รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”/วิธีทำ “ดวงแทรก” (ต่อ)

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

วิธีทำ “ดวงแทรก” (ต่อ)

โครงสร้างของดวงเดิมบอกถึงชาตาชีวิตที่จะมีความสุขในบั้นปลายอย่างดี แต่ก็ต้องบากบั่นในตอนต้นของชีวิตอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ผมจะไม่ว่าถึงรายละเอียดละจะมากความไปเปล่าๆ ตกมาถึงดวงจรประจำปีที่อายุย่างเข้า 80 ปี ลัคนาจรไปสถิตราศีมีนอันเป็นภพมรณะของลัคนาเดิม จึงทำให้ชีวิตในปีนั้นไม่บริบูรณ์นัก แม้ภาวะครอบครัวหรือการเงินจะไม่ขัดสน แต่ก็ต้องทุกข์ด้วยเรื่องของสุขภาพที่ต้องไปหาหมอกันบ่อยๆ
ดาวตรีเทพสามดวงก็เดี้ยงหมด เสาร์เป็นประ ราหูได้อริ พฤหัสน์วินาสน์ ดังนั้น ปีนี้จึงเป็นปีที่ต้องรักษาตัวกันเป็นงานหลัก
แต่จุดที่เป็นคุณต่อชีวิตก็ยังมี เช่น มีดาวกลุ่มรุ่งเรือง (๑๔๖) ยังอยู่ในภพและราศีที่ดี ทำให้เจ้าชาตายังมีความเข้มแข็งพอที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ จึงไม่ได้ทำให้เดือดร้อนอะไรมากนัก นี่อ่านจากดวงจรประจำปี
แต่ถ้าเราเอาดวงแทรกเข้ามาอ่านด้วย ก็จะเห็นรายละเอียดขึ้นอีกว่า ดาวอาทิตย์ซึ่งเป็นเจ้าเรือนอริ (โรคภัยไข้เจ็บ) นั้นได้มากุมลัคน์ที่ดวงแทรก แต่ก็เป็นดาวกลุ่มรุ่งเรืองจึงจะไม่ให้โทษหนักอะไร และดาวจันทร์ซึ่งปีนี้เป็นดาวอายุจรตามทักษาก็ตกอริแก่ดวงแทรกเช่นกัน
ยืนยันว่าปีนี้เจ้าชาตาหนี “อริ” ไม่พ้น
แต่ก็ไม่น่าห่วงเพราะดาวพุธเจ้าเรือนศุภะกับดาวศุกร์ตนุลัคน์ดวงแทรกก็ได้เกษตรกุมลัคน์อยู่ จึงยืนยันได้อีกเหมือนกันว่า เจ้าชาตาสามารถยืนยงสู้กับอุปสรรคชีวิตในปีนี้ได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ปีนี้ดาวอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนอริของดวงจรประจำปี แต่มาเป็นเจ้าเรือนลาภะของดวงแทรก และมากุมลัคนาดวงแทรกอยู่ด้วย จึงเท่ากับอริให้ลาภ หมายถึงการได้ทุกข์เสียก่อนแล้วจะได้ลาภต่อมา ซึ่งก็คือผลประโยชน์จากเงินทุนที่มีอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง และค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวอันเนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บนั้น เจ้าชาตาก็ไม่ได้จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะสามีและบุตรทำหน้าที่จ่ายให้ทั้งหมด จะเรียกว่าเป็นลาภก็ได้นะ
นอกจากการทำนายประสานกับดวงจรอย่างที่ว่ามานี่แล้ว แม้ว่าเราจะไม่เอาดวงจรเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เราจะใช้ดวงแทรกนี้ตรวจชาตาในปีนี้กันเลยก็ยังทำได้ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด คือสามารถใช้ดวงแทรกนี้แหละพยากรณ์ดวงชาตาในปีนี้ได้ แต่ผลที่ได้นั้นจะละเอียดน้อยกว่าการดูร่วมกับดวงจรประจำปีเท่านั้นเอง
ที่ผมเสนอดวงแทรกมานี้ ก็เพื่อหวังประโยชน์ที่จะได้กับบรรดาผู้ที่สนใจทั้งหลาย คือจะเป็นประโยชน์ทั้งผู้ที่ขยันและขี้เกียจ ผู้ขยันก็ทำอย่างที่ผมว่า คือตรวจดวงร่วมกับดวงจรประจำปีและดวงเดิมด้วยก็ได้
แต่ผู้ที่ขยันน้อยก็ไม่ต้องทำอะไรมาก เอาดวงวันที่เกิดของปีที่อายุย่างนั้นมาผูกเข้า แล้วก็นำเอาบริวารจรจากทักษามาดูว่าเป็นดาวอะไร สถิตอยู่ที่ไหนในดวงนั้น แล้วก็วางลัคนาตูมลงไป ก็ได้ดวงขึ้นมาดูกันแล้วอย่างง่ายดาย
สำคัญอยู่ที่ ความช่ำชองในการดูดวงของผู้ดูนั้นมีอยู่แค่ไหนกันล่ะ
ถ้ามีมากก็แจ๋ว ดูได้อย่างสบายเลย แม้ว่าดวงแทรกจะไม่ใช่ดวงที่มีรายละเอียดมากนัก แต่ถ้าดูเป็นก็ดูได้ลึกซึ้งพอสมควรทีเดียว แต่ถ้าพื้นฐานอ่อนหน่อย ก็ดูได้อย่างหยาบๆ พอรู้เรื่องรู้เค้าแค่นั้นแหละ แต่ก็ยังมีประโยชน์อยู่นี่นา
จริงไหมล่ะ?

วิธีทำ “ดวงพิเศษ” (ภพ)

ในการทำนายทายทักดวงชาตานี้ มีจุดที่สำคัญอยู่จุดหนึ่งคือ ความเป็นไปของภพต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ซึ่งสิ่งนี้นักพยากรณ์แทบทุกคนจะถูกถามมาแล้วทั้งนั้น เช่น ถามว่า การงานของผมในปีหน้าจะเป็นยังไง หรือ ภาวะครอบครัวปีนี้จะราบรื่นดีไหม หรือ ผมได้ข่าวว่าจะได้เลื่อนขั้นตอนสิ้นปีนี้แหละ จะได้ไหมครับ? อะไรทำนองนี้แหละครับ
ในการทายกันอย่างปกติ เราก็ดูในดวงเดิมของเขานั่นแหละ ดูว่าดาวจรไปยังไงมายังไงกันมั่งแล้วก็ทายไป หรืออย่างมากก็สร้างดวงจรประจำปีขึ้นมาแล้วก็ดู แต่ลืมไปว่าดวงจรประจำปีนั้นเป็นดวงโดยรวม คือรวมทุกเรื่องราวเข้าไว้ในดวงเดียวกัน จึงไม่ใช่ของง่ายที่เราจะตรวจความเป็นไปของภพใดภพหนึ่งโดยเฉพาะ
พูดเช่นนี้ หมายความว่ามีวิธีดูภพใดภพหนึ่งโดยเฉพาะยังงั้นหรือ?
ใช่
มีวิธีการที่ท่านจัดไว้สำหรับการทำดวงพิเศษที่จะใช้ดูเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น
เช่น จะดูเรื่องการงานอาชีพก็มีการทำดวงกัมมะขึ้นมาอ่านโดยเฉพาเรื่องกัมมะ
จะดูเรื่องรายได้ก็ทำดวงกดุมพะขึ้นมาดู จะดูเรื่องเนื้อคู่ก็ใช้ดวงปัตนิ ไม่ว่าอยากจะดูเรื่องราวอะไรก็ทำดวงนั้นขึ้นมาดูได้ ซึ่งวิธีการสร้างดวงพิเศษที่ว่านี้ขึ้นมานั้น เป็นวิธีที่ไม่มีการเปิดเผยกันมาแต่ก่อน จึงแทบจะไม่มีใครรู้ถึงวิธีสร้างดวงแบบนี้ขึ้นมาเลย และถึงจะรู้ทุกคนก็เงียบกันหมด ไม่มีใครกล้าแอะออกมาว่าตัวรู้ เพราะกลัวถูกขอ
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งในประเภทนั้นนั่นแหละ แต่บัดนี้รู้ตัวว่าเป็นไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกทีแล้ว จึงตัดสินใจบันทึกเป็นตัวอักษรเพื่อเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน ถึงจะไม่คิดบอกใครแต่ก็จะได้ไม่หายไปจากโลกนี้เสียทีเดียว
ใครมาค้นพบเข้าก็ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้ คิดอย่างนี้แล้วผมจึงบันทึกเก็บไว้นี่แหละ

วิธีการสร้างดวงพิเศษ (ภพ)

เริ่มด้วยการตั้งภพเสียก่อนว่า ต้องการจะดูภพใดเรื่องใด และภพนั้นมีดาวใดเป็นเจ้าเรือน (ดูจากดวงเดิม)
๑. นำดาวนั้นไปตรวจหาทักษาจรโดยใช้อายุย่าง ตกที่ภูมิใด นำกำลังของดาวภูมินั้นมาบวกกับอายุย่าง ตั้งไว้
๒. ตรวจปฏิทินโหรดูว่า วันเกิดในปีอายุย่างนั้นเป็นวันที่เท่าไหร่ แล้วนำกำลังของดาว (เอาเฉพาะดาว) ในข้อ ๑ มาบวกเป็นจำนวนวันเข้าไปอีก ตกยังวันที่เท่าใดก็นำปฏิทินของวันนั้นมาผูกเป็นดวงจรประจำปีขึ้น แต่ดวงนี้จะเป็นแค่ดวงของภพที่เราต้องการจะดูเท่านั้น
๓. การวางลัคนา นี่ก็เป็นวิธีพิเศษ คือให้นำเอาตัวเลข “อายุย่าง+กำลัง” ของดาวบริวารในข้อ ๑ นั่นแหละ เป็นตัวกำหนด คือตัวเลขนั้นเป็นเลขอะไร ถ้าเกินสิบสองเอาสิบสองลบ เศษเท่าใด ก็วางลัคนาในราศีเลขนั้น
จากวิธีการง่ายๆ แค่นี้ ก็เสร็จสิ้นการผูกดวงพิเศษเพื่อตรวจความเป็นไปของภพนั้นๆ ขึ้นมาได้แล้ว การอ่านก็อ่านไปตามปกตินั่นแหละ แต่ต้องรู้ไว้ด้วยว่า ตนุในดวงพิเศษนี้ไม่ได้หมายถึงเจ้าชาตา
แต่หมายถึงตัวภพที่เราเอามาตรวจนี่แหละ ฉะนั้น ตรงนี้อย่าสับสนหรือจะทำดวงตัวอย่างให้ดูเพื่อความเข้าใจดังนี้

ดวงนี้เป็นดวงเดิมของผู้ที่เกิดวันที่ 12 เมษายน 2502 (อายุนับถึง พฤศจิกายน 2553 เป็นอายุย่าง 52 ปี) ถ้าต้องการตรวจดูภาวะอาชีพการงานในปีอายุย่าง 52 นี้ ก็ต้องดึงเอาดาวพุธ (กัมมะ) มาเป็นตัวกำหนด นับทักษา 52 ปีตกที่ภูมิกลาง ยกลงมาที่ภูมิพฤหัสฯตามกฎทักษา พฤหัสฯ มีกำลัง 19+52 = 71 ตราไว้
จากนั้นตรวจที่ปฏิทินโหรในวันที่ 12 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นปีที่อายุย่างเข้า 52 ปี บวกด้วยกำลังพฤหัสฯ อีก 19 วัน จึงตกวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 นำดวงดาวในวันนั้นมาผูกเป็นดวงชาตาได้ดังนี้
ในข้อ ๑ มีตัวเลขของอายุย่าง+กำลังดาวได้ 71 เอา 12 หาร 71 เหลือเศษ 11วางลัคนาที่ราศี 11 และใช้ดวงนี้อ่านในเรื่องการงานของเจ้าชาตาในปีอายุย่าง 52 นี้
จะเห็นว่าในปีนั้นเจ้าเรือนกัมมะคือ พฤหัสฯ และพฤหัสฯ ได้เกษตรกุมลัคน์ แสดงว่าจะมีผลงานดีและมีความมั่นคง มีดาวพุธกุมพฤหัสฯ อยู่ด้วยจึงแสดงผลว่าในปีนั้นเจ้าชาตาจะมีผู้ให้ความร่วมมืออยู่บ้าง (พุธป็นเจ้าเรือนปัตนิ-นิจ) และการมีมฤตยูกุมอยู่ด้วยอีกดวงหนึ่งก็ทำให้เกิดความผันผวนขึ้นได้เหมือนกัน แต่จะเป็นระยะสั้นๆ
จุดดีอีกอย่างก็คือดาวอังคารกับจันทร์แลกเรือนกันทำให้เกิดสถานะเกษตรในภายหลังขึ้นได้ ซึ่งก็หมายถึงว่าชาตาจะดีขึ้นหลังจากที่มีงานชิ้นใหม่ๆ มาทำ จุดเสียอีกจุดหนึ่งก็คือ ราหูในภพการงานจร เพราะราหูมาจากภพวินาสน์
การเข้ามาอยู่ในเรือนการงานเท่ากับส่งปัญหามาให้เจ้าชาตาได้ปวดหมองบ้าง แต่เนื่องจากเป็นราหูในเรือนพฤหัสฯ “นักเลงในเรือนครู” จึงทำให้ราหูไม่ค่อยแผลงฤทธิ์รุนแรงอะไรนัก เพราะพฤหัสฯ ก็กุมลัคน์อยู่

การอ่านดาวตัวอื่นก็อ่านได้เหมือนดวงปกตินั่นเอง เพียงแต่เราต้องคำนึงถึงว่า ดวงนี้เป็น “ดวงการงาน” ไม่ใช่ดวงของเจ้าชาตา
กดุมพะในดวงนี้ก็คือรายได้ที่เกิดจากการงาน
อริในดวงนี้ก็คืออุปสรรคในการงาน
ปัตนิในดวงนี้คือหุ้นส่วนผู้ร่วมงานหรือเป็นคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามก็ได้ ลาภะในดวงนี้คือผลที่การงานผลิตออกมา มรณะของดวงนี้ก็คือการล่มสลายหรือการลงทุนเพื่องานซึ่งจากดวงตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ในปีนี้ไม่ควรที่จะลงทุนใหญ่ในกิจการงานเลย (เพราะดาวมรณะลอยอยู่ในภพนำร่องของดวงงาน) ฯลฯ
นอกจากจะทำดวงการงานอย่างนี้แล้ว เรายังสามารถที่จะทำดวงพิเศษในกรณีอื่นได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้ทำมีความเข้าใจในเรื่องนี้เพียงพอหรือไม่ ถ้ามีความเข้าใจพอแล้วก็จะทำได้ทุกเรื่อง และการอ่านก็อ่านในแบบตัวอย่างที่ได้อ่านให้ดูแล้วนี่แหละ เพียงแต่เปลี่ยนตัวเรื่องเสียเท่านั้นเอง
ขอจบวิธีการสร้างดวงพิเศษ (ภพ) ไว้เพียงแค่นี้ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 31 ส.ค. – 6 ก.ย. 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว” / ข้าวคลุกกะปิ