ยานยนต์ สุดสัปดาห์ / สันติ จิรพรพนิต/ ‘นิสสัน คิกส์’ อี-เพาเวอร์ สวยหยด-เทคโนโลยีล้ำ

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต cars@khaosod.co.th

‘นิสสัน คิกส์’ อี-เพาเวอร์

สวยหยด-เทคโนโลยีล้ำ

 

หลังจากโหมโรงกันมาพักใหญ่ ในที่สุดนิสสันเปิดตัว “คิกส์” รถยนต์ครอสส์โอเวอร์ ภายใต้เทคโนโลยี “อี-เพาเวอร์”

“อี-เพาเวอร์” ถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของนิสสัน ที่ต่อยอดมาจากเทคโนโลยีการขับเคลื่อนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า “นิสสัน ลีฟ” รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้ชื่อว่าขายดีที่สุดในโลก

จะว่าไปการทำงานของรถแบบเครื่องยนต์จะเรียกว่า “ไฮบริด” ก็ได้ เพราะเป็นลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในกับระบบไฟฟ้า

เพียงแต่จะสลับการทำงานต่างจากระบบไฮบริดที่คนไทยคุ้นเคย เพราะที่ผ่านมารถยนต์หลายรุ่นที่ใส่ระบบไฮบริดนำมาขายในบ้านเรา ตัวขับเคลื่อนหลักจะเป็น “เครื่องยนต์” โดยมีระบบไฟฟ้าที่ส่งจากแบตเตอรี่เป็นตัวเสริม หรือใช้เป็นตัวหลักเมื่อเริ่มขับเคลื่อน

แต่สำหรับนิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ แม้จะเป็นลูกผสมเครื่องยนต์+ไฟฟ้าเช่นกัน แต่ระบบไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

เครื่องยนต์มีหน้าที่เพียงผลิตไฟฟ้าป้อนเข้าไปในแบตเตอรี่เท่านั้น

แม้หากดูตามเทรนด์รักษ์โลก เครื่องยนต์รุ่นนี้ยังปล่อยไอเสียออกมาอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าเครื่องยนต์ปกติทั่วไป แต่ได้ความสะดวกในการชาร์จไฟที่เป็นจุดด้อยของรถไฟฟ้า

ยิ่งในหลายๆ ประเทศที่ไม่ได้มีจุดชาร์จมากนักเช่นไทย ที่เพิ่งเริ่มเตาะแตะเข้าสู่สังคมรถยนต์ไฟฟ้า

แม้ภาครัฐและเอกชนพยายามเพิ่มสถานีชาร์จมากขึ้นและแพร่หลายพอสมควร แต่ยังไม่ครอบคลุมการใช้งานของคนไทย ที่ส่วนใหญ่แต่ละครอบครัวมีรถเพียงคันเดียว ใช้ทั้งวันทำงานและเดินทางท่องเที่ยว

 

รถไฟฟ้าล้วนเหมาะกับการขับในเขตเมือง หรือในวันธรรมดาไป-กลับบ้าน-ที่ทำงาน ซึ่งอย่างไรเสียคงไม่เกิน 300 กิโลเมตรแน่นอน

ซึ่งเป็นพิสัยทำการของรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ทว่าหากต้องเดินทางไปต่างจังหวัด อาจทำให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคิดหนักพอสมควร เพราะแม้จะมีสถานีชาร์จอยู่บ้างแต่ไม่มากจนทำให้อุ่นใจว่าแบตฯจะไม่หมดกลางทาง

อีกส่วนไม่พ้นเวลาชาร์จที่ค่อนข้างนาน เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมัน ต่อให้เป็นระบบชาร์จเร็ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องมี 20-30 นาที

แต่สำหรับนิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ ตัดปัญหาเหล่านี้ไปได้เลย เนื่องจากใช้การเติมน้ำมันเพื่อไปผลิตไฟฟ้าโดยตรง

ขณะเดียวกันได้ความแรงและแรงบิดที่สูง ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้า

พร้อมกันนี้ด้วยระบบเครื่องยนต์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเท่านั้น ระยะในการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อไม่สูงมากและค่อนข้างคงที่ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานในสภาพเหมาะสมตลอดเวลา ความประหยัดจึงมีมากกว่าเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป

เทียบง่ายๆ เหมือนกับการขับรถทางไกลด้วยความเร็วคงที่ ย่อมประหยัดกว่าการขับๆ เบรกๆ

ทำให้เครื่องยนต์ที่ใส่เข้ามานิสสัน เลือกบล็อกเล็ก HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร ระบบ DOHC 3 สูบ 12 วาล์ว ส่งพลังไฟฟ้าให้กับเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

ผลิตกำลังสูงสุด 129 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ซีวีที

 

ไม่เพียงแต่หัวใจหลักที่ทันสมัยเปี๊ยบแล้ว การออกแบบภายนอก-ใน ถือว่าน่าโดนใจคนไทยไม่น้อย

รูปลักษณ์ภายนอกดูปราดเปรียวและบึกบึนตามสไตล์รถครอสส์โอเวอร์

กระจังหน้าบังเป็นแบบ “V-motion” เอกลักษณะการออกแบบในยุคหลังๆ แต่ปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

ไฟหน้าเรียวเล็กดูโฉบเฉี่ยวเป็นแบบแอลอีดี พร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวัน ไฟท้ายแบบแอลอีดี เช่นกันทรงบูมเมอแรง

แนวเส้นหลังคาแบบลอยตัว (floating roof line) และภายในใช้ลายเส้นของปีกเครื่องร่อน (gliding wing)

ออกแบบซุ้มล้อให้โดดเด่นเข้ากับรูปลักษณ์แบบรถครอสส์โอเวอร์

ภายในมีทั้งแบบทูโทนดำ-ส้ม และสีดำ

พวงมาลัยท้ายตัดพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น

เรือนไมล์อารมณ์เดียวกับ “นิสสัน ลีฟ” หน้าจอ TFT Digital Meter ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ รวมถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แสดงมาตรวัดอุณหภูมิภายนอก มาตรวัดความเร็ว ระบบการขับขี่ และการควบคุม ระบบข้อมูลและความบันเทิงขณะขับขี่

ระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect อินโฟเทนเมนต์ สั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth / USB / AUX-in รองรับ Apple CarPlay (สำหรับระบบ iOS) อันนี้ไม่ต่างจากลีฟเช่นกัน

พร้อมระบบเครื่องเสียง Display Audio

หัวเกียร์ขนาดเล็กคล้ายๆ ลีฟ เดินเส้นแสงสีฟ้าดูหรูหรา และได้อารมณ์รถไฟฟ้า

ภาพรวมถือว่าภายนอก-ภายในออกแบบได้สวยงาม และดูล้ำๆ พอสมควร

 

ระบบขับเคลื่อนของนิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ มีให้เลือก 4 โหมด

Normal mode การขับขี่ในแบบปกติจะให้อัตราเร่งความเร็วและการหยุดรถที่ดีเยี่ยม เทียบเท่ากับการหยุดของรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไป

S (Smart) mode เพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อน และตอบสนองอัตราเร่งให้ดียิ่งขึ้น

ECO mode ปรับการทำงานของระบบอี-เพาเวอร์ ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองลง ทำให้เครื่องยนต์และระบบใช้เชื้อเพลิง รวมถึงพลังงานไฟฟ้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

และ EV mode รถจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเงียบ และประหยัดยิ่งขึ้น

ส่วนความปลอดภัยและไฮเทคถือว่าจัดหนัก จัดเต็ม อาทิ เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ “วัน-เพดัล” (One-Pedal) เร่ง-ลดความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้แป้นคันเร่งอย่างเดียว เหมาะมากกับสภาพการจราจรในบ้านเรา

ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ควบคุมความเร็วแปรผันตามรถคันหน้า

 

นอกจากนี้ มีระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) ส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า

เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็ว และหยุดรถเพื่อลดความเสียหาย

แน่นอนว่าไม่พลาดกับกล้องมองภาพรอบคัน ที่เป็นออปชั่นมาตรฐานในรถนิสสันทุกรุ่น

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ต้องบอกว่าอัดมาเยอะจริงๆ เมื่อเทียบกับราคา

นิสสัน คิกส์ อี-เพาเวอร์ มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย

รุ่น S ราคา 889,000 บาท

รุ่น E ราคา 949,000 บาท

รุ่น V ราคา 999,000 บาท

และรุ่น VL ราคา 1.049 ล้านบาท

 

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้วางบิล / เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ / ‘มติชน’ วันนี้ก้าวสู่ปีที่ 43
บทความถัดไปรำลึก 59 ปี “ครอง จันดาวงศ์” ชูข้อความ “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”