ดอกไม้ต้องบาน จากมือประชาชน ไม่ใช่กระบอกปืน! สนทนาโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “อัษฎางค์ ปาณิกบุตร”

รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มองปรากฏการณ์การเมืองก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ 24 มีนาคม 2562 หลังจากกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่าไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย และถือเป็นความพลาดพลั้งของฝ่ายประชาธิปไตย ของพรรคการเมืองที่ลืมนึกไปว่า บรรยากาศ ณ ปัจจุบันนี้ มันไม่ใช่ประชาธิปไตย”

“มันเป็นบรรยากาศของเผด็จการ คุณต้องระวังตัวทุกฝีก้าว เพราะว่าคุณถูกหาว่าเป็นศัตรูทางการเมืองกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับบทบาท ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็ต้องทุบ เพราะฉะนั้น พอมองออกตั้งแต่ต้น ทันทีมีการตั้งเรื่องปุ๊บ ก็รู้ได้เลยว่าต้องออกมาในรูปแบบนี้”

“คนเราจะทำอะไรก็ตามในองค์กรของคุณ คุณต้องปรึกษาหารือกันก่อนภายในองค์กร และต้องใช้เวลาคิดไตร่ตรองให้ดี โดยเฉพาะผู้มีประสบการณ์ ต้องมานั่งพูดคุยกันว่า สิ่งที่จะทำ ประเมินผลดีผลเสียอย่างไร”

“ถ้าเปรียบเป็นผมเป็นหัวหน้าทีมชาติ ผมจะไม่เล่นแหกคอก หมายถึงเอาวิธีการของผมไปเล่น เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่ได้ปรึกษาคนในทีม และสิ่งที่เกิดขึ้นผมกลับเห็นใจกรรมการบริหารพรรคซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องมารับเคราะห์กรรม”

“ผมอยากให้กำลังใจว่าต้องสู้ วิถีทางประชาธิปไตยในประเทศไทยมันหายาก มันต้องฟันฝ่าและสู้กันอย่างดุเดือดรุนแรง ต่อไปนี้ก็ต้องคิดให้ดี ว่าทุกย่างก้าวที่จะเดิน เต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรค เราจะต้องหาหนทางต่อสู้ ด้วยวิธีการสมัยใหม่ ให้ใหม่จริงๆ”

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้น หลังจากเสีย 1 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยไป แต่เดิม 6 พรรค ที่ทุกคนรู้ว่าเป็นขั้วไม่เอาเผด็จการแน่นอน ประกอบด้วยเพื่อไทย ไทยรักษาชาติ เพื่อชาติ ประชาชาติ เสรีรวมไทย และพรรคอนาคตใหม่ พวกเขาชัดเจนมาตลอด ซึ่งหากจะวิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้ก็เชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยทำท่าว่าจะรวมเสียงได้ครึ่งของสภา (250) แต่พอโดนน็อกไป 1 ยังไงฝ่ายประชาธิปไตยก็ไม่ถึงแน่นอน

ทีนี้คนก็มาดูกันว่า คะแนนของพรรคไทยรักษาชาติ (ที่น่าจะมีอยู่เยอะ) มันจะไปอยู่ตรงไหน

ประการแรกคือ ไม่ได้ไปอยู่ฝั่งเผด็จการแน่ อาจจะมีหลุดไปบ้าง แต่เป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย เพราะว่าในแต่ละเขต แต่ละพื้นที่ มีเจ้าของเดิมอยู่ และผู้ที่หาเสียง ต้องพยายามที่จะปลุกเร้าให้เลือกประชาธิปไตย ทำให้คะแนนจะตกเฉลี่ยไปให้อนาคตใหม่ เพื่อชาติ ในส่วนที่เพื่อไทยไม่ได้ส่ง

ส่วนเขตที่ทับซ้อนกับพรรคเพื่อไทย ก็ไปเพื่อไทย ซึ่งจากการมองดูภาพรวมๆ ผลกระทบกับ ส.ส.เขต (อาจเกือบถึง 10 ของ ทษช.เกิดขึ้นแน่) เลยต้องดูยุทธศาสตร์การหาเสียงในเวลาที่เหลือ โค้งสุดท้าย ประชาชนจะเข้าใจได้หมดหรือไม่ว่าต้องเลือกพรรคไหน

อย่างไรก็ตาม ผลไม่สะวิงแน่ และส่วนตัวอยากให้รอดูกระแสอนาคตใหม่ที่ยังคงแรงมาก ถ้าวันที่ 22 ปราศรัยใหญ่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดงมีคนเข้ามามืดฟ้ามัวดิน สามารถทำนายได้ล่วงหน้าได้เลยว่า มีโอกาสได้มากกว่า 30-40 ที่นั่งแน่นอน

: ปิดประตูฝ่ายประชาธิปไตยได้โอกาสตั้งรัฐบาล?

วันนี้ผมคิดว่ายังไงฝ่ายประชาธิปไตย แค่จะไปให้ถึงครึ่งในสภาเป็นเรื่องที่ยากและลำบากแล้ว แต่จากประสบการณ์ผมเชื่อว่า ณ วันที่ 24 มีนาคม เวลา 19:00 อะไรก็เปลี่ยนได้เสมอ คุณต้องจำไว้อย่าง พรรคการเมืองไม่มี 100% ต่อเมื่อตอนที่รู้จำนวนว่าจะอยู่ข้างไหนแล้วได้อะไรบ้าง ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่เขาต่อรอง

ไม่มีวันที่พรรคที่ออกคลิปมาบอกว่าจะไม่ร่วมมือกับพรรคที่ทุจริต หรือไม่มีวันจะไปจับมือกับพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ยังไงเขาก็ต้องไปอยู่กับพวกรัฐบาลปัจจุบัน ไม่มีทางที่ใครจะยืนอย่างโดดเดี่ยวได้ วิธีที่เขาพยายามทำให้เป็นสามก๊ก แต่ยังไงๆ ก็ไม่ใช่ เพราะการเมืองไทยมีแค่ 2 ข้างเท่านั้น!

: นายกฯ คนต่อไปคือนายกฯ คนหน้าเดิมกับคนปัจจุบัน?

ณ วันนี้ผมก็ยังมั่นใจว่าเราจะได้นายกฯ คนต่อไปคือคนปัจจุบัน 95% ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น เขากลับมาเป็นแน่ๆ ส่วนอยู่ได้หรือไม่ หรืออยู่นานแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขึ้นอยู่กับจำนวนพรรคที่กั๊กๆ ขนาดกลางๆ ต้องดูตอนการแบ่งกระทรวงตอนตั้ง มีการแบ่งเค้กกระทรวงเกรดต่างๆ ทำให้ยังไงการเมืองก็กลับไปเหมือนเดิม เพราะ “ทัศนคติของคนมีกิเลสมันยังเหมือนเดิม”

: พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทยคือตัวแปรสำคัญ?

เป็นตัวแปรได้อยู่ เพราะผมคิดว่า พรรคประชาธิปัตย์เขาไม่ได้อยู่ตรงกลาง ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เฉียด 240 ผมเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยมาร่วมด้วยอย่างแน่นอน ผมกล้าฟันธง และถ้าเขาได้ 40-50 ที่นั่ง ยังไงก็มา ยิ่งการที่เขาเคยพูดว่าจะสนับสนุนนายกฯ ที่มาจาก ส.ส.ต้องเป็นใหญ่ ก็ตีความได้ว่า ต้องเห็นความสำคัญของ ส.ส. ก็ต้องมีข้อตกลงกัน

ส่วนพรรคอื่นๆ ที่เหลือในกระดานที่ยังไม่ได้พูดถึง ขนาดกลางหรือเฉพาะกิจ หรือพรรคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะบางจังหวัด เชื่อได้เลยเขาเหล่านั้นว่าจะเทไปกับข้างรัฐบาลปัจจุบัน

แต่ยังไงในใจผมและจากข้อมูลที่มีผมคิดว่าพรรคภูมิใจไทย ผมคิดว่าเขามีโอกาสก้าวหน้าไปกว่านี้ได้อีก แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาติดอะไรอยู่ (แต่ผมรู้ว่าอาจจะมีความจำเป็นบางอย่าง) แต่ถ้าเขาอยากจะเป็นทางเลือกใหม่ โดยคนที่ยังเป็นรุ่นใหม่ เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วต้องไม่อยู่ภายใต้ร่มเงาของใคร ต้องเรียนรู้หลักรัฐศาสตร์การสร้างบารมีทางการเมือง สร้างความเชื่อมั่นให้ได้ จึงอยากยืนยันอีกครั้งว่า ถ้าเขาได้มากกว่า 40 เสียงขึ้น เขาจะมีอิทธิฤทธิ์แน่นอน ส่วนพรรคที่เหลือผมเชื่ออยู่ฝ่ายรัฐบาล

: อนาคตใหม่ท่ามกลางมรสุม จะส่งผลอะไรในการเลือกตั้ง?

ผมคิดว่ากระแสของอนาคตใหม่จุดติดแล้ว ยิ่งการที่คุณไปเล่นงานเขา หารู้ไม่ว่า ยิ่งตีเขาเท่าไร ยิ่งทำให้เขาดังขึ้น และจงระวัง “คนไทยมีนิสัยเกลียดการเอาเปรียบ” ผมเชื่อว่าถ้าจะโดนอะไร ก็ต้องหลังเลือกตั้งไปแล้ว พรรคอนาคตใหม่จะได้เปรียบ วัยรุ่นตามกลุ่มตามกัน ผมเช็กไปทางเครือข่ายท้องถิ่นภาคอีสานก็ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่มาแรงมาก

คนที่เขาคิดจะตี ตอนนี้เขาคิดผิด เป็นผู้ไม่มีน้ำใจนักกีฬา เป็นเรื่องที่แย่ที่สุดคือการไปแกล้งเขา ด้วยการหาเรื่องในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น บางคนจะเล่นงานเรื่อง กรอกประวัติผิด ผมอยากจะบอกว่า ย้ำว่า คนเราจะเลือกไม่เลือก เขาไม่ได้สนใจกันตรงนี้ มันเป็นเรื่องที่ตลกดีคนที่คิดตื้นๆ ไปร้อง มันต้องดูความสมเหตุสมผล ในการที่จะร้องเรียน ถ้าร้องเรียนด้วยความบริสุทธิ์ใจมันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมไม่ชอบสังคมแบบนี้เลย มันไม่มีความเป็นธรรม ความยุติธรรมไม่มี

สิ่งที่ประเทศเราไม่มีคือความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญด้วย แล้วเรื่องแบบนี้มันลุกลามไปถึงปัญหาคอร์รัปชั่น ระบบพรรคพวก การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม มันเป็นกุญแจสำคัญ

ฉะนั้น ประชาชนสามารถช่วยกันสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้ด้วยการออกไปเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยให้มาก

ผมคิดว่ามันจะเป็นวันดอกไม้บาน เราถูกกดให้อยู่ใต้ตมมานานแล้ว ต้องขึ้นพ้นน้ำขึ้นมาสักครั้ง พรรคไหนก็ได้ไม่เป็นไร แต่ให้เป็นฝ่ายประชาธิปไตย

นี่คือความหวังสุดท้ายที่ฝ่ายประชาธิปไตยและประเทศไทยต้องการ ไม่ใช่แค่เพียงของฝ่ายประชาธิปไตย แต่ประเทศเราต้องการความหวังนี้ อยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้าด้วยแรงดันจากประชาชน ไม่ใช่การก้าวหน้าด้วยปืน ท่ามกลางขวากหนาม แม้ว่าจะมียุทธศาสตร์ มี ส.ว. มีกับดักข้างหน้ามากมายไม่เป็นไร

ผมเชื่อว่าถ้านักการเมืองรุ่นใหม่ ทัศนคติที่จะไม่หาประโยชน์จากการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีใครจะชนะหรือล้มได้หรอก ผมอยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตผมก็นับถอยหลังแล้ว

ผมอยากจะเห็นก่อนตายได้หรือไม่?

สามารถชมคลิปวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยได้ที่

บทความก่อนหน้านี้“ชัชชาติ” ลงพื้นที่เขตคลองสามวา ชูแก้ปัญหาแยกใหญ่ด้วยสะพานข้ามแยก ผลักดันใช้รถเมล์เล็ก
บทความถัดไปตอกย้ำความสำเร็จ OTOP ภูมิภาคจุด ครั้งที่ 5 จุดสุดท้าย จ.กำแพงเพชร