นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ : ‘Secret Ingredient’ จุลินทรีย์แห่งความสำเร็จ

นครินทร์ วนกิจไพบูลย์[email protected]

1 แฟรงก์ อบาเนล ซีเนียร์ ยืนอยู่บนโพเดียม สายตามองไปยังฝูงชนที่รอฟังสุนทรพจน์อยู่ด้านล่าง หนึ่งในนั้นคือลูกชายของเขา แฟรงก์ อบาเนล จูเนียร์

“หนูตัวเล็กๆ สองตัวตกลงไปในถังครีม หนูตัวแรกยอมแพ้อย่างรวดเร็วจึงจมลงไปในถังครีมนั้น หนูตัวที่สองไม่ล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ เขาพยายามดิ้นรนอย่างหนัก จนในที่สุดก็ปั่นครีมที่เหลวกลายเป็นเนยแล้วปีนออกมาได้”

เขาสูดหายใจลึก

“ท่านผู้มีเกียรติครับ ผมคือหนูตัวที่สอง”

เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วทั้งห้อง แฟรงก์ อบาเนล จูเนียร์ ลูกชายของเขาน้ำตาคลอเบ้า โผเข้ากอดพ่อด้วยความภาคภูมิใจ

นี่คือฉากในหนังเรื่อง Catch Me If You Can ฉากนี้กลายเป็นที่จดจำในฐานะคำสอนของการไม่ยอมแพ้ ดิ้นรนต่อสู้กับความยากลำบาก อย่าล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ

เปรียบเทียบเป็นสำนวนไทยก็คือ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

 

2 ในโลกที่กว้างใหญ่กว่าถังครีม และมีหนูมากกว่าแค่ 2 ตัว เราทุกคนล้วนพยายามอย่างหนักเพื่อจะปั่นครีมให้กลายเป็นเนย

เราวิ่ง เราคลาน เราว่าย เราปีนป่าย เรากระโดด เราตะเกียกตะกาย ด้วยความเชื่อที่ว่า หากเราพยายามมากพอ ดิ้นรนมากพอ อดทนมากพอ ความสำเร็จก็น่าจะรออยู่ที่ปลายทาง

แต่ส่วนใหญ่มักไม่เป็นเช่นนั้น

 

ทำไม?

ทำไมบางคนพยายามแล้วพยายามเล่าก็ยังไม่สำเร็จ

ทำไมบางคนพยายามนิดหน่อยก็สำเร็จได้อย่างง่ายดาย

ทำไมความพยายามเท่ากันแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับต่างกัน

บางทีความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อาจไม่ได้อยู่ที่นั่นเสมอไป

หรือจริงๆ แล้วเคล็ดลับความสำเร็จน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น

 

3 ผมไม่รู้ว่า แฟรงก์ อบาเนล ซีเนียร์ เอาเรื่องเล่าของหนูตัวที่สองนั้นมาจากไหน แต่ผมมีเรื่องจริงของการทำเนยมาเล่าให้ฟัง

ขั้นตอนสำคัญของการผลิตเนยคือการกวนหรือปั่นครีมเพื่อให้ส่วนผสมของไขมันเนยแยกออกจากส่วนที่เป็นของเหลว

ถ้าใครเคยทำเนยโฮมเมดเองที่บ้านคงพอจะรู้ว่า การปั่นให้ครีมกลายเป็นเนยนั้นต้องใช้เครื่องปั่นความเร็วสูง เมื่อปั่นหรือตีครีมไปเรื่อยๆ ครีมจะเริ่มเกาะตัวกลายเป็นวิปครีม และถ้าปั่นต่อไปโดยไม่หยุด ส่วนผสมที่เป็นไขมันเนยก็จะเกาะตัวกลายร่างกลายเป็นเนยที่มีความแข็งตัวขึ้น พร้อมกับได้ส่วนผสมที่เป็นน้ำขาวขุ่นซึ่งคือนมไขมันต่ำออกมา

ส่วนผสมที่มีความแข็งตัวนั้นก็คือเนยนั่นเอง

เล่ามาซะยืดยาว ผมเพียงอยากจะบอกว่า การปั่นครีมให้เป็นเนยนั้นต้องใช้ความเร็วที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ในอดีตยังมีอุปกรณ์กวนเนยโดยเฉพาะก่อนจะพัฒนาเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าในปัจจุบัน หรือหากจะทำเองที่บ้านก็มีอีกวิธีคือนำใส่ขวดโหลแล้วเขย่าให้สุดแรงเป็นเวลาหลายสิบนาที

พูดง่ายๆ คือ ด้วยเงื่อนไขทั้งหมด ไม่มีทางเลยที่หนูตัวเล็กๆ จะปั่นครีมให้กลายเป็นเนยได้ นอกเสียจากว่ามันเป็น “เจ้าหนูจอมพลัง” หรือ Mighty Mouse

แล้วหนูตัวที่สองปั่นครีมให้กลายเป็นเนยได้อย่างไร

คุณอาจไม่รู้ว่านอกจากเนยชนิดสดแล้ว ยังมีเนยอีกประเภทคือเนยชนิดหมักซึ่งเป็นเนยที่ผลิตจากครีมที่ผ่านการหมักหรือมีการเติมส่วนผสมที่ได้จากการหมัก

ขั้นตอนการผลิตที่เนยชนิดหมักแตกต่างจากเนยชนิดสดคือมีการเติมหัวเชื้อ “จุลินทรีย์” ต่างๆ ลงไปก่อนจะทำการปั่น

เหตุผลหนึ่งของการเติมจุลินทรีย์นี้ลงไปก็เพื่อเร่งปฏิกิริยาให้ไขมันแยกตัวออกจากของเหลวได้ง่ายขึ้น เกาะตัวกันได้ดีขึ้น โดยที่ไม่ต้องใช้แรงในการปั่นมากเหมือนปกติ

ไอ้เจ้าจุลินทรีย์นี่แหละที่น่าสนใจ

เราฟังเรื่องของหนูตัวที่สองจาก แฟรงก์ อบาเนล ซีเนียร์ โดยเชื่อมาตลอดว่าความพยายามคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าอ้างอิงตามหลักการดังกล่าว เหตุผลที่หนูตัวนั้นรอดออกมาได้นั้นอาจไม่ใช่แค่ความพยายามของมันเพียงอย่างเดียว (ยกเว้นว่ามันเป็นไมตี้เม้าส์) แต่เพราะมีจุลินทรีย์บางอย่างเกิดขึ้นในระหว่างนั้นช่วยเร่งปฏิกิริยาต่างหาก

จุลินทรีย์ช่วยให้หนูตัวนั้นรอดออกมาได้ แม้ว่ามันจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

และดูเหมือนว่าพวกเราก็จะไม่ค่อยรู้เช่นเดียวกัน

 

4 ผมเชื่อว่าทุกความสำเร็จล้วนมีจุลินทรีย์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

แน่นอนว่าความพยายามยังคงเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด แต่ในเมื่อทุกคนต่างมีความพยายามเหมือนกัน ความพยายามกลายเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ใครๆ ก็มีได้ บางที การจะประสบความสำเร็จในโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างเชี่ยวกราก แค่ความพยายามจึงอาจไม่เพียงพอ

 

ผมพยายามที่จะเสาะหาจุลินทรีย์ในถังครีมนั้น

ถ้าใครที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด จะสังเกตได้ว่า นอกจากการอัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจแล้ว ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผมเขียนคอลัมน์ Pop Teen ผมมักจะสืบเสาะ ค้นคว้า สอดส่องแบรนด์หรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก แยกน้ำและกากที่ไม่เกี่ยวข้องออก แล้วถอดรหัส “จุลินทรีย์แห่งความสำเร็จ” ของพวกเขามาแต่เนื้อๆ

อะไรทำให้กล้องเล็กๆ อย่าง GoPro แทรกตัวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้า ท่ามกลางสมรภูมิกล้องยักษ์ใหญ่

อะไรทำให้ Cristiano Ronaldo เป็นนักเตะอันดับหนึ่งของโลก

อะไรทำให้ Google คิดค้นนวัตกรรมได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

อะไรทำให้ Elon Musk กลายเป็นผู้ชายที่กำลังจะไปดาวอังคารและเปลี่ยนอนาคตของเรา

อะไรทำให้เกาหลีใต้เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมและผู้นำเศรษฐกิจโลก ทั้งที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีค่า GDP ต่อหัวน้อยกว่ากานาและเกาหลีเหนือ

อะไรทำให้ Kim Kardashian เป็นเซเลบอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งที่เธอแทบจะทำอะไรไม่เป็นและไม่มีความสามารถพิเศษสักอย่าง

อะไรทำให้ UNIQLO โด่งดังไปทั่วโลก ทั้งที่ครั้งหนึ่งเกือบล้มละลาย

อะไรทำให้คุณปู่วัย 50 กว่าปีที่ชื่อ James Bond ยังคงเตะปี๊บดังไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไรก็ตาม

 

คุณผู้อ่านครับ ผมได้รวบรวม 16 บทความเหล่านั้นออกมาเป็นหนังสือชื่อ “Secret Ingredient จุลินทรีย์แห่งความสำเร็จ” แล้ว

นี่ไม่ใช่หนังสือฮาวทูที่จะทำให้คุณสำเร็จได้โดยพริบตา ไม่ใช่หนังสือธุรกิจที่แนะนำกลยุทธ์ทำเงินมหาศาล ไม่ใช่หนังสือพัฒนาตัวเองที่จะทำให้ชีวิตคุณดีได้แค่การจัดบ้านครั้งเดียว

หนังสือเล่มนี้เสมือนเป็นแว่นขยายที่ขยายให้เห็นว่า นอกจากความพยายามแล้ว จุลินทรีย์ของหนูตัวที่สองเหล่านี้คืออะไร

เอาล่ะครับ ถึงเวลาของคุณแล้ว

ค้นหาจุลินทรีย์แห่งความสำเร็จให้เจอ กระโดดลงไปในถังครีม แล้ววิ่งให้สุดแรง

ผมเชื่อว่าคุณคือหนูตัวที่สอง

 

พบกับหนังสือ Secret Ingredient จุลินทรีย์แห่งความสำเร็จ ได้ครั้งแรกที่บู๊ธ i11 Plenary Hall ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 14 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 29 มีนาคม 2559 – 10 เมษายน 2559 หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.godaypoets.com

บทความก่อนหน้านี้เงาเกาหลี : ‘Oh My Venus’ สาวงามแห่งแดกู
บทความถัดไปคนมองหนัง : “บทอวสาน” ที่ “ไม่จบ” ของ “แก้วหน้าม้า”