เมอร์คิวรี่ : ผ่าวิกฤตศึกลูกหนัง “ไทยลีก” มิติใหม่บูมกระแส vs ซบเซา

ฟุตบอลลีกสูงสุดของเมืองไทยกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งในศึก “โตโยต้า ไทยลีก 2019” ซึ่งประเดิมสนามวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์

โดยปีนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด จัดการแข่งขันภายใต้แคมเปญความเต็มเปี่ยมไปด้วย “Spirit of Football” หรือ “สปิริตยิ่งใหญ่ของคนทั้งชาติ” กับ 16 สโมสรชั้นนำ ในคอนเซ็ปต์ “Battle of Warriors”

หรือ “ศึกแห่งสุดยอดนักรบ” ที่ลั่นกลองรบว่าจะทวีความสนุกตื้นเต้นเข้มข้นกว่าเดิม

สำหรับปีนี้ศึกโตโยต้า ไทยลีก อัดแน่นไปด้วย 16 สโมสรคุณภาพ ซึ่งถูกลดจำนวนทีมจากเมื่อฤดูกาลก่อนที่มีจำนวน 18 สโมสร เนื่องจากเหตุผลเรื่องโปรแกรมการแข่งขันที่ถี่มากจนเกินไป ซึ่งจะมาชิงชัยกันอย่างเข้มข้น

เพื่อแย่งชิงความเป็นเบอร์หนึ่งของวงการลูกหนังไทย

 

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งแดนอีสานใต้ เจ้าของแชมป์ 6 สมัย และแชมป์เก่า ยังคงเป็นตัวเต็งเบอร์หนึ่งในการป้องกันแชมป์ไว้อีกสมัย

แต่ทีมชั้นนำอื่นไม่ว่าจะเป็น “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี และ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต่างก็เสริมทัพติดอาวุธพร้อมรบขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว

ขณะที่ทีมรองบ่อนอื่นๆ ต่างเรียงหน้าประกาศพร้อมท้าชิงในสนามรบแห่งวงการลูกหนังไทยครั้งนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทีมดังจากแดนอีสานอย่าง “สวาดแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซ*, ทีมแกร่งเจ้าฟุตบอลถ้วยจากเมืองเหนืออย่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี ทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด

รวมทั้งสโมสรภาคกลางที่ยังอัดแน่นด้วยคุณภาพอย่าง “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล เอฟซี, “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี, “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี และ “เขี้ยวสมุทร” สมุทรปราการ ซิตี้ ที่เพิ่งแปลงร่างทีมใหม่หลังจากได้เทกโอเวอร์มาจากพัทยา ยูไนเต็ด เมื่อปีก่อน

เช่นเดียวกับทีมดังจากแดนบูรพาที่มีทั้ง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี รวมทั้ง 2 ทีมน้องใหม่อย่าง “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง เอฟซี และ “ช้างขาวเจ้าเกาะ” ตราด เอฟซี อีกทั้งยังมีทีมแกร่งแห่งภาคตะวันตกและภาคใต้อย่าง “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี

จึงทำให้ศึกไทยลีก 2019 จะขับเคี่ยวกันอย่างสนุกแน่นอน

 

แต่ในทางกลับกันจำนวนยอดผู้ชมในสนามของการแข่งขันฟุตบอลไทยในช่วง 5 ปีหลังสุดมีเส้นกราฟที่ดิ่งลดลงให้เห็นอย่างชัดเจน

ซึ่งสาเหตุ และปัจจัยที่ทำให้ยอดผู้ชมลดลงก็มีมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศไม่ค่อยเข้าชมเกมในสนาม รวมทั้งปัญหาเรื่องโปรแกรมเตะที่ค่อนข้างถี่มากเกินไป

และปัญหาการล็อกผลการแข่งขันที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของแฟนลูกหนังไทยอยู่พอสมควร

สำหรับฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2018 มียอดจำนวนผู้ชมเฉลี่ยตลอดทั้งฤดูกาลอยู่ที่ 4,466 คน ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องไล่เรียงในช่วง 5 ปีหลังสุดตั้งแต่ฤดูกาล 2014 ยอดผู้ชมเฉลี่ย 5,029 คน, ฤดูกาล 2015 ยอดผู้ชมเฉลี่ย 6,297 คน, ฤดูกาล 2016 ยอดผู้ชมเฉลี่ย 5,464 คน และฤดูกาล 2017 ยอดผู้ชมเฉลี่ย 4,604 คน

ยิ่งไปกว่านั้นยอดผู้ชมค่าเฉลี่ยของไทยลีก ฤดูกาล 2018 ถูกจัดอันดับให้ร่วงหล่นลงไปอยู่เป็นอันดับ 8 ของเอเชีย และยังนับเป็นอันดับ 4 ของอาเซียนอีกด้วย

โดยเป็นรองทั้ง ลีก้า 1 อินโดนีเซีย ของประเทศอินโดนีเซีย, วี-ลีก 1 ของประเทศเวียดนาม และ*มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก ของประเทศมาเลเซียอีกด้วย

สำหรับลีกฟุตบอลเอเชียที่มียอดจำนวนผู้ชมเฉลี่ยสูงสุดอันดับ 1 คือ ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ของประเทศจีน 24,107 คน รองมาอันดับ 2 เจ ลีก 1 ของประเทศญี่ปุ่น 19,064 คน, อันดับ 3 เอ-ลีก ของประเทศออสเตรเลีย 10,671 คน, อันดับ 4 ลีก้า 1 อินโดนีเซีย 10,162 คน, อันดับ 5 วี-ลีก 1 อยู่ที่ 6,297 คน, อันดับ 6 มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก 6,269 คน, เค-ลีก ของประเทศเกาหลีใต้ 5,381 คน

และอันดับ 8 ศึกไทยลีก

 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก จำกัด จึงพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อผ่าวิกฤตครั้งใหญ่ของศึกลูกหนังไทยลีก และดึงดูดแฟนบอลให้กลับเข้ามาชมเกมการแข่งขันติดขอบสนามให้ได้อีกครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนนักเตะโควต้าอาเซียน ทำให้แข้งดังจากเพื่อนบ้านย่านอาเซียนหลั่งไหลเข้ามาค้าแข้งในไทยลีกมากขึ้น ทำให้ไทยลีกมีสีสันยิ่งขึ้น และยกระดับความน่าสนใจในระดับอาเซียน รวมถึงระดับเอเชียด้วย แต่ในเมื่อกระแสนิยมในลีกอื่นในย่านอาเซียน และในเอเชียมีความนิยมดีกว่าแล้วดาวเตะดังเหล่านั้นจะย้ายมาเล่นในไทยลีกทำไม? ก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่?

รวมทั้งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการตัดสินเกมการแข่งขัน โดยเฉพาะเทคโนโลยี “วิดีโอ แอสซิสแทนต์ เรฟเฟอรี่” หรือ VAR ที่ทุ่มทุนนำมาใช้ตัดสินเกมไทยลีกให้มีการตัดสินที่ถูกต้อง ยุติธรรม และโปร่งใส มากที่สุด เพื่อขจัดปัญหา “ล้มบอล” ให้หมดสิ้นไปจากสารบบของฟุตบอลไทย ซึ่งจะถือเป็นส่วนช่วยให้แฟนบอลมีความเชื่อมั่นกับเกมการแข่งขันมากยิ่งขึ้นแน่นอน

“บิ๊กแชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า ในปีนี้ได้เพิ่มสีสันให้เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทยลีก เพื่อทำให้เกิดกระแสนิยมมากยิ่งขึ้น

ซึ่งเชื่อว่าจะมีการชิงชัยที่เข้มข้นมากกว่าเดิม โดยก็ต้องขอขอบคุณทั้ง 16 สโมสร ที่ช่วยกันยกระดับฟุตบอลไทยให้ก้าวมาเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน

“เป้าหมายของพวกเราในปีนี้ก็คือต้องการจะรักษาความเป็นลีกอันดับ 1 ของอาเซียน และท็อป 10 ของเอเชียอย่างต่อเนื่องเอาไว้ให้ได้ สำหรับโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้ ถือว่ามีความเข้มข้นมากกว่าเดิม และผมก็เชื่อว่า ทั้ง 16 ทีมที่ร่วมแข่งขันในฤดูกาลนี้ จะเต็มไปด้วยความมันที่ทำให้ทุกคนต้องติดตามตั้งแต่หัวตารางไปจนถึงท้ายตาราง” บิ๊กแชมป์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ยอดจำนวนผู้ชมเกมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกที่มีตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะยอดตัวเลขถือเป็นหลักฐานที่ฟ้องให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากระแสความนิยมของฟุตบอลลีกไทยเริ่มส่งสัญญาณไปสู่บรรยากาศซบเซาอีกครั้งหนึ่งแล้วหรือไม่?

ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก จำกัด ก็เร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เพื่อส่งสัญญาณไปถึงแฟนบอลไทยทั้งประเทศให้เกิดความมั่นใจ และกลับเข้ามาชมเกมการแข่งขันในสนามอีกครั้งหนึ่ง แต่ปัญหานี้ก็ถือว่าไม่ได้แก้ไขง่ายเท่าไรนัก เพราะมีหลายปัจจัยที่ส่งผลทั้งทางตรง และทางอ้อม

สำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 ถือว่ามีสีสันความสนุกตื่นเต้น รวมทั้งมีมิติใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยให้เกมการแข่งขันมีความเข้มข้นเร้าใจมากขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้จะสามารถตอบโจทย์ได้ว่าถูกต้องหรือไม่นั้น แฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศจะเป็นผู้ให้คำตอบทั้งหมด

เพราะท้ายที่สุดแล้วยอดจำนวนแฟนบอลในสนามก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ฟุตบอลไทยลีกปีนี้จะกลับมาบูมอีกครั้ง หรือจะกลับไปซบเซาอีกครั้งหนึ่ง???

บทความก่อนหน้านี้“ประยุทธ์”สั่งใช้กม.เต็มที่ อันธพาลงานบวช – สังคายนาค่านิยม เปิดเพลง-กินเหล้าในวัด
บทความถัดไปแกนนำพปชร.อยากให้ ‘บิ๊กตู่’ มาช่วยหาเสียง-ดีเบต เหมือนพรรคอื่นๆ