ทราย เจริญปุระ : คราบเลือด

ทราย เจริญปุระ

หลังๆ สมาธิฉันค่อนข้างมีปัญหา จิตพร้อมจะหลุดลอยพ้นไปจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ต้องคอยหาสมอทอดถ่วงมันไม่ให้ไปไหน

ทั้งพยายามกระชับแต่ละช่วงเวลาให้สั้นลง

หาตัวเชื่อมระหว่างงานต่องานเพื่อให้เหมือนกับว่าแต่ละเรื่องไม่ได้เยิ่นเย้อยืดยาวนัก

พาตัวไปใกล้งาน

พางานมาใกล้ตัว

แต่ก็ยังมีวันที่ล่องลอยปล่อยไหล

กระเพื่อมเอื่อยๆ สะท้อนแดดระยับจับตา

มันต้องมาจากฉัน

เพราะสุดสัปดาห์นี้มีแต่ฉันเท่านั้นในห้องนี้

ขวามือเป็นระเบียงแคบ กระรอกตัวเล็กไต่ราวระเบียง ด้านหลังเป็นภาพวัดอร่ามเรือง

ฉันกระชากผ้าม่านแรงๆ ให้กระรอกตกใจ

ขำคิกคักเมื่อเห็นมันวิ่งปรู๊ดหายไปอย่างรวดเร็ว

แล้วก็กลับมามองมันใหม่

รอยเปื้อนขีดยาว คล้ายเอามือพาดผ่าน

สีเข้มคล้ำตัดกับความขาวของผ้าปูเตียง

มันเหมือนเลือดแห้งๆ

หรือร่างกายฉันจะรับผลจากฝุ่นละออง…อะไรนะ ฝุ่นที่ว่าเล็กจิ๋วเสียจนอณูของมันซึมเข้าร่างกายเราได้ผ่านทางผมและเล็บ ถ้ามันเล็กได้ขนาดนั้น กระจกกั้นคงไม่มีปัญหาที่มันจะแทรกตัวผ่าน แต่ใครเป็นต้นคิดว่าควรจะติดกระจกเงาเพื่อให้ห้องดูกว้างนะ ต้องเป็นคนละคนกับที่บอกว่าการติดกระจกไว้ด้านหัวเตียงจะทำให้เราฟุ้งซ่านแน่ๆ เงาสะท้อนของกระจกจะส่งกลับความคิดที่ฟุ้งซ่านกระจัดกระจายกลับไปกลับมาระหว่างพื้นที่ว่างในห้องและในหัว

ในหัวนี่รวมหัวใจด้วยไหมนะ

แต่ฉันก็ไม่ฉลาดพอจะเล่นเกมหัวใจกับใคร

และโง่พอจะเชื่อว่าทุกคำรักเป็นเรื่องจริง

เดี๋ยวสิ, รอยนี่ รอยบนผ้าปูเตียงนี่มาจากไหน

ฉันลงไปกินข้าว เดินออกไปสูบบุหรี่โดยจุดมันด้วยเครื่องมือแสนโบราณอย่างไม้ขีดไฟที่ทิ้งกลิ่นหอมของกำมะถันไว้แทนตัวหลังจากมอดไหม้ไปจากหน้าที่ ตลกดีที่แต่ก่อนฉันเคยนั่งขีดไม้ขีดไฟจนหมดกล่อง เพราะกำมะถันนั้นหอมไม่มีใครเหมือน

มีคนบอกว่าไฟนรกก็มาจากกำมะถันนี่แหละ หอมแบบนี้ฉันคงได้ที่อยู่ในนรกกระมัง

หรือรอยเลือดนี่จะมาจากปีศาจที่แอบมาจองตัวฉันตอนหลับ แฝงเข้ามาในฝันยุ่งเหยิงของคืนมึนเมา และเผลอหลับไปจนแสงอาทิตย์ส่องต้องร่าง ต้องผลีผลามโลดกลับสู่นรก ทิ้งเลือดและควันไว้เป็นหลักฐาน

บ้า ปีศาจไม่มีจริงหรอกนะ

ไม่จริงพอๆ กับเรื่องในหัวของฉันนี่ล่ะ

ฉันก็ไปทำให้ตัวเองอยู่ยาก

บอบบางเกินไป อ่อนไหวเกินไป ใจกระตุกง่ายเกินไป

ไอ้นั่นก็เจ็บ คนนี้ก็จุก

ข้อแม้ในชีวิตท่วมท้นทับทวี เพราะความเปราะบางและเจ้าคิดเจ้าแค้นของฉันเอง

แต่ทั้งที่ทำให้ชีวิตอยู่ยาก

ฉันก็รักความบ้าบอเหล่านี้

ความบ้าบอที่ก่อให้เกิดอะไรหลายอย่าง ที่ไม่มีวันจะเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง, จริงจริง

แต่เกิดเป็นฉากเป็นตอนเฉพาะในหัวฉัน

และขนาดว่าไม่จริงถึงปานนั้น

ฉันก็ยังหวั่นไหวถึงเพียงนี้

เลือดนี่มาจากไหน

หรือมันจะไม่ใช่เลือด

เป็นแค่รอยเปื้อนที่ถูกทอเข้ามาในเนื้อผ้า

และทิ้งคราบไว้ในสมองฉันตลอดวันนี้

แรงบันดาลใจจาก “รอยเปื้อนบนผนัง” (The Mark On The Wall) เขียนโดย Virginia Woolf จากหนังสือรวมเรื่องสั้น “Woolf” – สตรีในกระจก : ภาพสะท้อนห้วงคำนึง และเรื่องสั้นคัดสรรอื่นๆ-แปลโดย นราวัลลภ์ ปฐมวัฒน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 โดยสำนักพิมพ์ไลบรารี่ เฮาส์, กันยายน 2561

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ l ประชานิยม : ที่มาที่ไปทางแนวคิดวิชาการ (ตอนต้น)
บทความถัดไปตลกต่างแดน : อ่านเรื่องราว บทเรียนจาก ‘ตุ๊กตาหิมะ’