ในประเทศ : แรงริษยา ธนาธร โยน 6 ข้อกล่าวหาฉกรรจ์? ล้างขี้โคลนแล้วเดินต่อ!

หลังจากที่กระแสแผ่วลงไปช่วง 1-2 เดือนก่อน

เดือนกุมภาพันธ์ของ “พรรคอนาคตใหม่” กระแสพรรคกลับมาพุ่งแรงอีกครั้ง

หลังจาก “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ตัดสินใจสวมเสื้อฟุตบอลประเพณี เดินเข้าประตูรั้วสนามกีฬาร่วมกิจกรรมกับรุ่นน้องในงานบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73

ไม่รู้ว่าดวงคนจะมา จังหวะจะได้ หรือวัยโจ๋เทใจ ช่วงบ่ายๆ แก่ๆ ของวันนั้น แฮชแท็ก #ฟ้ารักพ่อ พา “ธนาธร” และ “อนาคตใหม่” กลับมาฮือฮาอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ ป๊อปมากชนิดทอดระยะเวลานานหลายสัปดาห์กระแสก็ยังไม่แผ่ว

กระแสงแรงดีขนาดนี้ ทำเอาคนอีกฟากฝั่งหนึ่งนิ่งดูอย่างใจเย็นไม่ได้

2-3 วันหลังงานฟุตบอลประเพณี เกิดปรากฏการณ์ “ปฎิบัติการระงับกระแส” ตีกลับในโลกออนไลน์

ทำนองว่า เด็กรุ่นใหม่เลือกคนที่หน้าตา ไม่ได้ดูที่นโยบาย

ขนาด “เสรี วงษ์มณฑา” แกนนำและนักปราศรัยบนเวที กปปส. ถึงกับต้องนั่งร่ายกลอน ความว่า

“เมื่อยามที่โลกแปรเปลี่ยนเพี้ยนไป ตรรกะคนเป็นอะไรไม่เข้าท่า เรื่องดีงามความถูกต้องไม่นำพา ต่างคิดว่าข้าเลิศล้ำเมื่อทำเกียน ไม่รู้จักใช้ปัญญามาครุ่นคิด ดัดจริตข้ารุ่นใหม่ให้ปวดเศียร ปล่อยให้ถูกหลอกให้ฉงนวนเวียน น่าอาเจียนรสนิยมต่ำตมจัง”

 

เร็วเท่าความคิด คนรุ่นใหม่แท็กทีมถล่มโต้กลับจนทวิตเตอร์ลุกเป็นไฟ

อาทิว่า “แท็ก #ฟ้ารักพ่อ เนี่ย คือเล่นด้วยความบันเทิง มันเป็นสีสัน ส่วนคนมาแขวะว่าเชียร์เพราะหล่อเหรอ รู้นโยบายเหรอหรือเชียร์แค่หน้าตา คนในแท็กเขารู้หมดแหละจ้า บางคน 5 ปี ยังรู้ไม่ทัน คสช. แต่มากังวลว่าคนอื่นจะรู้ทันอนาคตใหม่ รึเปล่า ห่วงตัวเองก่อนเลยน้า”

“การที่คนชมคุณธนาธรว่าหน้าตาดี มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนจะต้องแห่ไปเลือกเขาทุกคนป่ะ มันก็เหมือนเราชอบน้องคนนี้ แต่เราไม่ได้เมนวงเขาอ่ะ คือเรามีวงเมนอยู่แล้ว มีวงในใจแล้วงี้ อยากให้แยะแยะตรงนี้ แต่นี่เชื่อว่าพวกเราอ่ะแยกแยะได้ มีแต่พวกที่ด่าเรานั่นแหละ ไม่แยกแยะห่าไรเลยค่ะ #ฟ้ารักพ่อ”

“ฟ้าไม่ได้โง่นะคะ ฟ้าเรียนหนังสือมาค่ะ ฟ้าอ่านหนังสือออก ฟ้าอ่านนโยบายมาแล้วค่ะ ฟ้าเห็นว่ามันมีประโยชน์กับประเทศจริงๆ ฟ้าถึงเลือก เรื่องหน้าตาคือผลพลอยได้ค่ะ #ฟ้ารักพ่อ”

เป็นต้น

และยิ่งเป็นการทำให้กระแสฟ้ารักพ่อ ร้อนต่อในทวิตเตอร์อีกหลายวัน

แม้แต่ “จ๋า-ยศสินี ณ นคร” ดาราและผู้จัดละครชื่อดังยังอดออกมาทวีตไม่ได้ว่า

“ก่อนอื่นผู้ใหญ่ต้องหยุดคิดก่อนว่า #ฟ้ารักพ่อ มาจากการกรี๊ดรูปร่างหน้าตาอย่างเดียว เด็กรุ่นนี้เค้าหวีดออกหน้าแต่ศึกษาเงียบๆ กระแสอันนี้และผู้มีสิทธิ์โหวตครั้งแรก 6 ล้านคน เฮ้ย หยุดตัดสินพวกเค้าก่อน มาทำความเข้าใจเค้าให้เร็วๆ ก่อนนนน เดี๋ยวไม่ทันนะเว้ย”

งานนี้ฝ่ายตรงข้ามประเมิน “สกิล” ของเด็กรุ่นใหม่พลาดไปอย่างมาก ดังนั้น การปล่อยกระแสลอยๆ เพื่อเบรกคนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็น “การระงับกระแส” ตามหวัง แต่กลับเป็นการเพิ่มกระแสให้ “ธนาธร” และ “พรรคอนาคตใหม่” ยิ่งขึ้นไปอีก

 

ร้อนถึงทัพหน้าของฝ่ายผู้มีอำนาจอย่าง “นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์” แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ต้องออกโรงปะฉะดะกับ “ธนาธร” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่ทั้งนายธนาธรและคนรุ่นใหม่ที่ให้การสนับสนุนถนัดที่สุด

โดย “นายเอนก” ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึง “นายธนาธร” ว่า

“คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ต้องการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ตามอุดมการณ์ของเขา จึงเอาแต่พาประชาชนให้โกรธประเทศนี้ คุณค่อนขอดความเป็นไทย ทำจนเป็น “ฮ้อบบี้” แต่ทั่วทั้งพรรคจะรู้กันไหม ตระหนักกันไหมว่า เมืองไทยนั้น ถึงจะมีจุดอ่อนข้อบกพร่อง แต่ก็ “ดี” ที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้าเมืองไทยไม่ดีคนอย่างคุณธนาธรและครอบครัวซึ่งมาจากเมืองจีนไม่นาน จะร่ำรวยขึ้นเป็นหมื่นล้านได้หรือ คุณธนาธรสนุกกับการวิพากษ์คุณลักษณะของชาติ กับสถาบัน-ประเพณีไทย อย่างโหดร้าย ขนาด “ยิ้มสยาม” คุณก็ไปแปลว่าไม่มีสมอง ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน

ในวันนี้ คุณธนาธรก็ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคและขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ ในประเทศที่คุณเองพร่ำบ่นว่า “เหลื่อมล้ำ” รับไม่ได้ ความสำเร็จ “จึงรุ่งเรืองกิจ” ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นได้ในไม่กี่ชั่วคน ไม่ถึงร้อยปีที่บรรพบุรุษคุณมาจากจีน ลองคิดดู หากบรรพชน “เสื่อผืนหมอนใบ” ของพวกคุณไปขึ้นฝั่งที่อินโดนีเซียหรือมลายู หรือกัมพูชาแทนที่จะมาสยาม คุณจะมีชีวิต ฐานะ และบทบาทสูงเด่นอย่างทุกวันนี้ได้หรือ? ไม่แน่นะครับ อาจถูกฆ่าทิ้งเสียที่อินโดนีเซีย ถูกเขมรแดงกวาดไปตายในป่าเขา หรือพ่อแม่คุณจะถูกรัฐบาลมาเลเชียกำหนดให้เป็นพลเมืองขั้นสอง ไม่ใช่ “ภูมิบุตร” ผู้สูงส่ง ก็เป็นได้…”

และแน่นอนว่า หลังจากที่โพสต์ข้อความนี้ได้ไม่นาน ก็โดน “ชาวฟ้า” ถล่มเละ

จนถึงท้ายที่สุด “นายเอนก” ต้องลบโพสต์ต้นเหตุนี้ออกจากเฟซบุ๊กส่วนตัวเลยทีเดียว

 

แต่ “ปฏิบัติการระงับกระแส” ที่มีต่อ “ธนาธร” และ “พรรคอนาคตใหม่” ยังไม่จบง่ายๆ โลกออนไลน์โจมตี “นายธนาธร” ต่อเนื่องในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้สูงวัย และกลุ่มอนุรักษนิยมที่ออกมาโจมตีเรื่องยิ้ม และการร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง ไปจนถึง ถึงขนาดมีดารานักร้องบางคนออกมาโพสต์ข้อความทำนองว่า นี่คือการเลือกนายกฯ ไม่ใช่เลือกสามี จะดูแต่หน้าตาไม่ได้

แต่กลับยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่ไม่พอใจมากขึ้น เพราะรู้สึกเหมือนถูกดูถูกความคิดและการตัดสินใจ ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกโต้กลับ โดยการไปศึกษานโยบายของพรรคอนาคตใหม่ แล้วเอามาย่อยให้เข้าใจง่าย ก่อนนำเสนอผ่านช่องทางต่างๆ ในโลกโซเชียล เป็นการปกป้องตัวเองจากการถูกดูหมิ่น

แถมกลายเป็นการช่วย “นายธนาธร” หาเสียง และกระจายนโยบายไปในตัว ภายใต้แฮชแท็ก #ฟ้ารักพ่อเพราะนโยบายของพ่อ

นอกจากนี้ยังพร้อมแท็กทีมกันโจมตีฝั่งตรงข้ามกลับรัวๆ ภายใต้แฮชแท็ก #Savethanathorn อีกด้วย

เจอรุ่นใหม่สวนคืนแบบเชือดนิ่มๆ แบบนี้ ทำเอาลุงๆ ป้าๆ หงายเงิบ ไปไม่เป็นกันเป็นแถว รีบตั้งหลักงัดกับเด็กด้วยข้อมูล “ดิสเครดิตธนาธร” ชุดใหม่ ซึ่งเน้นโจมตี “นายธนาธร” ใน 6 ประเด็นหลัก คือ

1. ชุมนุมกับคนเสื้อแดง ซึ่ง “ชาวฟ้า” ก็ออกมาป้อง “พ่อ” ว่า การเข้าร่วมการชุมนุมถือเป็นเรื่องปกติของคนที่มองในด้านมนุษยชน ที่ยึดในหลักประชาธิปไตย และนายธนาธรก็เคยร่วมการชุมนุมกับเสื้อเหลืองเหมือนกัน

2. กรณีที่นายธนาธรเคยระบุว่า “ไม่ควรอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ เพราะทำให้ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แก้ไม่จบ…”

ซึ่ง “ชาวฟ้า” ก็ออกมาแก้ให้ว่า เพราะจะทำให้ศาสนาอื่นถูกมองเป็นศาสนาชั้นสองก็พอจะมีเหตุผล ประเด็นคืออย่าเชิดชูจนเกินไปจนทำให้ศาสนาอื่นนั้นดูด้อย

3. มีการปล่อยข้อมูลโจมตีว่านายธนาธรเป็นนักเลงในยุค พ.ศ.2499 อันธพาลครองเมือง ซึ่ง “ชาวฟ้า” ฮาลั่น บอก 2499 พ่อข้ายังไม่เกิดเลยโว้ยยยยยยย

4. โจมตีงานแต่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ว่ามีนักการเมืองหลายคนจากฝั่งเสื้อแดงมาร่วมงานอย่างกลมเกลียว จนอาจจะเป็นเนื้อเดียวกัน ตรงนี้ “ชาวฟ้า” บอก มีหลายเหตุผลที่เชิญใครมางานแต่ง และการเชิญคนใหญ่คนโตมาร่วมงานก็เป็นเรื่องปกติ ดังนั้น ไม่สามารถตัดสินว่า “ปิยบุตร” อยู่ฝ่าย “ทักษิณ” ได้

5. โจมตี “ธนาธร” ว่า เป็นแหล่งทุนของนิตยสารฟ้าเดียวกันซึ่งมีลักษณะล้มเจ้า “ชาวฟ้า” โต้คืนว่า ถ้าไม่ดี หรือผิดกฎหมาย นิตยสารก็คงจะโดนปิดไปแล้วรึเปล่า

และ 6. รวบรวมและแฉข้อไม่ดีของธนาธรและอนาคตใหม่ ทั้งเรื่องว่าคนในพรรคขาดประสบการณ์ สหภาพแรงงานถูกไล่ออกจากการกดดันให้บริษัทย่อยเงินเดือนเท่ากับสาขาใหญ่ ฯลฯ ซึ่ง “ชาวฟ้า” โนแคร์ บอกประสบการณ์ต้องใช้เวลาสั่งสม และต้องให้โอกาสก่อน

ส่วนการบริหารงานด้านธุรกิจไม่ควรเอามารวมหรือเชื่อมโยงกับการทำงานด้านการเมือง

งานนี้ดูเหมือนธนาธรจะไม่สนเรื่องแก้ตัว บอกแค่ล้างโคลนแล้วเดินหน้าต่อ เพราะข้อมูลที่โดนโจมตีเป็นข้อมูลเก่าทั้งนั้น

แต่ก็ต้องกระซิบบอกเลยว่า พ่อซึ้งใจฟ้าสุดๆ และต้องยกความดีความชอบให้กับเหล่าฟ้า ที่พ่อเปรียบเปรยไว้ว่า ฟ้าคือดอกไม้ที่บานตามธรรมชาติ และจะเป็นความก้าวหน้าของสังคมไทยอีกขั้นหนึ่ง ที่ตอกย้ำบทเรียนให้ฝ่ายอนุรักษนิยม และฝ่ายสนับสนุนผู้มีอำนาจว่า หากคิดจะเปิดวอร์ในโลกโซเชียลของคนรุ่นใหม่ ต้องคิดให้แยบยล

ไม่ใช่เพียงแค่สาดวาทกรรม ปล่อยข้อมูลด้านลบแล้วจะทำลายคู่แข่งได้เหมือนเคย

เพราะในโลกที่ข้อมูลอยู่ในมือของทุกคนแค่ปลายนิ้ว การตรวจเช็กข้อมูล ข้อเท็จจริงอาจจะยิ่งตอบโต้ ไฟยิ่งลุก

ยิ่งอยากจะดับแค่ไหนก็ทำไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้ศัลยา ประชาชาติ : ปล่อยผีขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ดีเดย์ 1 เมษายน ลั่นไม่กระทบ ศก.
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : ฟองเดียวไม่พอ