อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : อยู่บ้านรับปีใหม่

อุรุดา โควินท์

เทศกาลปีใหม่สำหรับคนอื่นเป็นอย่างไร เราไม่รู้ สำหรับเรา คือการอยู่บ้าน และการอยู่บ้านนั้นต้องเตรียมการอย่างดี

ร้านอาหารคนเยอะ ร้านขายวัตถุดิบปิด ห้างเนืองแน่น ถนนเต็มไปด้วยรถ แถมแม่ค้าในตลาดอาจม่วนงันจนเมาค้าง ไม่มาขาย ที่ต้องทำคือตุนเสบียง ยิ่งหยุดยาวเท่าไร ก็ต้องเตรียมมากเท่านั้น

วางแผนให้ดี แล้วเราจะมีวันทำงานยาวที่แสนสุข

พูดกันตามจริง ฉันทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด และโดยไม่ต้องการวันหยุด หรือในอีกแง่มุมหนึ่ง ทุกวันคือวันหยุดของฉัน ฉันทำงานอยู่บ้าน ทำหลายงานในคราวเดียว และฉันก็หยุดทำทุกครั้งที่อยากหยุด ไปเที่ยวฉันก็ชอบ มีคนบอกว่าการเดินทางคือสายตาของนักเขียน ซึ่งมันก็จริง แต่ถ้าต้องอดออมเพื่อได้ไปเที่ยว หรือไปเที่ยวกลับมาแล้วกระเป๋าแห้ง ฉันขอเลือกเดินทางด้วยการอ่านดีกว่า

เงินห้าพันบาทในบ้าน กับเงินห้าพันบาทขณะเดินทาง ต่างกันเหมือนหงส์กับนกปีกหัก

แม้ไม่ได้เกิดเป็นหงส์ ฉันก็อยากสง่างามเยี่ยงหงส์ ซึ่งไม่ได้ยากเย็น ประมาณตนว่าไม่ควรเดินทาง ก็ควรฉลองส่งท้ายและเริ่มต้นปีด้วยสิ่งที่มีความหมาย

การเขียน และทำอาหาร

 

ฉันมีโปรแกรมเขียนอัดแน่นในวันหยุดยาว วางแผนไว้ล่วงหน้า โดยแอบปันใจให้คลาสโยคะบ้าง

อาหารดูจะวางแผนยากกว่า ซื้อวัตถุดิบมาเยอะไปก็ดี ซื้อเร็วไปจะเสียก่อนได้กิน และไม่ใช่ทุกสิ่งสามารถยืดอายุด้วยการแช่แข็ง

เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ และสารพัดผักนั้น ต้องมีให้มาก เนื้อสัตว์แบ่งแช่แข็งได้ เนื้อหมูทำเป็นไส้กรอกเก็บไว้ ผักที่เก็บได้นานมีกะหล่ำ ผักกาดขาว คะน้า

อ้อ! พริกขี้หนู มะนาว ต้องไม่ขาด เบคอนกับแฮม หาซื้อเจ้าอร่อยติดไว้ไม่เสียหลาย

นอกจากตุนวัตถุดิบ ฉันยังกักตุนอาหารสำเร็จรูปอีกด้วย ในตู้แช่แข็งมีแกงส้ม แกงพริก และซุป ฉันอยากได้แกงกะทิอีกอย่าง แกงซึ่งพิเศษหน่อย

“มัสมั่นมั้ย ไม่ได้กินนานแล้ว”

ฉันรีบพยักหน้า มัสมั่นเข้าได้กับทั้งข้าว ขนมปัง โรตี หรือแม้แต่เส้นพาสต้า ที่ฉันไม่ค่อยแกงมัสมั่น ไม่เกี่ยวกับความยุ่งยากเลย เรามีเครื่องแกงที่อร่อยใช้ได้ขายในท้องตลาด คั่วเครื่องเทศเพิ่มลงไป ก็ได้แกงในอุดมคติ

ปีหนึ่งทำไม่กี่หน เพราะทำหม้อใหญ่ทุกที กินแล้วติดลิ้นไปนาน

 

ก่อนซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปตลาด ฉันตั้งกระทะไฟอ่อนๆ ใส่ถั่วลิสง แล้วส่งตะหลิวไม้ให้เขา “คนไปเรื่อยๆ จนสุกค่อยปิดเตานะ พอมันเย็น แกะเปลือกออก ถ้ายังไม่เย็น ก็ทิ้งไว้ เดี๋ยวกลับมาจัดการเอง”

นอกจากคั่วถั่ว เรายังต้องคั่วสารพัดเครื่องเทศอีกด้วย โป๊ยกั๊ก เมล็ดผักชี พริกไทยดำ ลูกกระวาน ใบกระวาน ยี่หร่า ดีปลี ทั้งหมดคั่วไฟอ่อนทีละอย่าง (เว้นใบกระวานกับลูกกระวานใส่ลงหม้อได้เลย) เราคั่วทุกอย่างรวมกันไม่ได้ เพราะขนาดไม่เท่ากัน ต้องการเวลาบนไฟต่างกัน การคั่วพร้อมกันนั้นง่าย แต่ทำให้เครื่องเทศบางชนิดไม่หอม หรือบางชนิดอาจไหม้

จากตลาด ฉันได้ไก่ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง มะเขือเทศ และกะทิ ใช้ไก่ 1 กิโลกรัมต่อกะทิ 1 กิโลกรัม ซื้อแบบแยกหัวกับหาง

“เราควรแกงในฤดูหนาว ถูกต้องแล้ว กินเครื่องเทศมันอุ่น แล้วผักทั้งงามทั้งถูก ดีจังเลย” ฉันบอกเขาขณะวางวัตถุดิบในครัว

เขาคั่วถั่วลิสงสุกแล้ว กำลังรอให้เย็น

 

ฉันจึงเปิดเตาให้เขาคั่วเครื่องเทศต่อ ทีละชนิด ทีละอย่าง ครัวของเราคลุ้งไปด้วยกลิ่น

ไก่ใช้อกและขาร่วมกัน สับเป็นชิ้นใหญ่ หอมหัวใหญ่ลูกหนึ่งหั่นสี่ส่วน ใส่มากหน่อยอร่อยดี มันฝรั่งก็ชิ้นใหญ่ จัดไปตามความชอบ สำหรับมะเขือเทศ ฉันตั้งน้ำให้เดือด ลวกมันเสียก่อน ค่อยลอกเปลือกออก แล้วหั่นครึ่ง

เปรี้ยวในมัสมั่นมาจากมะขามเปียก เอามะขามเปียกแช่น้ำร้อน ขย้ำให้เนียน ก่อนบีบกากออก

เครื่องเทศที่คั่วแล้วนั้น ฉันแบ่งอย่างละนิดละหน่อยมาตำ หนักยี่หร่า เพราะชอบกลิ่นของมัน และหย่อนดีปลี เพราะถ้ามากไปจะร้อน

ตำละเอียดดีแล้ว ค่อยใส่น้ำพริกแกงที่ซื้อมาลงครก คือการเติมเครื่องเทศลงในเครื่องแกงนั่นเอง เครื่องเทศแพง ในน้ำพริกแกงมี แต่น้อยไปหน่อย ถ้าอยากให้มัสมั่นซับซ้อนอย่างที่ควรเป็น เราก็ต้องเพิ่มเครื่องเทศ หรือไม่ก็ตำน้ำพริกแกงเอง (อย่างแรกง่ายกว่ามาก)

เมื่อทุกอย่างพร้อม ฉันตั้งหัวกะทิ ใช้ไฟอ่อน คนไม่หยุดมือ เพื่อกะทิไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่ไหม้ คนกระทั่งแตกมัน เห็นน้ำมันลอยบนผิวจึงใส่น้ำพริกแกงผสมเครื่องเทศลงไป ผัดกับหัวกะทิให้หอม จากนั้นค่อยใส่ไก่ ผัดให้ตึงๆ จึงใส่มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศ เทหางกะทิลงไปแค่พอท่วม รอให้เดือด ค่อยใส่ถั่วลิสงคั่ว ใบกระวาน ลูกกระวาน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก ให้เค็มกับหวานเท่าๆ กัน เปรี้ยวรั้งท้ายไว้

ท้ายที่สุด เราต้องรู้จักรอ เบาไฟเป็นไฟกลางค่อนไปทางอ่อน เคี่ยวต่อราว 20 นาที น้ำแกงจะเข้มข้นขึ้น ชิมอีกครั้ง ถ้าได้รสที่ชอบก็ปิดเตา

เราจะกินมื้อแรกเย็นนี้ ส่วนที่เหลือใส่ถุงเก็บไว้ในช่องแข็ง เป็นแกงพร้อมเสิร์ฟในวันหยุดยาว

 

“อยากกินอะไรอีก ปีใหม่อ่ะ”

“Manti ก็น่าทำนะ”

เขาหมายถึงเกี๊ยวแบบรัสเซีย ซึ่งตัวใหญ่มาก อร่อยมาก ได้เลย ฉันยินดีจัดให้ เก็บไว้ในลิสต์อีกหนึ่งรายการ

ได้ทำของอร่อยกินด้วยกัน ทำงานที่เราเชื่อมั่น อ่านหนังสือ และรักษาความหวังไว้

นั่นละเทศกาลปีใหม่ของเรา และมันก็เกินพอ

บทความก่อนหน้านี้บรรลุข้อตกลงแล้ว “แฮรี่-เมแกน” ไร้ยศเจ้าฟ้า คืนภาษีร้อยล้าน
บทความถัดไปมุกดา สุวรรณชาติ : เหลื่อมล้ำ รวยล้น จนดับ ฆ่าตัว ตายนับ ไม่ไหว ยุติธรรม ละลาย หายไป โจรร้าย ปล้นทอง ครองเมือง