ภาพยนตร์ /นพมาส แววหงส์ / LITTLE WOMEN ‘สี่ดรุณี’

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

LITTLE WOMEN

‘สี่ดรุณี’

 

กำกับการแสดง Greta Gerwig

นำแสดง Saoirse Ronan Emma Watson Florence Pugh Eliza Scanlen Laura Dern Timothee Chalamet Chris Cooper Meryl Streep

 

เคยอ่านนวนิยายเรื่อง “สี่ดรุณี” ซึ่งแปลจาก Little Women ของ Louisa May Alcott นักเขียนหญิงชาวอเมริกัน โดย อ.สนิทวงศ์ มาตั้งแต่สมัยเด็ก

ติดอกติดใจกับเรื่องราวความสนุกสนานกินใจในชีวิตของสาวน้อยตัวนำเรื่องซึ่งมีพี่น้องรวมด้วยกันสี่คน

เป็นชีวิตในช่วงทศวรรษ 1860 ซึ่งสี่สาวใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในความยากจน ที่ไม่ถึงกับข้นแค้น ระหว่างที่พ่อของพวกเธอเดินทางไปร่วมรบในสงครามกลางเมือง ซึ่งถือเป็นสงครามปลดปล่อยทาส

ชีวิตของหญิงสาวแรกรุ่นทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน ถูกปลูกฝังให้มีความใฝ่ฝันอย่างเดียวที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นด้วยการแต่งงานกับผู้ชายที่จะหาเลี้ยง หรือว่ามีฐานะดี

นางเอกชื่อโจ มาร์ช มีพรสวรรค์ในการเขียนหนังสือและมีจินตนาการกว้างไกล ทว่าไม่มีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียนสูงๆ ดังใจปรารถนา เธอมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน และต้องการยืนหยัดอยู่ในโลกได้ด้วยลำแข้งตัวเอง โดยไม่ต้องเกาะใครกิน หรืออาศัยผู้ชายหาเลี้ยง

โจ (ซัวชา โรนัน จาก Atonement) กับเม็ก (เอ็มมา วัตสัน จาก Harry Potter) กำลังเป็นสาวแรกรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวสู่สังคม และได้พบเพื่อนบ้านหนุ่มผู้กำพร้าพ่อ-แม่และเป็นทายาทมหาเศรษฐี ชื่อ ลอรี่ ลอว์เรนซ์ (ทิโมธี ชาลาเม็ต จาก Call Me by Your Name)

ลอรี่ได้รับการต้อนรับเข้าสู่ชมรมละครของสาวน้อยเพื่อนบ้านทั้งสี่ และกลายเป็นเพื่อนรักและสนิทสนมที่สุดของโจ

 

หนังเริ่มด้วยคำพูดของลุยซา เมย์ อัลคอตต์ เกี่ยวกับนิยายของเธอว่า “ความยากลำบากในชีวิตทำให้ฉันเขียนถึงความสุขสนุกสนาน” และความสุขสนุกสนานที่เธอแบ่งปันจากประสบการณ์ของเธอ ซึ่งใช่ว่าจะปราศจากน้ำตาของความโศกเศร้ากับสิ่งที่เกิดในชีวิต กลายเป็นสีสันที่ให้ความสุขเพลิดเพลินและจับใจคนอ่านในยุคนั้นในทันที

โจมีพี่สาวชื่อเม็ก และน้องสาวสองคนชื่อเบธ (เอไลซา สแกนเลน) ผู้เจ็บออดๆ แอดๆ และเอมี่ (ฟลอเรนซ์ พูกห์) ทั้งสี่คนเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันดี นอกจากบางคราวที่ความโกรธทำให้ต้องประกาศตัดพี่ตัดน้อง ทว่าไม่เท่าไร ความสัมพันธ์ก็กลับมาสนิทแนบแน่นดังเดิมด้วยความรักที่ตัดกันไม่ขาด

แม่หรือที่ใครๆ เรียกว่า “มาร์มี่” (ลอรา เดิร์น) เลือกชีวิตอันยากจนร่วมกับผู้ชายที่เธอรัก และดำเนินชีวิตที่ดีงามของการให้และการแบ่งปันของที่มีกับผู้ยากไร้ ในขณะที่สามีจากไปตามอุดมการณ์เพื่อต่อสู้ให้อิสรภาพแก่ทาสในรัฐทางภาคใต้

มาร์มี่สอนลูกสาวให้เลือกทางเดินชีวิตตามใจปรารถนาโดยไม่เห็นแก่เงินทองของนอกกาย ขณะที่คุณป้ามาร์ชผู้มั่งคั่ง (เมอริล สตรีป) สอนหลานให้เลือกความร่ำรวยเอาไว้จะได้ไม่ต้องมีชีวิตลำบากยากจน

คุณป้ามาร์ชเป็นหญิงชราผู้โดดเดี่ยวไร้สุข กอดทรัพย์สมบัติในฐานะผู้มีอันจะกินไว้คนเดียว โดยหยิบยื่นความปรานีให้หลานที่มาคอยปรนนิบัติเป็นครั้งคราว และให้ความหวังแก่หลานว่าจะพาไปด้วยตอนเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรป

ซึ่งจะเป็นการเปิดหูเปิดตาไปสู่โลกกว้างภายนอกชนบทเมืองคองคอร์ดในรัฐแมสซาชูเซตส์นี้

 

Necessity is the mother of invention ดังคำที่โจเกริ่นไว้แต่ต้นเรื่อง หมายความว่า ในความขาดแคลน ความจำเป็นก็บังคับให้ต้องประดิษฐ์คิดค้นอะไรต่อมิอะไรขึ้นมา ตัวเธอจึงสร้างโลกในจินตนาการขึ้นมาเพื่อความเพลิดเพลินของตน และเล่นสนุกกับพี่น้อง

โจเขียนบทละครให้พี่น้องเล่นสนุกและใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์

สี่ดรุณมีพรสวรรค์ในด้านต่างๆ ไปคนละทางสองทาง โจชอบเขียนหนังสือและมีไอเดียแล่นเข้ามาในสมองอยู่ตลอดเวลาที่เธอนั่งลงจับปากกา ขณะที่เม็กเล่นละครเก่ง เบธเล่นเปียโนเก่ง และเอมี่วาดรูปเก่ง

ในที่สุดคุณป้ามาร์ชผู้ร่ำรวยก็เลือกเอมี่เป็นคนคอยดูแลระหว่างการเดินทางไปยุโรป ซึ่งทำให้เอมี่ได้เรียนการวาดรูปในปารีส “เมืองหลวงของศิลปิน” ตามความถนัดของตัวเอง

ขณะที่โจผิดหวังอย่างแรงที่ไม่ได้ไปท่องโลกกับคุณป้าตามที่เคยสัญญากับเธอไว้

เม็กแต่งงานกับผู้ชายที่รักเธอและเธอรัก ซึ่งยากจน แต่มาร์มี่เห็นชอบด้วย เพราะเป็นไปตามอุดมคติในการเลือกคู่ครองที่จะอยู่กันได้อย่างยั่งยืน

โจไม่เห็นด้วยที่เม็กจะลงเอยด้วยการใช้ชีวิตครอบครัวและทิ้งความฝันและพรสวรรค์ที่ยังไม่ได้ให้โอกาสแบ่งบานให้เต็มที่ เธอเห็นว่าเม็กมีพรสวรรค์ที่จะเป็นนักแสดงที่เก่งกาจสามารถได้

เบธผู้ขี้โรคและเจ็บออดๆ แอดๆ จากการติดเชื้อไข้อีดำอีแดงมา ได้รับความเมตตาจากมิสเตอร์ลอว์เรนซ์ (คริส คูเปอร์) ชายชราผู้มั่งคั่งที่เป็นเพื่อนบ้านผู้อนุญาตให้เธอเข้าไปเล่นเปียโนของลูกสาวเขาที่ตายจากไป และเป็นเหมือนก๊อดฟาเธอร์ของเธอในยามป่วยไข้

แต่เบธก็ไม่อาจฝืนโชคชะตาไปได้

ชีวิตต่างมีทางเดินแยกไปเป็นสายของตัวเอง แม้ว่าจะเกิดมาจากแหล่งเดียวกัน

โจเดินทางไปแสวงหาโชคของตัวเองในนิวยอร์ก และได้พบกับบรรณาธิการผู้พิมพ์หนังสือโดยค่อยๆ เรียนรู้ทักษะการต่อรองในโลกธุรกิจ

ได้เรียนรู้ความต้องการของตลาดหนังสือ และใช้ชีวิตโดยการยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง หลังจากที่ปฏิเสธการขอแต่งงานของผู้ชายคนแรกไป

 

หนังเดินเรื่องแบบที่ไม่เรียงตามลำดับเหตุการณ์ โดยเริ่มที่ฉากการนำเรื่องไปเสนอขายให้บอกอสำนักพิมพ์ก่อน แล้วจึงย้อนกลับไปสู่อดีตเมื่อหลายปีก่อน และชีวิตของตัวละครหลากหลายในระยะเวลาต่างๆ ของช่วงชีวิต

การเดินเรื่องโดยไม่เป็นเส้นตรงนี้ทำให้นิยายคลาสสิคเรื่องนี้มีมิติใหม่ๆ และเป็นความแปลกใหม่สำหรับเรื่องราวที่คนอ่านและคนดูจำนวนมากคุ้นเคยดีอยู่แล้ว

กาลเวลาที่ผ่านไปกว่า 150 ปีนับแต่การพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก ไม่ทำให้หนังสือ Little Women ล้าสมัย แม้จะเป็นเรื่องราวย้อนยุค แต่ก็นับเป็นไอเดียแรกเริ่มของสตรีนิยมในยุคที่จำกัดบทบาทของผู้หญิงอยู่ในบ้านในครอบครัวในฐานะช้างเท้าหลัง

โจ มาร์ช ยืนหยัดในฐานะผู้บุกเบิกการใช้ชีวิตอย่างเสรีตามทางเลือกของตัวเอง

และหนังเวอร์ชั่นนี้ให้ความหมายในตอนจบที่อธิบายทางเลือกของนางเอก ที่จำต้องเขียนตอนจบให้แก่เรื่องราวตามบงการของสำนักพิมพ์ ซึ่งกำหนดตอนจบสำหรับเรื่องราวความรักของตัวละครผู้หญิงไว้เพียงสองทาง

คือถ้านางเอกไม่ได้แต่งงาน นางเอกก็ต้องตาย…

คนอ่านจะไม่ชอบใจแน่นอน หากว่านางเอกจะเลือกทางเดินชีวิตที่ไร้คู่ครอง…

Timothée Chalamet and Florence Pugh in Columbia Pictures’ LITTLE WOMEN.

 

หนังเวอร์ชั่นนี้ทำออกมาได้ประเด็นดีมากในส่วนนี้ เพราะอ่านหนังสือหรือดูหนังมาแต่ไหนแต่ไร ก็มีไอเดียโรแมนติกเกี่ยวกับโปรเฟสเซอร์ชาวเยอรมันผู้เป็นพระเอกของเรื่อง

ชูประเด็นสตรีนิยมให้แหลมคมขึ้นอีกเยอะเลย

ยังจำหนังเวอร์ชั่นปี ค.ศ.1994 ได้ดี เต็มไปด้วยนักแสดงชั้นนำคับคั่ง วิโนนา ไรเดอร์ เล่นเป็นโจ คริสเตียน เบล เป็นลอรี่ และเกเบรียล เบิร์น เป็นโปรเฟสเซอร์แบร์แบบพระเอกผู้ทระนงแต่ยากจน ยังไม่นับแคลร์ เดนส์ ซาแมนธา แมตธิส เคิร์สเตน ดันส์ และซูซาน ซาแรนดอน โดยมีจิลเลียน อาร์มสตรอง เป็นผู้กำกับฯ

ตอนนี้ก็รับได้ในตอนจบแบบโรแมนซ์หวานแหววละค่ะว่า โจวิ่งตามโปรเฟสเซอร์แบร์ไปเพื่อบอกความในใจเสียก่อนที่จะสายเกินไป

มาถึงเวอร์ชั่นปัจจุบัน ซึ่งทำได้ดีมากในการประกาศจุดยืนของนางเอก โดยทำให้เห็นถึงเรื่องราวความเป็นจริงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนหน้ากระดาษหรือโลกจินตนาการ

นี่เป็นหนังที่ต้องดูค่ะ ดาราคับคั่งอีกเหมือนกัน และจะได้รับการกล่าวขวัญถึงไปอีกนาน

บทความก่อนหน้านี้“ธนาธร” ห่วงรัฐบาล “ไฮแจ็ค” วาระการแก้ รธน. ชี้ทำไม่ได้หากประชาชนไม่ลุกขึ้นเปล่งเสียง
บทความถัดไปอนุทิน ถก3กระทรวง ยันไวรัสโคโรนาเอาอยู่ ไม่ต้องปิดประเทศ เหมือนฮ่องกง