เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์ / รักแลกภพ

วัชระ แวววุฒินันท์

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

รักแลกภพ

 

“รักแลกภพ” เป็นชื่อละครเรื่องใหม่ครับ ที่ เจ เอส แอล ทำร่วมกับช่องวัน 31

มีหลายคนที่ได้ยินชื่อครั้งแรก ก็จะเรียกเพี้ยนไปเป็น “รักแรกพบ” ที่คุ้นเคยกว่าก็มี ชื่อนี้แหละครับ “รักแลกภพ”…. ยังไงหรือ ความรักมันไปแลกภพแลกชาติกันหรืออย่างไร?

เรื่องราวของละครก็เป็นทำนองนี้แหละครับ แต่ไม่ใช่แค่แลกภพ แต่ข้ามภพกันระหว่างแผ่นดินยุครัชกาลที่ 6 กับยุคปัจจุบัน

จริงๆ เรื่องทำนองข้ามมิติ ทะลุเวลา ย้อนอดีต ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มีหนังมีละครที่เดินเรื่องด้วยกลวิธีอย่างนี้ก็หลายเรื่องทั้งไทยและเทศ อย่างทวิภพ, บุพเพสันนิวาส, อตีตา, Back to the Future เป็นต้น

แต่ทุกเรื่องที่นำเอาเรื่องข้ามเวลามาใช้ และหากวางหมากของเรื่องให้ดี อิงประวัติศาสตร์ และข้อมูลจริงด้วย ก็จะทำให้ชวนติดตาม เพราะคนเราลึกๆ แล้วมีความผูกพันกับอดีต ยิ่งเป็นอดีตที่เรามีส่วนร่วมหรือสนใจ จะรู้สึก “อิน” เป็นพิเศษ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมบทเพลง หรือโชว์แนว Retro จึงได้รับความนิยมอยู่เสมอ

ทำไม เจ เอส แอล จึงได้สนใจนำเรื่องนี้มาทำน่ะหรือครับ?

 

ประการแรกเลยคือ เจ เอส แอล มองว่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นมีคุณค่า มีความลุ่มลึก มีรากเหง้าของสังคมและวัฒนธรรมประเพณีเป็นสิ่งสนับสนุนให้เกิดที่มาที่ไป

หลายอย่างของชีวิตและสังคมทุกวันนี้ ล้วนมีผลจากการคิดการกระทำในยุคก่อนทั้งสิ้น

หากเราได้รับรู้เรื่องเหล่านี้อย่างลึกซึ้งกินใจ จะทำให้เรารู้สึกรักผูกพันและเห็นคุณค่าของความเป็นประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับสถาบันกษัตริย์ที่ยึดโยงกับสังคมไทยมานาน

ความคิดเบื้องต้นของละครเรื่องนี้เกิดจาก ผู้บริหารของ เจ เอส แอล คือ คุณจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี ที่คิดว่าถ้ามีละครเชิงประวัติศาสตร์ไทยที่เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่อยู่มาถึง 6 แผ่นดินคงจะน่าสนใจไม่น้อย

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านได้ประพันธ์ “สี่แผ่นดิน” ไว้แล้วอย่างงดงาม โดยแม่พลอยตัวละครเอกเกิดและตายใน 4 แผ่นดินคือสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 8 ซึ่งในปัจจุบันนี้แล้วราชวงศ์จักรีได้สืบสันตติวงศ์มาถึงแผ่นดินรัชกาลที่ 10 แล้ว โดยในช่วงรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ถึงรัชกาลที่ 10 นั้น มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในสังคมไทย ที่ควรจารึกไว้เป็นส่วนหนึ่งด้วย

แต่เมื่อศึกษาลงไปในรายละเอียดแล้วพบว่า ในช่วงแผ่นดินของพระมหาธีรราชเจ้า รัชกาลที่ 6 นั้น มีเรื่องราวอันอัศจรรย์เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้มากมาย บางเรื่องเรารับรู้แล้ว บางเรื่องรู้บ้างแต่ไม่ลึก และบางเรื่องไม่เคยรู้ จึงได้เปลี่ยนเส้นเรื่องจากที่จะเล่า 6 แผ่นดิน เป็นการเล่าเน้นที่ยุครัชกาลที่ 6 และข้ามเวลามายุคปัจจุบันเลย

และการข้ามมาข้ามไปนี้ นอกจากเรื่องที่เป็นแกนหลักของตัวละคร ก็มีประเด็นของ “ความรัก” เข้ามาสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ “รักแลกภพ”

 

ผู้วาดร้อยเรื่องราวเป็นโครงเรื่องอันน่าติดตามนี้คือ ธิษณา เดือนดาว ซึ่งเคยทำละครเวทีเรื่อง “ธีรราชา” ให้กับธนาคารออมสินมาก่อนเมื่อปี 2559 ที่ได้รับความสำเร็จอย่างมาก จึงมีข้อมูลของพระอัจฉริยภาพของพระองค์และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้อย่างอัดแน่น

อย่างเช่น ทราบไหมว่าประเทศสยามในยุคนั้นได้มีแนวพระราชดำริให้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติมาแล้ว ชื่องาน “สยามรัฐพิพิธภัณฑ์” นับว่าโก้เก๋ทันสมัยระดับอินเตอร์มาก หรือนามสกุลที่เราๆ ท่านๆ มีใช้เพื่อบ่งบอกความเป็นเหล่าเป็นตระกูลว่านเครือนั้นก็เกิดในยุคของพระองค์ที่มีนามสกุลพระราชทานเกิดขึ้น

มีการตั้งคลังออมสินขึ้นมา เพื่อสอนให้คนไทยรู้จักการอดออม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จมาทุกยุคสมัย แม้จนยุคปัจจุบันนี้ที่มหาเศรษฐีต่างๆ มีวันนี้ได้ก็เพราะการรู้จัก “เก็บออม” ยิ่งในยุคโควิด-19 เรายิ่งตระหนักได้ชัดเจนถึงความสำคัญของเรื่องเงินเก็บ นับว่าสายพระเนตรนั้นกว้างไกลมาก

ส่วนผู้เขียนบทที่ขัดเกลารสชาติให้ออกมาได้อย่างสนุกสนาน ไม่ใช่ละครสาระชวนเครียดแต่อย่างใดก็คือ พรดี สาตราวาหะ, เพียงไพฑูรย์ สาตราวาหะ โดยมีผู้กำกับการแสดง คือ ผอูน จันทรศิริ ได้ปรุงบทให้เข้มข้นยิ่งขึ้นด้วยตามสายตาของผู้กำกับฯ ที่จะมองภาพรวมของละครได้ชัดเจน

 

สําหรับนักแสดงนำเรื่อง “รักแลกภพ” นี้ ก็ต้องเอ่ยถึงคนนี้ก่อนเลย คือหนุ่มหน้ามนฉายา “สามีแห่งชาติ” ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ ที่เคยได้รับความคลั่งไคล้จากบท “บอสวศิน” ในละคร “เมีย 2018” มาแล้ว มาเรื่องนี้ได้เห็นพัฒนาการทางการแสดงของฟิล์มอย่างมาก เพราะเขาต้องเล่นเป็น 2 ตัวละครใน 2 ยุค

คือเป็นหนุ่มไอดอลชื่อดังทางโซเชียลในยุคปัจจุบันที่มีนิสัยฟุ้งเฟ้อ รักสบาย ใช้จ่ายเกินตัว และยึดติดกับวัตถุนิยม ชื่อ “พีท พิริยะ” กับอีกบทบาทหนึ่งคือ “คุณเพียร” เจ้าพนักงานของคลังออมสิน ที่สุภาพ ช่างคิด มีความสุขุมรอบคอบ และเห็นคุณค่าของการเก็บออม ไม่ก่อหนี้สิน

ปุ๊ย ผอูน ผู้กำกับฯ บอกว่า ตอนที่ถ่ายเรื่องนี้แรกๆ ฟิล์มยังเข้าไม่ถึงบทบาทตัวละครพอ และแยกแคแร็กเตอร์สองตัวละครได้ไม่ชัดเจนนัก จึงต้องถ่ายใหม่กันก็หลายฉาก

แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ เขาเหมือนได้เจอจุดปลดล็อก ทำให้เขาดิ่งลึกไปกับตัวละคร “พิริยะ” และ “คุณเพียร” ได้อย่างวิเศษ

พิสูจน์ได้ว่าเมื่อดูฉากที่มีตัวละคร 2 ตัวนี้ปะทะกัน บางทีเราลืมไปเลยว่าเป็นคนเดียวกันแสดง ประกอบกับกระบวนการถ่ายทำที่ทำให้เราไม่รู้สึกสะดุดว่าถ่าย 2 ครั้งแล้วเอามาตัดต่อผสมกันแต่อย่างใด อันนี้ต้องยกเครดิตให้กับผู้กำกับการแสดง ผู้กำกับภาพ และผู้ตัดต่อ

ฟิล์มเล่าว่า บางวันดูจากคิวถ่ายที่ออกมา แทบจะมีเขาเล่นคนเดียวทั้งวัน เดี๋ยวเป็นพีท พิริยะ เดี๋ยวเป็นเพียรอยู่อย่างนั้น จึงเป็นว่าในวันเดียวกันฟิล์มต้องเปลี่ยนทรงผมไปมาเป็น 10 ครั้ง ซึ่งเหนื่อยมากและต้องใช้ความอดทนอย่างสูง

อยากให้ดูว่าเขาทำได้ดีจริงๆ ครับ ขอชมเชย

 

ส่วนตัวละครฝ่ายหญิงเรื่องนี้มีอยู่ 3 คน นำโดย “วิว-วรรณรท สนธิไชย” ที่อยู่ฟากอดีตยุค ร.6 สวมบทบาท “คุณวรรณ” สาวที่มั่นใจและเก่งกล้าทางความคิดเกินสาวในยุคเดียวกัน วิวเรื่องนี้ได้รับคำชมว่าสวยมาก ได้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแปลกตาแต่มีเอกลักษณ์แบบสาวยุคนั้นที่โก้ทันสมัย

คุณวรรณจะรู้สึกว่าตัวเองนั้นแตกต่างจากคนอื่นๆ ครั้นได้เจอกับ “พิริยะ” ที่ย้อนอนาคตกลับมาผิดยุคผิดเวลา ทั้งสองจึงเหมือนตกที่นั่งเดียวกันคือ เป็นคน “ผิดที่ผิดทาง” ของสังคมนั่นเอง

คำพูดคำจาที่แปลกหูฟังไม่รู้เรื่องของพิริยะนั้นมาจากภาษาคนละยุคสมัย แต่คำพูดของคุณวรรณนั้น คนอื่นฟังออกรู้เรื่อง แต่รู้สึกขัดข้องในความรู้สึกอยู่บ่อยครั้ง ความรักความเข้าใจของตัวละครสองคนจึงเกิดขึ้นจากตรงนี้

ส่วนสาวที่อยู่ซีกปัจจุบันคือ “ใบเฟิร์น-อัญชสา มงคลสมัย” รับบท “พิงค์” ที่เป็นเพื่อนสนิทกับพิริยะ เฝ้าเป็นทุกข์ของการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเพื่อนหนุ่มคนสนิท ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนจะเกินคนสนิท แต่ไม่ถึงกับเป็นคู่รักคู่ปอง หากแต่ในที่สุดเรื่องราวก็ชักพามาให้ต่างคนต่างรู้ใจตัวเอง

ใบเฟิร์น เรื่องนี้ก็ได้รับคำชมว่าสวย แต่งตัวดีเหลือเกิน สำหรับการแสดงแล้วยิ่งในบทที่ต้องสับสนกับความรู้สึกลึกๆ ของตนเองนั้นเล่นยากไม่น้อย แต่เธอทำได้ดีทีเดียว

สาวอีกคนหนึ่งแม้บทจะไม่ได้โดดเด่นเหมือน 2 คนแรกที่เล่าไปแล้ว แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยกับคุณเพียร นั่นก็คือบท “คุณวรรณี” ที่รับบทโดย “ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ”

ส่วนหนุ่มหน้าหล่อใสอีกคนหนึ่งที่น่าจับตามองคือ “คุณปีติ” ที่รับบทโดย “นินิว-ศุภฤกษ์ บุณยานันต์” นักแสดงในสังกัดของเจ เอส แอล เอง และเป็นนักร้องที่มีผลงานกับค่าย Love is ด้วย นินิวเล่นละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในบทเพื่อนของคุณเพียร ด้วยความเป็นคนยุคใหม่แต่ต้องมาสวมบทคนยุคอดีต จึงต้องปรับตัวเรื่องการพูดและภาษาอย่างมาก ซึ่งเขาก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก และก็ออกมาเป็นหนุ่มยุค ร.6 ให้เราเชื่อได้

ที่เขียนถึงนี่ไม่แต่เพราะว่าเป็นผลงานของเจ เอส แอล เท่านั้น แต่อยากให้ได้ชมละครดีๆ มีสาระแต่สนุกน่าติดตามตลอด มีหลายรสชาติให้ได้ชม ทั้งสนุก ตลก ลุ้น และดราม่า ซาบซึ้งประทับใจ โดยเฉพาะกับพระอัจฉริยภาพของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 แล้ว เราในฐานะคนไทยจะรู้สึกชื่นชมไม่น้อยเลย

ตอนที่เครื่องเคียงฯ นี้ตีพิมพ์ออกไป ละครได้ออกอากาศไป 8 ตอนแล้ว โดยออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี 4 วันรวด เวลา 20.15 น. ทางช่องวัน 31

อย่าลืมติดตามให้ได้นะครับ กับ “รักแลกภพ”

บทความก่อนหน้านี้Bob Dylan ศิลปินวัยใกล้ 80 เจ้าของโนเบลวรรณกรรม : กับอัลบั้มใหม่ในรอบ8ปี Rough and Rowdy Ways
บทความถัดไปการ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ / Mangasia