อุรุดา โควินท์ / ทางรอดอยู่ในครัว : ไม่ปล่อยให้ผักลอยนวล

อุรุดา โควินท์

บางทีฉันก็นึกสงสัยว่าทำไมฉันอยากจะทำนู่นนี่นั่นไม่ได้หยุด เวลาที่ฉันบอกว่า ฉันอยากทำ ฉันจะหมกมุ่น จนกว่าจะทำได้อย่างที่ต้องการ มันมีข้อดีตรงที่ ทำให้กระตือรือร้น วันพรุ่งนี้ตื่นเต้นเสมอ เพราะมีอะไรให้ลุ้น

แต่ข้อเสียก็คือ ทุกความปรารถนามีต้นทุน ต้นทุนซึ่งไม่ใช่แค่เงิน แต่มันรวมถึงเวลาและพลังงานด้วย โดยรวม-ฉันอยากใช้คำว่า พื้นที่ในชีวิต

หนึ่งเดือนมาแล้วที่ฉันแบ่งพื้นที่มากมายให้การทำสบู่

เริ่มต้นจาก ฉันอยากหาอะไรทำ เผื่อจะเพิ่มรายได้ อะไรสักอย่างที่ฉันสนุก ตอนนั้นนั่นเอง ที่ฉันบังเอิญได้ดูคลิปของนักทำสบู่ต่างชาติ

ไม่เห็นหน้าเธอ แต่จากเสียง และริ้วรอยที่มือ ฉันเดาว่าเธออายุไม่ต่ำกว่า 60 เธอทำสบู่ในครัวเล็กๆ แสงไม่ค่อยดีนัก และดูเหมือนเธอถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์

ข้ามคุณภาพของคลิปไปเถิด ที่ฉันทึ่งก็คือ สบู่ของเธอสวยน่าใช้เหลือเกิน

 

ฉันไม่เคยสนใจการทำสบู่น้ำมันมาก่อน เพราะสบู่น้ำมันที่ฉันเคยใช้ แม้จะใช้ดี แต่สีมักตุ่นๆ เป็นสีที่ได้จากผงธรรมชาติ เช่น ขมิ้นชัน ถ่านไม้ มันดูดีแบบอบอุ่น แต่นั่นไม่ได้เร้าใจฉันนัก

หลังจากดูคลิป มุมมองเกี่ยวกับสบู่กวนเย็นของฉันก็เปลี่ยนไป มันเป็นทั้งวิทยาศาสตร์และงานศิลปะ ที่สำคัญ มันมีประโยชน์ใช้สอย ใช้ดีกว่าสบู่ที่ทำจากโรงงานมาก

เราสามารถเลือกคุณสมบัติของสบู่ได้จากน้ำมัน เราสามารถออกแบบสบู่ ทั้งคุณสมบัติ สีสัน ลวดลาย และกลิ่น

โอ…ฉันหยุดดูคลิปทำสบู่ไม่ได้เลย ยิ่งดูก็ยิ่งเจอคลิปใหม่ๆ พร้อมกันนั้น ความทะเยอทะยานที่จะเป็นนักทำสบู่ของฉันก็เพิ่มขึ้น พุ่งเร็วอย่างจรวด

และไม่เกี่ยว-ว่าฉันจะมีรายได้จากสบู่หรือเปล่า เป้าหมายคือ ฉันอยากทำสบู่ที่สวย หอม และบำรุงผิวพรรณ ฉันอยากมอบเป็นของขวัญ

ใช่ ฉันคิดถึงของขวัญปีใหม่ ถ้าเป็นสบู่ฝีมือฉัน มันจะเยี่ยมมาก

 

ไม่มีอะไรง่าย แต่ไม่รู้เพราะอะไร ฉันมั่นอกมั่นใจนัก ฉันรู้ว่าฉันอยากได้สบู่แบบไหน ฉันมีสบู่ในอุดมคติเสียตั้งแต่ต้น

สบู่ที่ฉันฝันจะไปถึง

ฉันซื้อ ซื้อ และซื้อ อุปกรณ์ รวมทั้งวัตถุดิบมากมาย ฉันลงเรียนหนึ่งคลาสเล็ก และถามครูรัวๆ ใน inbox ฉันฝึกทำสบู่ทุกวัน โดยตั้งสูตรสบู่เอง ทำหลายสูตร เพื่อได้ลองใช้ว่าต่างกันอย่างไร

ฉันเจอข้อผิดพลาดมากมาย สบู่กวนเย็นเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ เข้าใจ เรียนรู้ เพื่อปรับใช้กับปัญหาเฉพาะหน้า

ทำไปสิบกว่าครั้ง ยังไม่ได้สบู่ที่พอใจ ปัญหาหนึ่งแก้ได้ อีกปัญหาก็เกิด ต้องหาความรู้ใหม่ ฝึกทักษะใหม่

แต่ในที่สุดมันก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ฉันได้สบู่ที่ชอบในเรื่องรูปลักษณ์แล้ว แต่ยังไม่อาจด่วนสรุปว่าใช่ เพราะต้องรออีกราวหนึ่งเดือน กว่าสบู่จะใช้ได้ ตอนนั้นต่างหาก ค่อยตัดสินใจ มาลุ้นกันว่าคุณสมบัติเป็นอย่างที่คิดมั้ย สีและกลิ่นเปลี่ยนไปบ้างมั้ย

ระหว่างรอ ฉันทำสบู่เกือบทุกวัน เพื่อฝึกลวดลายใหม่ ลองใช้น้ำมันชนิดใหม่ ในเวลาอันรวดเร็ว การทำสบู่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมประจำวัน นอกเหนือไปจากงานบ้าน งานเขียน และการครัว

จนกว่าจะจัดสรรเวลาลงตัว ฉันต้องหาเมนูที่ทำง่าย กินไม่เบื่อ เพื่อประหยัดเวลา

จับฉ่ายเป็นตัวเลือกที่ดี ครบห้าหมู่ในหม้อเดียว รสไม่จัด อีกทั้งไม่เคยทำครั้งละน้อยๆ ได้ ซื้อผักมาอย่างละนิดหน่อย รวมกันเข้าก็เป็นหม้อใหญ่

จับฉ่ายนั้น จะใช้ผักอะไรก็ได้ที่แม่ครัวชอบ (มี) ผักที่ต้องมีในจับฉ่ายของฉัน คือหัวผักกาด คะน้า ขึ้นฉ่าย ผักกาดขาว และเห็ดสักอย่าง นอกนั้นก็แล้วแต่แม่ค้าในตลาด ว่าเอาอะไรมาขายอีกบ้าง ถ้าไม่มี แค่นี้ บวกกับซี่โครงหมูและเต้าหู้ ก็เป็นจับฉ่ายที่อร่อยแล้ว

ผักที่ได้มา ล้างและหั่นเป็นชิ้นไว้

เนื้อสัตว์ จะใช้ไก่ หมู หรือเป็ดก็ได้ แต่ฉันชอบส่วนที่ติดกระดูก หม้อนี้ฉันใช้ซี่โครงหมู สับเป็นชิ้นรอไว้

ตำรากผักชี กระเทียม พริกไทยจำนวนมาก ยิ่งมากจะยิ่งหอมอร่อย

หั่นเต้าหู้แข็งเป็นเต๋า จากนั้นฉันก็เปิดเตา ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมากหน่อย พอน้ำมันร้อน เทเต้าหู้ลงไปทอดให้เป็นสีเหลืองทอง แล้วตักมาพักในกระชอน จากนั้นฉันเทน้ำมันออก ให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ลดไฟลง ผัดรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้หอม

แล้วเอาซี่โครงหมูลงไปผัดพอให้ตึง เหยาะซีอิ๊วขาว

 

ใช้หม้อใบใหญ่สุด เทซี่โครงผัดลงไปรองก้นหม้อ เปิดไฟอ่อน ใส่ผักที่สุกยากลงก่อน ขึ้นฉ่ายเอาไว้บนสุด เติมน้ำลงหม้อราวหนึ่งถ้วยตวง โรยเกลือนิดหน่อย แล้วฉันก็ปิดฝาหม้อ

ถ้าเอาผักแต่ละชนิดมาผัดให้สะดุ้งไฟก่อนลงหม้อจะอร่อยขึ้นอีก แต่วันนี้ฉันอยากใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด

ปล่อยให้ไฟทำงาน ส่วนฉันไปผสมสี เตรียมทำสบู่

เวลาผ่านไป 20 นาที ผักเริ่มยุบ เทเต้าหู้ทอดลงหม้อเป็นอย่างสุดท้าย แล้วปิดฝาหม้อทิ้งไว้เหมือนเดิม

ฉันจะรอให้ผักสุกจนได้ที่ คือสุกเกือบเปื่อย จึงชิม ซึ่งส่วนใหญ่ แค่เติมเกลือกับเหยาะน้ำมันงานิดหน่อยก็พอ รสชาติของผักจะออกมารวมกันอยู่ในน้ำจับฉ่ายขลุกขลิกนั้น และมันอร่อยที่สุด

ที่ต้องระวังมีอย่างเดียวคือ ไม่ควรใส่น้ำมากไป เพราะน้ำในผักจะออกมาอีก

ครบ 45 นาทีก็ปิดเตา ฉันมีจับฉ่ายหม้อใหญ่ กินได้อีกหลายมื้อ จับคู่ได้กับหลากเมนู ที่สำคัญ หัวผักกาดที่ซื้อมาหลายวันแล้วน่ะ ในที่สุดก็ได้ใช้เสียที

มีผักเราต้องกิน ไม่ควรปล่อยให้มันลอยนวล

บทความก่อนหน้านี้เทศมองไทย : ถอดบทเรียน “อำนาจนิยม” จาก “โดนัลด์ ทรัมป์”
บทความถัดไปการเมืองไทยละครน้ำเน่า : มองนางเอก-นางร้าย จากในจอสู่ภาพใหญ่