศให้เงิน 5,000 ดอลลาร์กับผู้ที่สามารถดึงผมของฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐมาให้เขาได้

ชเครลี ผู้ที่เคยถูกคณะลูกขุนโจมตีว่าเป็น “ไอ้ปีศาจ” และมี “หน้าเหมือนอวัยวะเพศชาย” ถูกอธิบายตัวตนจากทนายความส่วนตัวว่า “มีอาการของออทิสติกอ่อนๆ และเป็นอัจฉริยะที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง”

ล่าสุด ชเครลีรับรู้ถึงการให้สัมภาษณ์ของสไมธ์แล้ว และส่งข้อความผ่านทนาย “บอกเลิก” กับสไมธ์ในทันที

“เขาทิ้งฉันแล้วเขาฝากบอกผ่านทนายเขามา” สไมธ์ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทม์ส เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 1 วันหลังจากนิตยสารแอลตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ออกไป

โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า “หวังว่าคุณสไมธ์จะโชคดีกับอนาคตที่จะเดินต่อไปข้างหน้า”

แม้สไมธ์จะพร้อมเปิดใจกับผู้ชายคนอื่นๆ แต่เธอก็ยอมรับว่าเธอยังคงรักชเครลีอยู่ และหวังว่าจะได้ร่วมงานกันในอนาคต

“ชีวิตแต่งงานของฉันและเรื่องอื่นๆ ต้องพังลง ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เป็นเพื่อนและพยายามเป็นนักข่าว และฉันจมอยู่กับเรื่องนี้มามากเกินไปแล้ว” สไมธ์ระบุ

บทความก่อนหน้านี้ชาวอเมริการวบรวมรายชื่อเรียกร้องตรวจสอบ Li Zhiying
บทความถัดไปศิลปะบัณฑิต (หญิง) คนแรก ของคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร “ศิลปินแห่งชาติ” สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) (พ.ศ.2559)