มีกึ๋นแค่ไหน ทุ่มเทหรือไม่ ตั้งใจจริงหรือเปล่า หรือพูดไปเรื่อย ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่พูดสักอย่าง

รู้อยู่แก่ใจ “ไปรอดหรือเปล่า”

ทุกคนต่างรู้เท่าๆ กันว่า โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่วิกฤต อาการของประเทศไหนจะสาหัสมากน้อย ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเพื่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น

เป็นที่รู้กันว่า การบริหารจัดการขึ้นอยู่กับปัจจัยใหญ่ๆ 2 อย่าง คือความรู้ความสามารถของผู้บริหาร และความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในประเทศ

รัฐบาลชุดนี้มีความรู้ความสามารถพอหรือไม่กับการบริหารผ่านวิกฤต เชื่ออีกนั่นแหละว่าทุกคนมีคำตอบอยู่ในใจ เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ ท่านผู้นำทั้งหลายนั่งบัญชาการความเป็นไปของประเทศมา 6 ปีกว่าแล้ว มีกึ๋นแค่ไหน ทุ่มเทหรือไม่ ตั้งใจจริงหรือเปล่า หรือพูดไปเรื่อย ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่พูดสักอย่าง

ทำหน้าที่ใช้อำนาจกันมา 6 ปีตั้งแต่ประเทศเรามีปัจจัยพร้อมสำหรับการพัฒนาที่สุด รัฐบาลชุดนี้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้นสมกับความพร้อมที่มีอยู่หรือไม่ เป็นเรื่องที่มองได้ไม่ยาก

ระดับฝีมือที่ผ่านมาย่อมบ่งบอกว่า จะพาประเทศรอดหรือไม่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนจากความพร้อมมาเป็นวิกฤตรุนแรงอย่างทุกวันนี้

ชะตากรรมของชาติที่อยู่ในมือของคนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร

เชื่อว่าทุกคนคงคาดเดาได้

นั่นเป็นในส่วนความรู้ความสามารถของรัฐบาล

สําหรับความร่วมมือร่วมใจของประชาชน ส่วนนี้มีเงื่อนไขเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อถือศรัทธา ไว้วางใจ ว่ากันง่ายๆ คือความรักความชอบนั่นเอง

หากเป็นรัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่ชอบ เป็นผู้นำที่คนหมู่มากรัก ความร่วมมือร่วมใจก็จะเกิดขึ้น

เช่นเดียวกัน รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศมา 6 ปีกว่าแล้ว ยิ่งอยู่นานคนชอบยิ่งเพิ่ม หรือยิ่งอยู่ไปคนที่เลิกรักยิ่งมากขึ้น คนเปลี่ยนมาเป็นความเกลียดชังเพิ่มขึ้นหรือไม่ เชื่อว่าทุกคนมองเห็นและประเมินได้ไม่ยาก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “นิด้าโพล” เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “ความนิยมทางการเมือง”

ในคำถาม “วันนี้ท่านสนับสนุนให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี” คำตอบร้อยละ 44.06 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, ร้อยละ 25.47 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร้อยละ 8.07 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ร้อยละ 7.03 ไม่ตอบ ไม่สนใจ, ร้อยละ 4.57 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส, ร้อยละ 3.93 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ร้อยละ 1.67 นายกรณ์ จาติกวณิช, ร้อยละ 0.99 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, ร้อยละ 0.95 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ร้อยละ 0.87 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, ร้อยละ 0.83 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ร้อยละ 0.32 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, ร้อยละ 0.32 นายชวน หลีกภัย, ร้อยละ 0.20 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ร้อยละ 0.16 นายอุตตม สาวนายน, ร้อยละ 0.08 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ร้อยละ 0.04 น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา

ผลสำรวจนี้เป็นสัญญาณได้ระดับหนึ่งถึงศรัทธาประชาชนที่มีต่อผู้นำทางการเมือง

ประเทศกำลังเดินเข้าสู่วิกฤตอันจะส่งผลรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจการค้า การทำมาหากินจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้

จะรับมือได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาล และความร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่จะร่วมฟันฝ่าปัญหาไปด้วยกัน

ความสามารถของรัฐบาลมีแค่ไหน ศรัทธาและความชื่นชมต่อผู้นำในใจของประชาชนที่จะนำมาซึ่งความร่วมใจมีอยู่หรือไม่

เชื่อว่าถึงวันนี้ ทุกคนต่างรู้ดีว่าคำตอบเป็นอย่างไร

บทความก่อนหน้านี้โล่เงิน | ฟัน ตร.เพิกเฉยคดี “บอส อยู่วิทยา” วิจารณ์ขรม “ลูบหน้าปะจมูก” เสียงอื้ออึง “คุกมีไว้ขังคนจน”?
บทความถัดไป‘ศรีสุวรรณ’ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ครม.ทั้งคณะเหตุไม่รายงานการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาทุก 3 เดือน