จับตา “โพลสันติบาล” ตัวชี้วัดชี้ของจริง! ? เกาะติดเลือกตั้ง “62

86 ปี “หน่วยข่าวสีกากี” จับตา “โพลสันติบาล” เกาะติดเลือกตั้ง “62

17 พฤศจิกายนนี้ ครบรอบปีที่ 86 ของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล “หน่วยข่าวกรอง” กลไกความมั่นคงหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายความมั่นคงไทย

ห้วงนี้บรรยากาศการเมืองไทยคึกคัก พรรคหลัก พรรคอะไหล่ เคลื่อนไหวเปิดตัวนิวเจเนอเรชั่นกันเอิกเกริก ส่วนพรรคใหญ่เริ่มไม่กระมิดกระเมี้ยน เปิดตัวว่าที่นายกรัฐมนตรีในนามพรรค แม้แต่ “พรรคพลังประชารัฐ” พรรครวมคนในรัฐบาลปัจจุบันก็ส่งสัญญาณค่อนข้างชัดว่าชูใครนั่งผู้นำรัฐบาลในอนาคต

วันก่อน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำคณะเข้าหารือ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ และฝ่ายความมั่นคงของ ตร. โฟกัสที่ “สันติบาล” โดยใช้เวลาหารือเกือบ 2 ชั่วโมง หารือข้อกฎหมายและให้-รับข้อความความเคลื่อนไหวกลุ่มหนุน ต้าน ป่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในต้นปี 2562 ตามปฏิทินประเทศ

ในทางปฏิบัติ “สันติบาล” คือหน่วยหลักมีบทบาทในการสืบสวนหาข่าวในการเลือกตั้งทั่วประเทศ เกาะติดเลือกตั้ง

ในบางยุคการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเก็บข้อมูลการเลือกตั้งของ “สันติบาล” นำมาสู่การคาดการณ์ผลเลือกตั้งล่วงหน้า หรือที่เรียกว่า “โพลสันติบาล” ซึ่งในแวดวงการเมืองทราบกันดีว่ามีความคลาดเคลื่อนน้อยมาก

ตำรวจสันติบาล นอกและในเครื่องแบบที่กระจายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถเกาะติดหยั่งเสียงคะแนนนิยมระดับรากหญ้าไปถึงผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้ไม่ยาก เมื่อผลรายงานมาที่หน่วยเหนือ ออกเป็นรายงาน ทำให้เห็นแนวโน้มผลการเลือกตั้ง

แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาปฏิเสธว่าโพลสันติบาลไม่มีจริง

การเลือกตั้งครั้งนี้สันติบาลเข้าไปมีบทบาทหลักอีกครั้ง ซึ่งการประเมินด้านการข่าวของสันติบาลก็มีส่วนกำหนดปฏิทินเลือกตั้งนี้!!

รู้จัก “สันติบาล” และผู้นำสันติบาลคนปัจจุบัน

วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 ได้มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่าสมควรจัดวางโครงการกรมตำรวจขึ้นใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “กรมตำรวจภูธร” เป็น “กรมตำรวจ” โดยแบ่งกิจการออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 กองบังคับการ ส่วนที่ 2 ตำรวจนครบาล ส่วนที่ 3 ตำรวจภูธร ส่วนที่ 4 ตำรวจสันติบาล มีหน้าที่เป็นกำลังช่วยเหลือตำรวจนครบาลและตำรวจภูธร

ถือได้ว่ากองตำรวจสันติบาลได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมายกระดับเป็น “กองบัญชาการตำรวจสันติบาล” เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีความสำคัญด้วยบทบาทและภารกิจหลักในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ

อีกทั้งมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการข่าวกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ

หน่วย ประกอบด้วย กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 (บก.ส.1) มีหน้าที่และความรับผิดชอบงานการข่าวการต่อต้านข่าวกรอง งานปฏิบัติการด้านข่าวสาร งานกรรมวิธีข่าวกรอง เกี่ยวข้องกับการหาข่าว ความเคลื่อนไหวเลือกตั้งโดยตรง

บก.ส.2 รับผิดชอบงานข่าวกรองต่างประเทศ ต่อต้านก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

บก.ส.3 รับผิดชอบงานการถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งมีชุดปฏิบัติการพิเศษเสือดำ “Black Tiger” ที่ผ่านการฝึกทักษะทั้งด้านการใช้อาวุธ การต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ

บก.ส.4 รับผิดชอบงานด้านการวิเคราะห์ข่าว และศูนย์พัฒนาการข่าว หรือ ศพข. รับผิดชอบการจัดฝึกอบรม เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรด้านการข่าว ฝึกอบรมการอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่

โฟกัสภารกิจสำคัญ คือ

1. ถวายความปลอดภัย ปกป้องและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด ให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ โดยใช้กรรมวิธีข่าวกรองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

2. ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ”

และ 3. งานอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญของประเทศ สร้างขีดความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะด้านสถาบัน ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อาชญากรรม การก่อการร้าย รวมถึงยาเสพติด

และแสวงหาความร่วมมือในการบูรณาการและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านการข่าวและความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลคนปัจจุบัน ถือเป็นลูกหม้อสันติบาล และได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลปัจจุบันนั่งผู้นำหน่วยข่าวตำรวจในยุคนี้

พล.ต.ท.สราวุฒิประกาศวางกรอบบริหารขับเคลื่อนองค์กรให้สอดรับกับแนวทางนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ชูวิสัยทัศน์ “เป็นเลิศด้านข่าวกรอง ปกป้องสถาบัน”

พล.ต.ท.สราวุฒินั้นหลังจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 40 ก็รับราชการที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาลมาตลอด 31 ปี ตั้งแต่ยศ ร.ต.ต. จนถึง พล.ต.ท. เรียกว่าเป็นลูกหม้อสันติบาลตัวจริง และถูกฝาถูกตัวในยุคนี้

ผบช.ส.ย้ำว่า ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นผู้นำหน่วยได้นำความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาและถ่ายทอดให้กับหน่วยอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ตำรวจสันติบาลมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของตนเพื่อดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้สมกับการเป็น “สันติบาลมืออาชีพ” ให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมข่าวและเป็นที่ไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง

นำองค์กรสู่ปีที่ 87 ขับเคลื่อนองค์กร เพื่อให้ทุกหน่วยในสังกัดมุ่งเน้นจุดหมายในการพัฒนาบุคลากรและกระบวนงานการข่าวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

รู้จักสันติบาลพอสังเขปและจับตาบทบาทของสันติบาลอย่างเกาะติดในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในต้นปี 2562

บทความก่อนหน้านี้ชาวสวนพริกตากโอด ขอรัฐบาลช่วยแก้ราคาดิ่งต่ำ
บทความถัดไปแจกแสนล้าน! อุ้มคนจน มอบเป็นของขวัญปีใหม่ “บิ๊กตู่” โต้ไม่ใช่การเมือง