อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : คล้ายว่าถึงรัสเซีย

อุรุดา โควินท์

หลังจากที่เห็นเขาเปิดตำราอาหารรัสเซียเป็นวันที่สาม ฉันก็ตัดสินใจจะทำอาหารรัสเซีย และควรเป็นจานใหม่ จานที่ไม่เคยทำ

“เลือกมาอย่างหนึ่งสิ เมนูไหนที่อยากกิน หาวัตถุดิบได้”

“จะทำเหรอ ยังไม่ต้องทำก็ได้นะ”

อีกหนึ่งความเสมอต้นเสมอปลายของเขา คือความเกรงใจ และอย่างไรก็ได้ เขาไม่เคยบอก ว่าเขาอยากได้อะไร ต้องการอะไร

เป็นฉันที่ต้องสังเกต และคิดได้เอง ว่าเขาควรได้รับอะไร อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของเขา

เขาใช้ชีวิตวัยรุ่นที่อุซเบกิสถาน บางความทรงจำของเขาจำหลักอยู่ที่นั่น เพื่อนที่เขารักและสนิทสนมที่สุดคือเพื่อนชาวรัสเซีย

เราทั้งสองแปลกแยกจากคนอื่นเสมอ เราไม่เคยเป็นหนึ่งเดียวกับสังคม ไม่ว่าเราจะรู้สึกดีต่อพวกเขาแค่ไหน เราก็เป็นคนหนึ่งท่ามกลางพวกเขา (ในความรู้สึกของเรา) อยู่ดี ใช่! แม้แต่กับครอบครัวของเราเอง

ความแปลกแยกของเราคล้ายคลึง แต่เกิดจากสาเหตุต่างกัน สำหรับฉัน เพราะเวลาในชีวิตถูกตัดขาดเป็นชิ้นส่วน ไม่เชื่อมโยง และกระจัดกระจาย กับเขา-ช่วงเวลาที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาใช้ชีวิตกับผู้คนในอีกวัฒนธรรม

ทุกครั้งที่ฉันทำอาหารรัสเซีย เขามีความสุข รสชาตินำเขากลับไปสู่ห้วงเวลาและผู้คนซึ่งเขาผูกพัน

“อาหารรัสเซียไม่ยากหรอก แล้วเราก็ทำอร่อยทุกที”

เขาหัวเราะ “ก็จริง”

เขาพลิกตำราอาหารอีกครั้ง เลือกแล้วเลือกอีก ก่อนจะเปิดค้างไว้ที่หน้าหนึ่ง “อันนี้ดีมั้ย ซุปกะหล่ำ”

ฉันพยักหน้า

ได้อยู่แล้ว ไม่เกินมือฉันหรอก อาหารไทยยากกว่าเยอะ

ระหว่างที่ฉันเล่นกับหมา เขาก็จดรายการวัตถุดิบ พร้อมวิธีทำลงกระดาษ ถอดเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อย

ฉันทำอาหารจากตำราเล่มนี้หลายเมนู เพื่อนชาวรัสเซียซื้อมาฝากเรา เขียนด้วยภาษารัสเซียทั้งเล่ม แต่ไม่เป็นปัญหา เพราะฉันมีล่ามและนักแปลภาษารัสเซียส่วนตัว

 

เมื่อวานบ่าย ฉันจึงเคี่ยวซุปจากซี่โครงหมูทิ้งไว้ เคี่ยวไฟอ่อน 4 ชั่วโมงเต็ม บางแม่บ้านรัสเซียใช้ถึง 6 ชั่วโมง โดยจะใช้กระดูกหมูหรือวัวก็ได้ แต่ควรเป็นส่วนที่มีเนื้อติดมากพอสมควร เพราะเราจะแกะเนื้อใส่ลงซุปด้วย

ได้ซุปค้างคืนตามตำราแล้ว เช้านี้ฉันต้องการเวลาราว 30 นาที

เริ่มต้นหั่นแคร์รอตกับหอมใหญ่ ทั้งสองอย่างใช้หนึ่งหัวใหญ่ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ แล้วผัดด้วยไฟอ่อน

หอมใหญ่กับแคร์รอตผัดไฟอ่อนเป็นส่วนประกอบของอาหารรัสเซียหลายชนิด มันทำให้อาหารอร่อยขึ้นอย่างอัศจรรย์

วิธีทำไม่ได้ยุ่งยากเลย ตั้งกระทะเทฟล่อน ใส่น้ำมันน้อยที่สุด ใช้ไฟอ่อน เทผักลงไป เกลี่ยให้ทั่วกระทะ แล้วทิ้งไว้อย่างนั้น สองหรือสามนาที ค่อยมาคนสักที ระหว่างนั้นฉันซอยกะหล่ำปลีให้บางที่สุด ส่วนมันฝรั่งหั่นเป็นชิ้นพอคำ เขาบอกว่าจะใส่มันฝรั่งมากหรือน้อยเท่าไรก็ได้ หรือไม่ใส่เลยก็ได้ เพราะนี่คือซุปกะหล่ำ ไม่ใช่ซุปมันฝรั่ง

ฉันเลือกที่จะใส่ และใส่เพียงหนึ่งหัวใหญ่ มะเขือเทศ-หั่นชิ้นพอคำเช่นกัน ใช้ราวสองลูก ถ้าอยากให้มีรสเปรี้ยวจริงจัง แม่บ้านรัสเซียแนะนำให้ใส่มะเขือเทศกระป๋องแทน โดยใส่ลงไปในกระทะ ผัดรวมกับหอมหัวใหญ่กับแคร์รอตเลย นอกจากนั้น แม่บ้านรัสเซียให้ทางเลือกอีกทาง คือจะใส่หรือไม่ใส่มะเขือเทศก็ได้ แน่นอน ด้วยเหตุผลเดิม-นี่คือซุปกะหล่ำปลี

เราต้องการหอมใหญ่กับแคร์รอตที่อ่อนนุ่ม หมายถึงใช้เวลาผัดราว 15 นาที แต่เมื่อผัดได้ครึ่งทาง ฉันหั่นผักเสร็จแล้ว กรองน้ำซุปเสร็จ ฉันจึงเปิดอีกเตา เพื่อตั้งซุป ระหว่างรอซุปเดือด ฉันก็แกะเนื้อหมูออกจากกระดูกซี่โครงเก็บไว้ในถ้วย

ซุปเดือด ใส่มันฝรั่งลงหม้อเป็นอย่างแรก พอมันฝรั่งเริ่มสุก ค่อยใส่กะหล่ำปลี เบาไฟลงสักหน่อย ให้กะหล่ำปลีสุก แล้วค่อยใส่มะเขือเทศ หอมใหญ่กับแคร์รอตผัด มะเขือเทศ รวมทั้งเนื้อหมูที่แกะไว้ ปรุงรสด้วยเกลือและเครื่องเทศ ซึ่งตำราเขียนไว้ว่าแล้วแต่ชอบ ฉันจึงใช้พริกไทยดำ ตำปน ยี่หร่าและเมล็ดผักชี ใส่ลงหม้อ ตามด้วยใบกระวานหนึ่งใบ เคี่ยวต่อราว 5 นาที ให้กะหล่ำปลีอ่อนนุ่ม

ปรุงด้วยเกลือ มีกลิ่นเครื่องเทศเป็นฉากหลัง เพียงเท่านี้ก็อร่อย รสชาติของผักแต่ละชนิดรวมตัวกันในหม้อ และซุปกระดูกที่เคี่ยว 4 ชั่วโมง ก็อัดแน่นไปด้วยกลิ่นและรสเนื้อสัตว์

แม่บ้านรัสเซียบอกว่า หลังปิดเตา ให้พักซุปไว้ราว 10 นาทีค่อยเสิร์ฟ ฉันทำตามนั้น เสิร์ฟกับขนมปังเนื้อแน่นๆ และเนย

ช่างเหมาะกับเช้าของต้นฤดูหนาว

 

“กินกับขนมปังแค่นี้เลยเหรอ” ฉันถามเขา

“ถ้าเป็นมื้ออาหารธรรมดานะ แต่ถ้าเป็นทางการ เขาจะเสิร์ฟซุปนี้ ตามด้วยจานหลัก แล้วก็ปิดท้ายด้วยพายไก่”

ฉันพยักหน้า คิดในใจ ฉันอิ่มตั้งแต่จานแรกแล้วล่ะ

เขากินไปได้สองคำ ก็วางช้อน สบตาฉัน “คิดถึงอาจารย์เลย กลิ่นเหมือนอาหารบ้านอาจารย์”

“แล้วรสล่ะ”

“อร่อยแล้ว ชอบ แต่ถ้าอาจารย์กิน จะบอกว่าเค็มไปหน่อย”

ฉันตกใจ ตักกินอีกคำ อืม…ก็ไม่เค็มนี่นา

“อาจารย์กินจืดมาก เมียแกทำอะไร แกก็ว่าเค็มทุกที”

นั่นสิ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ชิม ฉันว่ามันอร่อยมาก มั่นใจราวกับเป็นแม่บ้านรัสเซียเลยละ

บทความก่อนหน้านี้เทศมองไทย : “อาร์เซ็ป” เมื่อลัทธิกีดกันการค้า ลามถึงอาเซียน
บทความถัดไปจรัญ พงษ์จีน : “เหมืองทองอัครา” ปมร้อนเขย่า “ประยุทธ์”