การ์ตูนที่รัก : Spies in Disguise

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Spies in Disguise

หนังการ์ตูนปี 2019 จากบลูสกายและทเวนตี้เซ็นจูรี่ฟอกซ์ ลำพังลายเส้นก็เห็นได้ชัดว่านำแสดงโดยวิล สมิธ เมื่อได้ยินเสียงก็ชัดเจนว่าเป็นเขาแน่ ดูแล้วทึ่งในประสิทธิภาพของเทคโนโลยีแอนิเมชั่นยุคใหม่ที่ถอดแบบนักแสดงคนหนึ่งออกมาได้ทุกกิริยาและท่วงท่า

หนังออกฉายปลายปี 2019 เฉียดฉิวโควิดไปนิดเดียว ได้รับคำชื่นชมมากโดยเฉพาะเสียงพากย์ของวิลล์ สมิธ และทอม ฮอลแลนด์ ส่วนเนื้อเรื่องแม้ว่าจะไม่มีอะไรโดดเด่น แต่การเขียนบทและสเปเชียลเอฟเฟ็กต์พาดูเพลินจบไม่รู้ตัว

เป็นทีมผู้สร้าง Ice Age ก็มั่นใจได้ว่าฮา

หนังเริ่มเรื่องด้วยฉากเด็กชายตัวน้อย วอลเตอร์ เบ็กเค็ต สนุกสนานกับการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์เพื่อช่วยแม่ซึ่งเป็นตำรวจทำงานจับผู้ร้ายอย่างปลอดภัย ทีเด็ดของเขาคือการปล่อยกากเพชรแห่งความสุขสะกดให้ผู้ร้ายหลงใหลและคิดดีชั่วขณะ

เมื่อสิ่งประดิษฐ์ของเด็กชายห้าขวบไม่เป็นไปตามคาด เขาบอกแม่ว่าแม่คงคิดว่าเขาเพี้ยนแน่ๆ แม่ตอบเขาว่าแม่อยากได้ลูกเพี้ยนๆ อยู่แล้ว เพียงห้านาทีแรกเราก็ได้เนื้อหาสาระที่ดีหนึ่งข้อ

“รักเขาแบบที่เขาเป็น” คือเคล็ดลับข้อหนึ่งในการเลี้ยงลูก

หลายครั้งที่เราเลือกมิได้ว่าลูกเกิดมาเป็นตัวอะไร เขาอาจจะพิการบางอย่าง สติปัญญาบกพร่อง เพศสภาพหรือเพศวิถีแตกต่าง เป็นอินโทรเวิร์ตรักสันโดษชอบเก็บตัว หรือเรียนหนังสือไม่เก่งเอาเสียเลย ตัวอย่างเหล่านี้ที่เราพ่อ-แม่ควรทำคือรักเขาแบบที่เขาเป็น

เมื่อเด็กรู้ว่าตนเองเป็นที่รักและต้องการของพ่อ-แม่ เขาจะมีเซลฟ์เอสตีมแล้วพัฒนาต่อไป ง่ายๆ เท่านี้เอง บ้านที่ไม่ยอมรับลูกในแบบที่ลูกเป็น และไม่รักเขาในแบบที่เขาเป็น แล้วพยายามแก้ไขลูกให้เป็นดั่งใจเรา กลับจะพบความยากลำบากทั้งตัวลูกเองและพ่อ-แม่

เขียนเช่นนี้มิได้แปลว่าไม่ให้ทำอะไร ประเด็นคือ เมื่อลูกมีเซลฟ์เอสตีมแล้วเขาจึงจะมีพลังพัฒนาตนเองต่อไป ถึงเวลานั้นเราพ่อ-แม่จึงค่อยหาโอกาสหรือลู่ทางที่จะช่วยเหลือเขาอีกทีหนึ่ง แต่ขั้นแรกคือ “รับ” และ “รัก” ที่ “ตัวตน” ของเขาก่อน

แม่ของวอลเตอร์ยอมรับเขาโดยไม่มีเงื่อนไขแต่เธอตายคืนนั้นขณะปฏิบัติหน้าที่

กลายเป็นหนังการ์ตูนที่ส่งสัญญาณว่าแม่คงตายแน่ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น แม่ของวอลเตอร์ยังไม่ทันจะได้ช่วยเหลือเขาพัฒนาตนเองก็จากไปเสียแล้ว พัฒนาการของวอลเตอร์จึงติดขัดอยู่ตรงนั้น เพราะหนังมิได้พูดเรื่องพ่อหรือใครอื่นที่จะมาเป็นเสาหลักให้เขาพัฒนาต่อได้อีก เขาโตขึ้นเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์แก็ดเจ็ตเพื่อช่วยเหลือสายลับทำงาน แต่อุปกรณ์ที่เขาสร้างขึ้นมามิใช่เพื่อสังหาร

เขาเรียกตัวเองว่าสายลับไฮโดรเจน บอนด์ อุปกรณ์ของเขาไม่สังหารแต่ดึงเอาความอ่อนโยนของศัตรูออกมา

ท่าไม้ตายของเขายังคงเป็นกากเพชรแสนสุขและโฮโลแกรมรูปแมวเหมียวน่ารักน่าเอ็นดูเกินจริง ทำเอานักฆ่าหรือเหล่าร้ายหน้าไหนก็หยุดได้ชั่วขณะทั้งนั้น

แต่สายลับไม่ชอบ วิลล์ สมิธ รับพากย์แอนิเมชั่นตัวเขาเองเป็นสายลับ แลนซ์ สเตอร์ลิ่ง เขาไล่วอลเตอร์ออกหลังจากปฏิบัติการคราวหนึ่งเพราะอุปกรณ์บ้องแบ๊วแมวคิกขุที่วอลเตอร์ให้ไปปฏิบัติงาน เขาสอนวอลเตอร์ระหว่างเรื่องหลายครั้งว่าถ้าถูกต่อยมาเราต่อยกลับหนักกว่า “You hit me hard, I hit back harder.” ตาต่อตา ฟันต่อฟันไม่มีปรานี ตอนนี้เขาต้องการเครื่องมือพลางกายทำให้เขาหายไปตามที่    วอลเตอร์เคยสัญญาว่าจะทำให้ เพราะวันนี้เขาเสียรู้เจ้าวายร้ายไซบอร์กคิลเลียน เขาจะหายตัวได้ไปเอาคืน

แม่ตายไม่ได้ทำให้วอลเตอร์คิดแค้น แม่ตายเพราะช่วยชีวิตคน เขาจึงพัฒนาเครื่องมือช่วยชีวิตคนมากกว่าจะฆ่าคน ปรากฏว่าเครื่องมือช่วยสเตอร์ลิ่งหายตัวมิใช่น้ำยาล่องหนดังที่หนังหลอกให้สเตอร์ลิ่งและคนดูเข้าใจไปเอง

แต่คือน้ำยาเปลี่ยนสเตอร์ลิ่งเป็นนกพิราบ ถ้าสายลับคนหนึ่งเป็นนกพิราบย่อมเข้านอกออกในสืบความลับได้โดยผู้ร้ายไม่เห็นอย่างแน่นอน

หนังได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนสั้นเรื่อง Pigeon : Impossible ของ Lucas Martell

มุขนกพิราบสร้างความสนุกสนานได้ทั้งเรื่อง และให้ความรู้บางประการแก่คนดูที่ลืมไปแล้ว นกพิราบมองเห็นรอบตัวเกือบ 360 องศาด้วยดวงตาที่โปนมากของมัน สเตอร์ลิ่งในร่างนกไม่มีทางจะถูกทำร้ายข้างหลังอีก สนุกกว่านี้คือนกพิราบมีช่องขับถ่ายที่เรียกว่า cloaca เพียงช่องเดียว ใช้ถ่ายหนัก-เบาพร้อมกัน นั่นทำให้สเตอร์ลิ่งเป็นเดือดเป็นแค้นมาก

หนังเข้าใจเล่นมุขต่อด้วยการให้สเตอร์ลิ่งในร่างนกพิราบไปปฏิบัติการที่เวนิซ ท่านที่เคยเห็นเวนิซคงจำได้ว่ามีนกพิราบเยอะมาก นั่นทำให้ผู้ร้ายไม่สามารถตามหาเขาได้เลย บัดนี้เขาเป็นสายลับที่หายตัวไปแล้วจริงๆ

ไม่เพียงเหล่าร้ายที่หมายหัวเขา ต้นสังกัดก็กล่าวหาว่าเขาทรยศและส่งหน่วยปราบสายลับทรยศออกตามล่าเขาด้วยเช่นกัน

เขาจนตรอก เหลือเพียงวอลเตอร์และนกพิราบคู่กายวอลเตอร์อีกสามตัวเป็นคู่หู

หนังนกพิราบไม่มีมือมีแต่ขาจะไปสนุกตรงไหน ไปหาดูครับ

ข่าวสารที่หนังส่งออกมาชวนถกเถียงกันได้ สเตอร์ลิ่งเป็นสายลับที่หลงตัวเองขนาดหนักและเชื่อในเรื่องการกำจัดคนร้ายให้สิ้นซาก ในขณะที่วอลเตอร์ซึ่งมีสมองเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่กลับมีจิตใจเป็นนักมานุษยวิทยาเชื่อในศักยภาพของมนุษย์โดยไม่มีเงื่อนไข

เขาบอกสเตอร์ลิ่งว่า โลกไม่มีคนดีหรือคนร้ายมีแต่คน “There’s no good guys or bad guys. Just people.”

จริงหรือที่ว่าคนทุกคนเปลี่ยนได้ ไม่ว่าความข้อนี้จะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เป็นเนื้อหาที่เราควรส่งให้เด็กๆ ก่อนอยู่ดี

หนังสั้นความยาว 6 นาทีปี 2009 Pigeon : Impossible ของ Lucas Martell สนุกสนานไม่แพ้กัน ท่านที่สนใจหาดูได้ในเน็ต ภาพสีคมชัดไม่มีบทพูด เล่าเรื่องสายลับชื่อวอลเตอร์ เบ็กเค็ต ถือกระเป๋าเอกสารล้ำยุคใบหนึ่งมานั่งกินโดนัทที่ม้านั่งตัวหนึ่งใกล้อนุสาวรีย์จอร์จ วอชิงตัน ใน ดี.ซี. นกพิราบตัวหนึ่งบินมาเกาะม้านั่งจ้องเขากินโดนัท เกิดอุบัติเหตุนกพิราบถูกขังไว้ในกระเป๋าเอกสารออกไม่ได้

กระเป๋าเอกสารกลายเป็นป้อมปืน โดรน และปิดท้ายด้วยสวิตช์กดปล่อยมิสไซล์เพื่อทำลายโซเวียต ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของนกพิราบตัวเดียว

เรื่องราวจบอย่างไรลองหาดูเองนะครับ สนุกดี

นกพิราบคาบกิ่งมะกอกเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพถูกนำมากดปุ่มขีปานวุธในการ์ตูนสั้น เป็นความย้อนแย้งที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวแทนของความดีงามในหนังการ์ตูนเรื่องยาว

เพราะอะไรนกพิราบคาบกิ่งมะกอกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความดีงาม

ว่ากันว่าเพราะโนอาห์ใช้นกพิราบเป็นเครื่องมือในการออกตามหาแผ่นดินหลังจากพระผู้เป็นเจ้าปล่อยน้ำท่วมโลก

เช้าวันหนึ่งนกพิราบบินกลับมาที่เรือโดยคาบกิ่งมะกอกกลับมาด้วย แปลว่าน้ำลดแล้ว โลกใหม่กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง

แต่จะว่าไป น้ำท่วมโลกเพื่อลดจำนวนคนชั่วลง คล้ายๆ สเตอร์ลิ่งที่กร่างในความสามารถของตัวเองมากในตอนแรกๆ

ก่อนที่จะได้รับบทเรียนจากนกพิราบว่าสันติภาพสร้างได้

บทความก่อนหน้านี้ปวินโพสต์ ถูกคนร้ายสะกดรอย พบเบาะแสเครือข่ายจาก ‘ประเทศเช็ก’
บทความถัดไป‘แอมมี่’ เล่าเรื่องสุดซึ้งจากลูกสาว ผู้ปกครองเพื่อนฝากให้กำลังใจ