อิเหนา 2019

หลังจากเล่นซ่อนแอบมานาน ในที่สุด “วิษณุ เครืองาม” ก็ยอมเปิดชื่อคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

มีรายชื่อดังต่อไปนี้

1. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

2. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง

3. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

4. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ

5. วิษณุ เครืองาม

6. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร

7. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย

8. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

9. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

10. พรเพชร วิชิตชลชัย

อย่าลืมว่าวุฒิสมาชิก 250 คน มีสิทธิเลือก “นายกรัฐมนตรี” เทียบเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน

ในขณะที่ ส.ส. 500 คนมาจากการเลือกตั้งของไทยทั้งประเทศ

แต่คนแค่ 10 คนมีสิทธิเลือก ส.ว. 250 คน มาเลือก “นายกรัฐมนตรี”

นี่คือ “ความเท่าเทียม” ที่แสนเจ็บปวดภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้

แต่เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ ในจำนวนคณะกรรมการสรรหา 10 คน

มีอยู่ 6 คนได้รับการสรรหาเป็น “วุฒิสมาชิก”

จะใช้คำว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ก็คงไม่ถูกต้อง

เพราะ “วิษณุ” ยืนยันว่ากรรมการแต่ละคนไม่ได้เสนอชื่อตัวเองให้เป็น ส.ว.

มีคนอื่นเสนอชื่อขึ้นมาเอง

ระบบการคัดเลือกโปร่งใสมาก เพราะกรรมการคนที่ได้รับการเสนอชื่อจะเดินออกนอกห้องประชุมเวลาที่มีการพิจารณาชื่อตนเอง

ทำแบบนี้สลับกันไปเรื่อยๆ

มีคนบอกว่านี่คือการกระทำที่เรียกว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน”

เป็นกรรมการสรรหา ส.ว.

แล้วมีชื่อตนเองก็ได้เป็น ส.ว.

แต่มีคนเถียงว่า จะเรียกการกระทำเช่นนี้ว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน” คงไม่ถูกต้อง

ต้องเรียกว่า “ผลประโยชน์สลับกันทับซ้อน”

คือ สลับกันเสนอชื่อ

ทับกันไปทับกันมา

แล้วบังเอิญมันซ้อนกันเอง

มีคนพยายามพลิกหนังสือ “อิศปปกรณัม” เพื่อหานิทานสอนใจที่เข้ากับเรื่องนี้

หาเท่าไรก็หาไม่เจอ

เจอแต่สำนวนเก่าๆ ที่ดัดแปลงใหม่

…ว่าแต่เขา

“อิเหนา” ยิ่งกว่า

บทความก่อนหน้านี้“นักวิชาการโทรคมฯ” เชื่อมี 2 ค่ายมือถือ เข้าร่วมจัดสรรคลื่น 700 MHz
บทความถัดไปมุมมอง “ปู่พิชัย” ถึงพรรคประชาธิปัตย์ ทำอย่างไรถึงไม่ตาย? จากใจ ถึง “ไอ้หลานชายอภิสิทธิ์” / ประยุทธ์และธนาธร