เปิดโปงปฏิบัติการ “IO” ทวิตเตอร์เช็กบิล 926 บัญชี ทลายเกมใต้ดินรัฐบาล-ทบ. แบ่งแยก ปชช.แล้วปกครอง?

กระฉ่อนโลกเมื่อเว็บไซต์ทวิตเตอร์เผยแพร่ข้อมูล 5 ประเทศ เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข้อมูลและข่าวสารหรือไอโอ (IO : Information Operation)

บัญชีที่ทวิตเตอร์ตรวจพบมีพฤติกรรมเผยแพร่แนวคิดสนับสนุนรัฐบาลและทหาร โจมตีฝั่งตรงข้ามทางการเมือง

5 ประเทศ ประกอบด้วย อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย คิวบา รัสเซีย และไทย

จากการตรวจสอบพบบัญชีเครือข่ายเกี่ยวข้องปฏิบัติการไอโอทั้งสิ้น 1,594 บัญชี

ในจำนวนนี้พบเป็นบัญชีเชื่อมโยงกับกองทัพบกของไทยมากถึง 926 บัญชี

สะท้อนให้เห็นเกมใต้ดินของรัฐบาลไทยและทหารที่ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามทางการเมืองและผู้มีความเห็นต่างอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญเป็นการใช้เงินภาษีประชาชนมาสนับสนุนปฏิบัติการไอโอ

ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง

ปฏิบัติการไอโอที่ถูกนำออกมาแฉ

เริ่มขึ้นวันที่ 8 ตุลาคม เว็บไซต์ทวิตเตอร์เผยแพร่ข้อมูล 5 ประเทศเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร

1 ในนั้นมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ทวิตเตอร์สั่งปิดทั้ง 1,594 บัญชีอย่างถาวร เนื่องจากทำผิดกฎการใช้งานและละเมิดนโยบายที่ทวิตเตอร์บังคับใช้

จากการตรวจสอบพบเครือข่ายเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการไอโอ โดยมีข้อมูลเพียงพอและน่าเชื่อถือจนสามารถเชื่อมโยงได้ว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพบกไทยมากถึง 926 บัญชี

ทั้ง 926 บัญชีพบกิจกรรมการกระจายเนื้อหาสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพไทย รวมถึงพฤติกรรมโจมตีฝั่งตรงข้ามทางการเมือง

ในการตรวจสอบครั้งนี้ ทวิตเตอร์แบ่งปันข้อมูลให้กลุ่มสังเกตการณ์บนอินเตอร์เน็ตแห่งสแตนด์ฟอร์ด หน่วยสืบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา และองค์กรพีซดาต้า เพื่อการตรวจสอบ และวิเคราะห์อย่างเป็นอิสระ

จึงถือเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงระดับสากลน่าเชื่อถือ

งานนี้ทำให้คำถามข้อสงสัยทั้งหมดถูกโยนไปที่กองทัพบกของไทย

พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) ในฐานะโฆษกกองทัพบก ชี้แจงตอบโต้ทวิตเตอร์ถึงปฏิบัติการไอโอของกองทัพบก ว่า

สื่อโซเชียลทั้งหมดที่กองทัพบกใช้ เพื่อการประชาสัมพันธ์งานกองทัพบกเท่านั้น เป็นการใช้งานแบบเปิดเผยชัดเจน โดยเฉพาะงานช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ จึงต้องนำสื่อโซเชียลมารายงานและติดตามสถานการณ์

ทั้งนี้ จากข้อมูลปฏิบัติการไอโอที่ทางทวิตเตอร์นำมาเปิดเผย กองทัพบกประสานงานยืนยันไปแล้วว่าไม่ได้ใช้ในลักษณะตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียดบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมดที่ถูกระงับ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะตรวจสอบได้แค่ไหน

พร้อมกล่าวย้ำ กองทัพบกไม่มีนโยบายทำทวิตเตอร์อวตารในปฏิบัติการไอโอ

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ขอตรวจสอบข้อมูลกับทวิตเตอร์ก่อน แต่จากข้อมูลที่เห็นเป็นลักษณะเชื่อมโยงจากบัญชีผู้ใช้ที่ไม่สามารถระบุตัวตน

การที่ทวิตเตอร์วิเคราะห์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบกนั้น

น่าจะเป็นข้อสรุปที่ไม่เป็นธรรมกับกองทัพบก

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล นักการเมืองซึ่งเกาะติดเรื่องนี้มาตลอด โพสต์ทวิตเตอร์กรณีที่เกิดขึ้นว่า

ก่อนหน้านี้ผู้นำเหล่าทัพเคยให้คำมั่นสัญญาต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าไม่มีขบวนการไอโอ แต่จากการเปิดเผยข้อมูลของทวิตเตอร์ ทำให้เห็นชัดเจนถึงสิ่งที่ผู้นำกองทัพพูดไว้กับผู้แทนประชาชน

ไม่จริงและเชื่อถือไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าเจ็บใจคือกองทัพนำงบประมาณและทรัพยากรจากเงินภาษีของประชาชน ทำให้ประชาชนแตกแยกกันโดยเอาคำว่า “ชังชาติ” และ “ล้มเจ้า” มาปลุกปั่น

หน้าฉากส่งหน่วยงานเข้าไปล้างสมองเด็กถึงโรงเรียน ใช้กำลังกดขี่ สั่งบังคับให้เชื่อ ห้ามถาม ห้ามสงสัย

หลังฉากปล่อยขบวนการไอโอโจมตีปลุกปั่น

“เป็นไปได้ว่าที่คนไทยเกลียดกันแตกแยกกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตจากขบวนการชั่วร้าย ที่บังอาจเอาเรื่องอ่อนไหวอย่างเรื่องชาติและสถาบันมาปลุกปั่น เพื่อหวังสูบกินทรัพยากรของประเทศ” โฆษกพรรคก้าวไกลระบุ

ดังนั้นแล้วกลุ่มคนที่สมควรถูกดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่นตามกฎหมายอาญา มาตรา 116

ไม่ใช่นักศึกษาและประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เป็นกลุ่มทหารที่ส่งไอโอมาปลุกปั่นทำให้ประชาชนแตกแยก

ปฏิบัติการไอโอของรัฐบาลและกองทัพบกไทย ไม่ได้ถูกเปิดโดยทวิตเตอร์เป็นครั้งแรก

ย้อนไปเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ผู้นี้เคยนำเรื่องออกมาแฉกลางสภาให้ประชาชนได้รับรู้กลางสภา บนเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

ข้อมูลปฏิบัติการไอโอที่นายวิโรจน์นำมาอภิปรายครั้งนั้นมีการระบุถึง 4 ภารกิจ

1. คุกคามประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ด้วยพฤติกรรมการล่าแม่มด

2. ประชาชนคนไหนแสดงความคิดเห็นแล้วมีคนไปกดถูกใจ ไอโอจะเข้าไปด่าทอต่อว่า

3. เข้าไปโพสต์ข้อความด่าทอนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ เพื่อสร้างความเกลียดชัง

4. เลือกเอาข้อมูลด้านเดียว ท่อนเดียว มิติเดียว เพื่ออวยกองทัพและรัฐบาล

นอกจากนี้ ปฏิบัติการไอโอของกองทัพยังเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการแชร์เนื้อหาโจมตี พยายามด้อยค่านักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการและนักการเมือง

บั่นทอนบรรยากาศเจรจาแสวงหาสันติภาพ

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.พรรคก้าวไกลนำเอกสารกระทรวงกลาโหมมาเปิดเผย เป็นรายละเอียดงบประมาณสนับสนุนปฏิบัติการไอโอ

แยกเป็นค่าโทรศัพท์และค่าอินเตอร์เน็ต เดือนละ 2,000 บาท เงินเบี้ยเลี้ยงให้ทหารไอโอเดือนละ 300 บาท

และเงินรางวัลสำหรับเพจไอโอที่มีผู้ติดตามสูงสุดรางวัลละ 3,000 บาท

เมื่อปมปฏิบัติการไอโอถูกนำมาเปิดโปงซ้ำอีกรอบโดยทวิตเตอร์

ทำให้กรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษา กมธ.การทหาร เตรียมเสนอต่อที่ประชุม กมธ. ให้ตรวจสอบการทำงานของกองทัพในการใช้ปฏิบัติการไอโอแทรกแซงและคุกคามนักการเมืองคู่แข่ง สร้างความแตกแยก เกลียดชังในหมู่ประชาชน

เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นปฏิบัติการแย่งชิงมวลชนด้วยวิธีการไม่ถูกต้อง

พร้อมกับเสนอให้เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาให้ข้อมูลต่อ กมธ.

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ กมธ.จะเรียก พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

เนื่องจากก่อนหน้าไม่กี่วัน ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยตีความ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 เพื่อเรียกบุคคลใดมาให้ข้อมูล ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 129

หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินรับคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอให้พิจารณาและมีความเห็นเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

จากเหตุสืบเนื่อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ใช้อำนาจเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงกรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน

เมื่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ ทำให้การเรียกนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อกรรมาธิการของสภา จากเดิมยากอยู่แล้ว ก็จะยิ่งยากมากขึ้นหลายเท่า จนแทบไม่เหลือความเป็นไปได้ในทางปฏบัติ

ต่อการเปิดโปงปฏิบัติการไอโอของรัฐบาลและกองทัพบกไทย

ไม่ว่าโดย ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับโลกอย่างทวิตเตอร์

คือสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงเกมใต้ดินที่ถูกนำมาใช้โจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง หรือผู้ที่มีความคิดต่างจากรัฐบาลและทหาร

เป็นการใช้เงินภาษีจากประชาชนมาก่อปฏิบัติการปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง ขยายความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายในหมู่ประชาชน

ตามหลักการแบ่งแยกประชาชนแล้วปกครอง สร้างความชอบธรรมการอยู่ในอำนาจของรัฐบาลและพวกพ้อง

อย่างยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด

บทความก่อนหน้านี้เทวินทร์ อินทรจำนงค์ : ความสิ้นหวังในการปฏิรูปประเทศ อีกชนวนเหตุ ปฏิเสธรัฐบาลประยุทธ์
บทความถัดไปจักรกฤษณ์ สิริริน : “อินโด” โชว์ Unicorn “ไทย” มีแต่ “ม้าป่วย”