หนุ่มเมืองจันท์ | บนก้อนเมฆ

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

…จําได้ว่าตอนที่สัมภาษณ์ “แซม” ทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์

เขาชวนกึ่งท้าทายให้ผมไปวิ่งกับเขา

ผมหัวเราะ

แต่วันนี้อยากบอกกับ “แซม” ว่า ผมตัดสินใจรับคำท้าของเขาแล้ว

รีบออกจากโรงพยาบาลเร็วๆ

แล้วไปวิ่งกัน

สัญญา…

ถ้าวันนั้น “เกาต์” ไม่ขึ้นนะ…

ผมเขียนถึง “แซม” ณัฐพล เสมสุวรรณ ครั้งสุดท้ายในหนังสือ “แค่เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่พ่ายแพ้”

ตอนที่เขาขึ้นชกกับ “มะเร็ง” อีกครั้ง

“แซม” เป็นเจ้าของสโลแกน #ก็แค่มะเร็งจะเซ็งทำไม

เพราะเคยเป็นผู้ป่วยมะเร็งมาก่อน

แต่ “แซม” ชนะน็อกยกแรก

“มะเร็ง” สู้เขาไม่ได้

จนวันหนึ่ง “แซม” ที่เดินยังเหนื่อย ตัดสินใจเริ่มต้นวิ่ง

แรงบันดาลใจของเขาคือ “ตูน บอดี้สแลม” กับโครงการก้าวคนละก้าว

เขาเริ่มวิ่งช้าๆ จนเร็วขึ้น

วิ่งสั้นๆ จนไกลขึ้น

ในที่สุด “แซม” ก็วิ่งมาราธอนสำเร็จ

และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนป่วยโรคมะเร็งหลายคน

#ก็แค่มะเร็งจะเซ็งทำไม

เขาต้องการบอกคนป่วยทุกคนว่าอย่ายอมแพ้ และให้หันมาออกกำลังกายกัน

อย่าคิดว่าป่วยแล้ววิ่งไม่ได้

“แซม” ทำสำเร็จครับ

มีคนป่วยจำนวนมากมีกำลังใจลุกขึ้นสู้กับโรคร้าย

พอหายก็ออกมาวิ่งเหมือน “แซม”

คนหนึ่งคือ “แอ้ม” แฟนสาวของเขา

“แอ้ม” นอนป่วยเป็นโรคมะเร็ง เห็นเรื่องราวของ “แซม”

ทั้งคู่คุยกันผ่านโซเชียลมีเดีย

นัดเจอกัน ดูแลกันจน “แอ้ม” หายจากโรคมะเร็ง

ทั้งคู่พบรักกันจากเหตุการณ์นี้

เป็น “คู่รัก” ที่น่าอิจฉา

ชีวิตของ “แซม” ดีขึ้นเรื่อยๆ

จนวันหนึ่ง “มะเร็ง” ก็กลับมาท้าชกกับ “แซม” อีกครั้ง

ก่อนขึ้นเวที เขาขอเวลา “มะเร็ง” เพื่อทำเรื่องหนึ่งที่เป็น “ความฝัน” ของเขา

โครงการก้าวที่ภาคอีสาน

“แซม” ได้ใส่สายสะพายนำวิ่งช่วงหนึ่ง

สภาพร่างกายของเขาแย่มาก

แต่ “แซม” ก็ยังฮึดจนครบ 10 กิโลเมตร

และเมื่อถึงวันขึ้นเวทีกับ “มะเร็ง” ครั้งที่ 2

“แซม” ยังเชื่อว่าเมื่อเขาเคยชนะมาแล้วครั้งหนึ่ง

ทำไมครั้งนี้จะผ่านไม่ได้

ผมคุยกับเขาผ่านทางเฟซบุ๊กของเขาอยู่เรื่อยๆ

แกล้งท้าทายเขาเล่นๆ

แต่คิดจริงๆ ว่า ถ้าเขาหายอาจจะไปวิ่งกึ่งเดินกับเขาสักครั้ง

กะว่าเผลอเมื่อไรก็แอบขึ้นรถ

ผมให้กำลังใจ

ทั้งที่ไม่แน่ใจ

เพราะยิ่งชก อาการของ “แซม” ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

จนวันหนึ่ง…

…28/02/20 พี่แซมจากไปโดยไม่ทันร่ำลา…ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกแล้ว ไปเป็นเทวดาบนสวรรค์นะพี่แซม ความดีของพี่แซมจะอยู่ในใจและเป็นความทรงจำดีๆ ตลอดไป…จากน้องสาวพี่แซม (แอดมินเพจ Sam”mStory)

มีข้อความนี้โผล่ขึ้นมาในเพจ “Sam”s Story”

ครับ “แซม” แพ้น็อก

เขาจากไปแล้ว

แต่ได้ฝากเรื่องราวดีๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย

ผมยังจำอีเมลแรกที่เขาเขียนมาหาหลังจากอ่านหนังสือ “ความสุข ณ จุดที่ยืนอยู่” ในห้องพักคนป่วยที่โรงพยาบาลศิริราช

เขาอ่านเรื่อง “อิฐสองก้อน” แล้วเกิดกำลังใจที่จะสู้ต่อ

ทั้งที่คิดจะยอมแพ้แก่ “มะเร็ง” ไปแล้ว

ออกจากโรงพยาบาล เราได้เจอกันหลายครั้ง

เวลามีงานบรรยายเกี่ยวกับเรื่องแรงบันดาลใจเมื่อไร

ผมจะชวน “แซม” ไปร่วมด้วย

ส่วนหนึ่ง อยากให้เรื่องราวของเขาสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

อีกส่วนหนึ่ง ต้องการให้ “แซม” มีรายได้เพิ่ม

“แซม” เติบโตทางความคิดขึ้นเรื่อยๆ

มุมคิดของเขาไม่ธรรมดา

เรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก

“แซม” เล่าถึงเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญหลังจากออกจากโรงพยาบาล

สภาพร่างกายของ “แซม” ผอมและดำ

ใครเห็นก็หลบ เพราะนึกว่าติดยาเสพติด

จนวันหนึ่ง เขาเข้าร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เด็กตัวเล็กๆ เห็น “แซม” แล้วร้องไห้

แม่เด็กเดินมามองหน้า เหมือนว่าเขาแกล้งเด็ก

“แซม” กลับมาร้องไห้

เขาอุตส่าห์ชนะโรคมะเร็งมาแล้ว แต่ต้องมาเจอแบบนี้อีก

จนแวบหนึ่ง เขาคิดใหม่

เราเปลี่ยนความคิดคนอื่นไม่ได้

แต่เราเปลี่ยนความคิดของเราเองได้

แทนที่จะเรียกร้องให้คนมาเข้าใจเขา

เขาควรจะเข้าใจคนอื่น

อีกเรื่องหนึ่ง คือ ตอนที่เขาตัดสินใจวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตรครั้งแรก

“ภาพตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลโผล่เข้ามาในความคิด

…เราเคยร้องไห้อิจฉานกที่เกาะขอบกระจกในห้องปลูกถ่ายไขกระดูก

เราอยากลุกไปฉี่ในห้องน้ำได้เอง

เราอยากโดนไออุ่นของแสงแดด

อยากโดนละอองน้ำจากไอฝน

ตอนนี้เราออกมาได้แล้ว คราบน้ำตาของเราได้จางหายไปแล้ว ทำตามความฝันให้เต็มที่ วิ่งให้ถึงเส้นชัย

ทำให้เหมือนกับว่าเราจะไม่มีโอกาสที่จะได้ทำมันอีก

หากเราต้องตายในวันพรุ่งนี้ เราต้องทำให้โลกรู้ว่าวันนี้เราทำได้

ผม วิ่ง วิ่ง วิ่ง … เดิน แล้วก็วิ่ง วิ่ง วิ่ง”

“แซม” เขียนในเฟซบุ๊กของเขา

เขาเล่าให้ผมฟังว่า ตอนที่วิ่งมาได้ประมาณ 2 ก.ม.

มีป้ายบอกทาง 2 ป้าย

ป้ายหนึ่ง คือ 5 ก.ม.

อีกป้ายหนึ่ง 10 ก.ม.

ตอนนั้นเขาลังเลมาก

ถ้าเลือกทาง 5 ก.ม. ด้วยสภาพร่างกายก็คงไม่มีใครว่าได้

“แซม” มองป้ายทั้งสองอีกครั้ง

ภาพที่เขาเห็น ไม่มีคำว่า” 5 ก.ม.” หรือ “10 ก.ม.” บนป้าย

มีแต่คำว่า “ได้ทำ” กับ “ทำได้”

5 ก.ม. คือคำว่า “ได้ทำ”

และ 10 ก.ม. คือคำว่า “ทำได้”

จะเลือกทางไหน

ครับ เขาเลือกป้าย 10 ก.ม.

…ทำได้

แรงของเขาหมดตั้งแต่ 5 ก.ม.แรก

5 ก.ม.สุดท้าย คือ “ใจ” ล้วนๆ

และ “แซม” ก็ทำสำเร็จ

เขา “ทำได้”…

“แซม” บอก “แอ้ม” ว่า ถ้าได้แต่งงานกัน เขาอยากให้ผมเป็นคนกล่าวอวยพรบนเวที

แต่วันนั้นเดินทางมาไม่ถึง

ตั้งแต่รู้ข่าว ผมอยากเขียนถึง “แซม” ในเพจของผม

แต่ตัดสินใจไม่เขียน

เมื่อเรารู้จักกันครั้งแรกผ่าน “หนังสือ”

ผมอยากเขียนอำลาน้องชายคนนี้ผ่านตัวอักษรในหนังสือ

ผมนึกถึงคำของ “แซม”

ตอนที่นอนป่วย เขาเห็นนกตัวหนึ่งที่หน้าต่าง

“แซม” อิจฉานกตัวนั้น

อยากมีอิสรภาพ

อยากบินไปบนท้องฟ้า

คืนนี้ ผมมองไปบนท้องฟ้า

ไม่เห็นนก

เห็นแต่นักวิ่งคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่บนก้อนเมฆ

ทิ้งตำนาน “นักสู้” ผู้ไม่ยอมแพ้ให้คนจดจำ

“แซม” ผู้ไม่ยอมแพ้

บทความก่อนหน้านี้ฉัตรสุมาลย์ : พบคนซื่อที่อินเดีย
บทความถัดไปเกษียร เตชะพีระ | วิพากษ์ตุลาการภิวัตน์ (3)