การศึกษา/ จับเข่าคุย ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ฝ่ากระแสดราม่า ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม

การศึกษา

จับเข่าคุย ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’

ฝ่ากระแสดราม่า

ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม

 

เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ทั้ง ส.ส.สอบตก มือไม่ถึง บารมียังไม่ได้ ด้วยวัย 45 ปีของรัฐมนตรีติ๊ก ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ตัวแทนกลุ่มพลังชล พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

แต่ก็ไม่ถือเป็นม้านอกสายตา เพราะ วธ.เคยมีอดีตรัฐมนตรีตัวแทนจากตระกูล ‘คุณปลื้ม’ มานั่งกุมบังเหียน วธ.แล้วถึง 2 คน คือ นายสนธยา และ นางสุกุมล คุณปลื้ม พี่ชายและพี่สะใภ้ของนายอิทธิพล…

นายอิทธิพลเริ่มเข้าทำงานการเมืองทันทีที่เรียนจบ เข้าสู่สนามการเมืองตั้งแต่ปี 2544 ทั้งการเมืองท้องถิ่น นายกเมืองพัทยา ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จังหวัดชลบุรี 2 สมัย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

รวมเวลาที่คร่ำหวอดในการเมืองมาแล้วกว่า 18 ปี!!

มติชนสุดสัปดาห์ มีโอกาสคุยเปิดใจอิทธิพล คุณปลื้ม หรือรัฐมนตรีติ๊ก แบบเจาะลึก ทั้งนโยบายเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำงาน งานฝากจากรัฐบาล และเสียงวิจารณ์ต่างๆ ที่ดาหน้าเข้ามาไม่เว้นวันตั้งแต่มีชื่อนั่งคุม วธ.

 

นายอิทธิพลเล่าถึงที่มาของตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ วธ. ว่า เป็นคนแสดงความจำนงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเองว่า หากมีภารกิจใดที่นายกฯ เห็นความเหมาะสม ก็พร้อมทำงาน ซึ่งไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็น วธ.เท่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกฯ เมื่อได้รับมอบหมายให้มาอยู่ วธ. ก็พร้อมทำงานอย่างเต็มศักยภาพ

ผลสำเร็จการทำงานต่อไปขึ้นอยู่กับทีมงานที่ดี ทางพรรคได้คัดสรรบุคลากรที่ผ่านการเลือกตั้งเป็น ส.ส. และทำงานร่วมกับพรรคมาเป็นทีมงานใน วธ. ทั้งเลขานุการรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี รวมถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี ตัวเองก็เปิดกว้างที่จะมีทีมงานมาทำงานร่วมกัน เพราะปริมาณงานที่ค่อนข้างมาก ทำให้รัฐมนตรีเองก็อาจไม่สามารถทำได้อย่างครอบคลุม เพื่อให้ผลประโยชน์สุดท้ายกลับไปสู่พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันจะเชิญศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาด้วย

สำหรับคำวิจารณ์ต่างๆ คิดว่าเกิดจากข้อกังวลของคนแวดวงวัฒนธรรม มั่นใจว่าส่วนตัวมีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีครบถ้วน ตรวจสอบแล้ว ก่อนเสนอตัวกับนายกฯ พร้อมทำงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งใด เมื่อได้เข้ามาทำงานที่ วธ. ก็พร้อมปรับตัวให้เข้ากับองค์กร

คำวิจารณ์ต่างๆ จะนำมาเป็นกำลังใจ ทำให้เกิดความรอบคอบในการทำงาน ที่จะรับฟังความคิดเห็นให้มาก มีทีมงานที่เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ มาเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การทำงานตามนโยบายรัฐบาลประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนผลการเลือกตั้ง ที่จังหวัดชลบุรีที่ตนไม่ชนะนั้น พร้อมรับผลการเลือกตั้ง แต่การทำงานบริหาร ทางพรรคมองในเรื่องของความเหมาะสม ที่จะขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ไม่ได้ดูผลการเลือกตั้ง การเลือกตั้งจบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2562

“กับคำวิจารณ์ไม่เคยรู้สึกโกรธ เพราะนักการเมืองเป็นอาชีพหลังจากเรียนจบการศึกษามา ทำให้รู้ว่า การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติ มองว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่มีผู้ติดตามการทำงาน ไม่ได้มาบั่นทอนกำลังใจหรือทำให้ความตั้งใจลดลง โดยจะทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุด” นายอิทธิพลกล่าว

 

ส่วนครอบครัวให้คำแนะนำ เป็นกำลังใจ ทั้งนายสนธยาและนางสุกุมล ถือเป็นส่วนสำคัญในการให้แนวคิด เพื่อนำมาพัฒนา แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเข้ามาก้าวก่าย หรือไปยึดติดกับโครงการเก่าๆ ของคนในครอบครัวเท่านั้น เพราะบริบทปัจจุบันจะต้องเน้นทำงานวัฒนธรรมในเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น

ทั้งนี้ งานด้านวัฒนธรรม ถือว่ามีผลเกี่ยวพันเกี่ยวกับความภูมิใจในเอกลักษณ์ไทย ประวัติศาสตร์ เป็นกระทรวงของการทำงานระหว่าง 3 ห้วงเวลา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต หลายคนอาจมองว่างานวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก แต่หากชี้ไปให้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นตำรับอาหารไทย ภาษาไทย การทักทาย ไหว้แบบไทย หรือการระลึกถึงใจเขาใจเรา ก็จะสามารถเห็นความเป็นวัฒนธรรมได้ชัดเจน

นโยบายสำคัญที่จะเร่งเดินเครื่องคือ เศรษฐกิจวัฒนธรรม เน้นเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ไทย การสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจวัฒนธรรมสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของทุนทางวัฒนธรรมที่มี โดยจะมองถึงความยั่งยืนในการสร้างรายได้จากวัฒนธรรมให้ประเทศ ทั้งนี้ คำว่าวัฒนธรรมกับท่องเที่ยว มีความใกล้เคียงในส่วนของจุดขาย แต่ความหลากหลายวัฒนธรรมจะมีข้อจำกัดมากกว่า เพราะวัฒนธรรมต่อยอดเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของการค้นพบ แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดทำให้คนทั่วโลกรับรู้ความโดดเด่นของวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น

นโยบายนี้มุ่งให้คนในวัฒนธรรมมองถึงการสร้างรายได้ให้ประเทศมากขึ้น จากเดิมมองว่าเป็นเอกลักษณ์ไทย แม้จะมีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจากของเก่าที่มี ได้อย่างเป็นนัยสำคัญมากนัก แต่ขอให้ไปช่วยกันพัฒนา ให้สังคมไทยร่วมกันคิดว่า วัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัว วัฒนธรรมไทยเป็นคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินคุณค่าได้ พัฒนามาเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทั้งวัดวาอาราม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนไทยในแต่ละท้องถิ่น ฯลฯ

พื้นฐานของหลักคิดมาจาก พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งในเรื่องของสืบสาน รักษา และต่อยอด รวมถึงความมีธรรมาภิบาล ภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยจะส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการรักษา ถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง เผยแพร่ให้ต่างชาติได้ซึมซับเข้าใจวัฒนธรรมไทย

วธ.เป็นหน่วยงานส่วนกลาง จะไม่ใช่เจ้าภาพในเรื่องนี้ แต่จะเป็นองค์กรหนึ่งในสายงานวัฒนธรรมที่เข้ามาช่วยส่งเสริมในเรื่องนี้ นำเรื่องความเชื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนไทย ซึ่งกลมกลืนไปอยู่ในทุกส่วนของสังคม

อยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุน รักษาไม่ให้สิ่งเหล่านี้หายไป พร้อมกับเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนายกฯ ฝากส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ให้เยาวชนไทยได้คำนึงถึงความดีงาม ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ดึงวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งมาต่อยอดเศรษฐกิจ

ดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานสำคัญของชาติ

 

จบการพูดคุยด้วยคำถาม อายุน้อยถือเป็นจุดอ่อนหรือไม่นั้น

นายอิทธิพลมองว่า งานด้านวัฒนธรรม ไม่ได้จำกัดอายุ โดยเฉพาะคุณสมบัติที่มาของรัฐมนตรี กำหนดไว้ที่ 35 ปีขึ้นไป ผมเองมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญครบถ้วน มองเป็นข้อดี เพราะเราเป็นคนรุ่นกลาง เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ทำงานได้กระฉับกระเฉง ประสานได้กับคนทุกช่วงวัย

รัฐบาลไม่ได้มองที่อายุเป็นหลัก มองเรื่องความเหมาะสมการทำงานในแต่ละตำแหน่งมากกว่า

จากนี้ต้องจับตาการทำงานของรัฐมนตรีมือใหม่ ว่าจะสามารถขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ชุมชน ได้มากน้อยแค่ไหน…

บทความก่อนหน้านี้‘ระเบิด’ ป่วนกรุงรอบล่าสุด สะท้อนให้เห็นอะไร/บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ
บทความถัดไปโลกหมุนเร็ว / เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง / ตลาดนัดในเมืองไทย