จับตาขบวนการ “อัปยศ” ว่าจ้าง “ล้มบอล-ล็อกผล”! บ่อนทำลายศึก “ไทยลีก”

แฟนฟุตบอล” “ไทยลีก” กำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่อย่างใจจดใจจ่อ…

ฤดูกาล 2019 ลูกหนังไทยลีกจะกลับมาฟาดแข้งนัดแรกในสุดสัปดาห์วันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยคู่เปิดสนามวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ เปิดหัวกันด้วยคู่ระหว่าง “ราชันมังกร” “ราชบุรี มิตรผล เอฟซี” จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของน้องใหม่อย่าง “ตราด เอฟซี” ที่ดราก้อนสเตเดี้ยม เวลา 20.00 น.

ก่อนที่วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ และวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ จะดวลแข้งกันเต็มสตรีม คู่ไฮไลต์ดูจะอยู่ที่เกมเตะวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ แชมป์เก่าอย่าง “ปราสาทสายฟ้า” “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” จะเปิดบ้านพบกับ “ฉลามชล” “ชลบุรี เอฟซี” เวลา 19.00 น. โดยแฟนบอลสามารถเข้าไปเช็กโปรแกรมเตะทั้งฤดูกาลได้ที่ www.thaileague.co.th

ฤดูกาลนี้คงขับเคี่ยวกันเข้มข้นเพราะปรับลดลงมาเหลือ 16 ทีม เอาตกชั้น 3 ทีม ขณะเดียวกันทีมจากศึก T 2 หรือดิวิชั่น 1 เดิมจะขึ้นมาแทนที่ 3 ทีมคงสถานะ 16 ทีมเช่นเดิม

อีกไฮไลต์ของไทยลีก 2019 คือการนำเทคโนโลยีช่วยตัดสิน (VAR) ระบบเดียวกับที่ใช้ในศึกฟุตบอลโลก 2018 มาใช้ในทุกแมตช์ของศึกไทยลีก โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ระบุเหตุผลหลักคือ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสของเกมกีฬา ขจัดปัญหาการล้มบอลเพื่อล็อกผลการแข่งขันที่มีมาอย่างตลอด

หลายต่อหลายทีมเสริมทัพแก้ไขปัญหาที่เจอจากฤดูกาลก่อนกันแบบอุตลุด มีทั้งการย้ายค่ายภายในของแข้งไทย มีการย้ายเข้า-ออกของนักเตะนอก รวมถึงโควต้าอาเซียนที่จะได้มาวาดลวดลายในไทยลีกกันมากขึ้น

เมื่อการแข่งขันในเชิงคุณภาพของทีม ขนาดของทีม ฝีเท้าของนักเตะมากยิ่งขึ้นก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ลีกฟุตบอลอาชีพของไทยที่เกิดขึ้นจากการลงทุนลงแรงของรัฐบาล เกิดขึ้นจากการระดมสรรพกำลังของคนวงการฟุตบอลเมื่อหลายปีก่อนเห็นผลผลิตออกดอกออกผลเชิดชูศักดิ์ศรีลีกลูกหนังของไทย

ทิศทางอนาคตของลีกฟุตบอลอาชีพของไทยมันควรจะไปได้สวยหรูหากไม่มีเรื่อง” “การพนัน” เข้ามาเกี่ยวข้อง…!!!

เมื่อการพนันขันต่อเข้ามาเอี่ยวกับเรื่องของกีฬาเมื่อไหร่ คราวนี้กีฬามันจะไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมตามครรลองที่ควรจะเป็นแล้ว มันจะไปเกี่ยวดองหนองยุ่งกับเรื่องกีฬาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจขึ้นมาทันที

ที่บอกเช่นนี้เพราะเมื่อหลายปีก่อนฟุตบอล” “ไทยลีก” ยังไม่บูม ตลาดเรื่องของการพนันก็ไม่สนใจ เรื่องของการว่าจ้าง หรือจ้างวานให้ทำการ” “ล้มกีฬา” หรือที่เราเรียกกันจนชินว่า” “ล้มบอล” หรือ” “ล็อกผล” ก็ยังไม่เข้ามา

แต่….ปัจจุบันฟุตบอล” “ไทยลีก” บูมขึ้นมา ฮอตฮิตติดตลาด พวกเจ้าของโต๊ะพนันฟุตบอลก็ฉวยโอกาสตรงนี้เข้ามาเปิดตลาดในภูมิภาคอาเซียนแทนที่ตลาดที่หมดความน่าเชื่อถือไปอย่างเอ็มลีก ของมาเลเซีย, เอสลีก ของสิงคโปร์ หรือแม้กระทั่ง วีลีก ของเวียดนาม ที่บรรดานักลงทุนเริ่มขยาดเพราะหลงกลบริษัทรับพนันพวกนี้

ปีที่ผ่านมา “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประกาศสงครามกวาดล้างขบวนการ” “ล็อกผลการแข่งขัน” จนมีการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ นักเตะ, ผู้ตัดสิน, โค้ช, ผู้บริหาร และแฟนบอล รวมกันหลายสิบราย

แต่เชื่อว่าขบวนการพวกนี้ยังไม่ถูกถอนรากถอนโคนจากวงการฟุตบอลไทย

และคนพวกนี้จะกลับรังแก กลับมาทำตัวเป็น” “เหลือบ” ถ่วงความเจริญฟุตบอลเมืองไทยอีกครั้งในอีกไม่ถึงสัปดาห์นี้…

พวกที่มีชื่ออยู่ในลิสต์” “บัญชีดำ” ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คงรู้ตัวกันอยู่แล้วว่ามีใครกันบ้าง พวกนี้เคลื่อนไหวติดต่อว่าจ้างใครในวงการเมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่เขาพร้อมที่จะรวบทันทีทันควันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คอยติดตามกันได้เลยว่า

ยังมีผู้ต้องหาอีกหลายล็อตที่จะโดนดำเนินคดี ไม่ว่าจะปรับ หรือจำคุก…!

“โจ” “พาทิศ ศุภะพงษ์” รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เคยเล่าไว้ว่า ทั่วโลกสนใจกรณีศึกษาเรื่องการจับขบวนการล้มบอลของเมืองไทยอย่างมาก เพราะสมาคมมีนโยบายชัดเจนที่จะร่วมมือกับสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี), สปอร์ต เรดาร์ (Sportradar) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำจัดขบวนการล้มบอลให้สิ้นซากเพราะเป็นมะเร็งร้ายกัดกินวงการฟุตบอล

กระบวนการขั้นตอนหลักๆ จะอยู่ที่สปอร์ต เรดาร์ เขาจะคอยตรวจสอบทิศทางการพนันในแต่ละแมตช์การแข่งขัน สังเกตราคาต่อรองขึ้นลงการแข่งขันกีฬาทั่วโลก หากมีฟุตบอลคู่ไหนถูกล็อกผลไว้ ก็จะส่งผลต่อเรตราคา ในวงการพนันจะรู้กันดี

“เมื่อสปอร์ตเรดาร์ระแคะระคายว่าราคาการต่อรองฟุตบอลมีความผิดปกติ แต่บรรดานักลงทุนกลับเลือกที่จะลงทุน เพราะสมัยนี้ง่ายเพียงแค่นิ้วจิ้มผ่านหน้าจอโทรศัพท์ เขาจะรู้ทันทีว่ามีความไม่ปกติกับเกมคู่นั้นๆ เพราะเป้าหมายหลักในการล็อกผลฟุตบอลคือเม็ดเงินจากการพนันเป็นหลัก เพราะหลังจากได้เงินมาแล้ว เขาก็จะเอามาลงทุนในการจ้างล้มบอลครั้งต่อไป” รองเลขาฯ บอลไทยกล่าว

พาทิศเล่าต่อไปว่า หากเป็นคุณรู้ว่าฟุตบอลคู่นี้จะจบอย่างไร คุณจะบอกคนอื่นมั้ย เปรียบเทียบง่ายๆ หากคุณรู้ว่าพรุ่งนี้หวยออกอะไร คุณจะเก็บไว้คนเดียวหรือไม่ คุณจะบอกญาติพี่น้องหรือเปล่า

ซึ่งตรงนี้เองกลายเป็นหลักฐานนำไปสู่การลงโทษ การล้มบอลแต่ละครั้ง สโมสรไม่รับทราบ เพราะในหลายๆ เคสที่พบ เป็นการตกลงกันในกลุ่มเล็กๆ เช่น แมตช์ไหนต้องการสกอร์สูงๆ การจ้างจะพุ่งเป้าไปที่ผู้รักษาประตูและผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง ซึ่ง 2 ตำแหน่งนี้ส่งผลให้เกิดการยิงประตูมาก ขณะเดียวกันยังมีผู้ตัดสินที่จะเป่าจุดโทษ หรือฟรีคิกนอกกรอบ

“เรื่องเงินที่คนพวกนี้ใช้ว่าจ้างในการล้มบอลไทยลีกเป็นเงินแค่หลักหมื่นถึงแสนบาทเท่านั้น เพราะการพนันฟุตบอลไทยลีกไม่กว้างขวางนักเมื่อเทียบกับฟุตบอลต่างประเทศในลีกใหญ่ๆ ซึ่งคาดว่าจะตกประมาณแมตซ์ละ 5 ล้านบาท รายได้จากการพนันก็ไม่มาก 5-6 แสนบาท”

“ที่สำคัญคือ คนที่ถูกจ้างล้มบอลในวงการเขาจะรู้กันดีว่าเขาจะสามารถจ้างใครได้บ้าง ที่ผ่านมาเราก็รู้ตลอด เราแค่รอเรื่องของหลักฐาน เมื่อปลาฮุบเหยื่อเมื่อไหร่ ขบวนการพวกนี้จะถูกสาวไส้ออกมาให้ได้รู้กัน”

สําหรับเรื่องของบทลงโทษหากมีการจับกุมขบวนการที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น คนพวกนี้ถือว่าละเมิดพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 มีการลงโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหนักหน่อยก็จำคุก 10 ปี ซึ่งแน่นอนว่าหากมีนักเตะ หรือผู้บริหารทีม หรือโค้ชคนใดไปเกี่ยวข้อง นอกจากจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังหมดอนาคตบนเส้นทางสายฟุตบอลอย่างแน่นอน

เพราะคงไม่สามารถกลับมาหากินกับวงการกีฬาได้อีกต่อไป

นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และมันก็ยังเกิดอยู่ต่อไป หากเรายังไม่เข้าใจ

ขอเอาใจช่วยคนที่ทุ่มเทกวาดล้างขบวนการ” “ล้มบอล” เพื่อทำ” “กีฬา” ให้เป็น” “กีฬา”

เพราะเราทุกคนคงไม่ต้องการเห็นกระแสฟุตบอลลีกอาชีพเมืองไทยทิ้งดิ่งลงเหว…!!!

บทความก่อนหน้านี้เมื่อคนบันเทิง ปิ๊งรักกันกลางกองละคร
บทความถัดไปคำตอบของ ‘ธนาธร’ ในวันที่ “ตกเป็นเป้า” และ ถูกเขา “สาดโคลน”