แม่หวาน ละมุนมัม : จ่ายเท่าที่หัวใจคุณรู้สึก

แม่หวาน ละมุนมัม

ร้านอาหารอินเดียในเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ไม่ใช่อาหารราคาถูก

แต่เป็นอาหารที่มีระดับ มีราคาที่สูงพอควร โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในโลเกชั่นที่สวยงามเช่นริมแม่น้ำสวอนใจกลางเมืองที่มีหอระฆังสวอนเบล แหล่งท่องเที่ยวที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างแสวงหาบรรยากาศเพื่อโพสท่าสวยๆ ในรูปถ่ายแต่ละใบ

วันแรกในเพิร์ธอาหารเที่ยงมื้อแรกของฉันจึงอยากจะนั่งชิลชมนกนางนวลบินเวียนโฉบไปมาอย่างรื่นเริงใจกับอากาศที่เย็นสบายภายใต้ท้องฟ้าสีคราม

ข้อมูล หรือภาพประกอบที่ฉันค้นหามานั้นก็พิสูจน์ได้ว่าร้านอาหารที่ชื่อ อันนาลักษมี Annalakshmi เป็นร้านที่ขายอาหารอินเดียแนวมังสวิรัติ ร้านอยู่ชั้นสองริมแม่น้ำสวอน

หลังจากฝ่าสายฝนที่โปรยปรายทั่วฟ้ามาจนถึงหน้าร้านฉันก็ยังปลื้มปริ่ม เพิ่มจริตจะก้าน ว่าได้มานั่งรับประทานอาหารไฮโซสุดคุ้ม

ไม่เสียแรงที่ค้นหา ดั้นด้นมาจนถึงจุดหมาย

ชั้นสองด้านหน้าทางเข้าร้านเหมือนมีมนต์ขลัง เหมือนมีพลังบางอย่างที่ดึงดูดฉัน ให้ฉันเกิดปีติและคุ้นเคย

เมื่อมือหนึ่งเอื้อมไปผลักประตูเปิดกว้างออกก็เห็นภายในที่โอ่อ่า แต่ก็ให้วิตกกังวลเล็กน้อยกับภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ฉันต้องย้อนคิดถึงภาพยนตร์เรื่องบาร์บี้ที่เคยดูกับลูกสาวเกี่ยวกับวันคริสต์มาสอีฟถึงตอนที่บาร์บี้ต้องออกไปทำประโยชน์ช่วยเหลือแจกจ่ายอาหารให้คนยากไร้ หรือโฮมเลส คนไร้บ้านที่ต้องเร่ร่อนค่ำไหนนอนนั่นไปวันๆ ขึ้นมา

เฉลียงหน้าร้านยาวเกือบสิบเมตรมีประตูทางเข้าสองทาง แต่ฉันเลือกเปิดเข้าทางด้านหลังของร้าน

ส่วนทางเข้าด้านหน้าที่มีการจัดวางเรียงอาหารบุฟเฟ่ต์ไว้นั้นฉันมองไม่เห็นจนกว่าจะได้เปิดประตูเข้ามายังสถานที่ที่ปูพรมแดงอย่างโอ่อ่า

ผู้หญิงวัยกลางคนผิวสีสองสามคนหน้าตาไม่ค่อยเหมือนคนอินเดียมากนักยืนคอยตักอาหารแจกเหมือนในเรื่องบาร์บี้ไม่มีผิดเพี้ยน เว้นเสียแต่นี่คือเรื่องจริงตรงหน้าฉันที่ไม่ได้มีใครสวยงาม ดูดีดังในภาพยนตร์ เธอวุ่นวายกับการแจกถาดอาหาร และคอยตักอาหารให้ผู้คนที่เข้าแถวมารับอาหาร

โอ้…เหมือนโรงทานยังไงยังงั้น

 

ฉันชอบไปวัดไปทำบุญบ่อยครั้ง และทุกครั้งก็ได้รับประทานอาหารจากโรงทานหรือไม่ก็ตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารเสียเองบ้าง แต่ครั้งนี้ฉันไม่ชินเพราะตรงหน้าฉันคือคนไร้บ้านที่แลดูสกปรก เสื้อผ้าขาดวิ่น นั่งอยู่เป็นจุดๆ พวกเขาปรายสายตามามองฉันอย่างไม่แยแส แล้วก็ขะมักเขม้นกินอาหารที่กองอย่างกับภูเขาตรงหน้าต่ออย่างมีความสุข

ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนคนไทยที่มาด้วยกัน หน้าตาเพื่อนดูตื่นตกใจแล้วพยักหน้าชวนฉันเดินออกจากร้าน อืม…เอาไงดี…ด้วยความอยากรู้ อยากเข้าใจ ฉันจึงลองเดินไปถามคนผิวสีที่ยืนตักอาหารถึงระบบการจ่ายเงิน แต่…เมื่อเดินไปถึงเขากลับยัดเยียดถาดอาหารมาให้ฉันแล้วก็พยายามตักข้าวใส่จานฉัน ฉันจึงถามไปว่า

–ต้องจ่ายเงินอย่างไรคะ?

เขามองหน้าฉันงงๆ หลายคนก็มองหน้าฉันนิ่ง เอาล่ะสิ ฉันพูดอะไรผิดหรือนี่ ระหว่างที่ฉันเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีก็มีหญิงชราร่างผอมค่อยๆ เดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า

–จ่ายเท่าที่ใจคุณต้องการค่ะ จะหนึ่งหรือสองออสเตรเลียดอลลาร์ก็ได้ค่ะ

ฉันฟังด้วยความประหลาดใจ สถานที่สวยๆ แพงๆ เช่นนี้กับอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพร่างกายของมนุษย์ ที่ดูดีน่ารับประทานทุกอย่าง เช่น กลูเตนฟรี ไม่ใส่ถั่วลิสงลงในอาหารเพราะอาจทำให้ผู้รับประทานแพ้ได้ และแน่นอนทุกอย่างปราศจากเนื้อสัตว์

ฉันหันหลังกลับไปมองผู้คนที่ต่างแยกกันนั่งรับประทานแบบเงียบๆ ดูสงบ ดูผ่อนคลายอีกครั้ง

เขาเหล่านั้นนั่งอยู่คนเดียว มาคนเดียว หรือมาเป็นคู่แต่ไม่ได้มาเป็นกลุ่ม ไม่ได้มาแบบโวยวาย

เขามากันเงียบๆ แบบสำนึกในคุณค่าของอาหาร เขาเหล่านั้นไม่ได้ดูเหงาหงอยหรือโดดเดี่ยวแต่อย่างใด กลับกันดูพวกเขามีใจที่เป็นสุข ดูสุขสงบจนน่าอิจฉา

นี่อะไรกัน!

เขาไม่มีนาฬิกา กระเป๋าหรือเสื้อผ้ามียี่ห้อ ไม่มีเพชรพลอยประดับประดา พวกเขาเรียบง่าย เนื้อตัวอาจจะส่งกลิ่นบ้างแต่เขารับประทานกันอย่างสงบเงียบมีมารยาทมากกว่าคนร่ำรวยที่ชอบโชว์บนโต๊ะอาหารเป็นไหนๆ

ฉันอยากนั่งร่วมห้องกับเขา

ฉันอยากมีมื้ออาหารที่วิเศษเช่นนี้กับพวกเขาอย่างที่ใจเรียกร้องให้ลองชิมลิ้มรสอาหารที่คุณยายยืนถือแป้งแพนเค้กคอยใส่จานอยู่

ฉันยิ้มถือถาดรับอาหารอย่างว่าง่าย

–อร่อยนะ อร่อยจริงๆ เห็นเธอยืนลังเลยังแปลกใจ

 

คุณยายหัวเราะยิ้มหวานอย่างภาคภูมิใจกับอาหารของตัวเอง แล้วยังแนะนำอาหารในถาดถัดไปให้ฉัน ดูเธอใจเย็นสงบและเรียบง่าย เธออธิบายอย่างใจเย็นและน่ารักจนจานฉันเต็มไปด้วยอาหาร

–อาหารของเรา เป็นสูตรโบราณเหมาะกับท่านที่รับประทานมังสวิรัติ ของหวานของเราในวันนี้เป็นถั่วเขียวต้มใส่ขิงนะคะ เธอต้องชิมให้ได้นะ

คุณยายมองไปอีกทางของห้องพร้อมหันหน้าไปทางเครื่องดื่มและของหวานที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะสีขาว ฉันมองตามเห็นชายคนไร้บ้านคนหนึ่งยกถ้วยเล็กๆ ไปเกือบสี่ถ้วย ว้าว…คงจะอร่อยมากเลยนะ หรือเขาแค่หิว?

–นี่ข้าวบาสมาตินะ เป็นข้าวขาว เม็ดยาว เบาร่วนซุย นี่คือข้าวของชาวมังสวิรัติ แล้วนี่คือ Pulau Rice เป็นการนำเอาข้าวบาสมาติมาปรุงด้วยสมุนไพรเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม วันนี้เติมข้าวโพดลงไปด้วยทำให้ดูมีสีสันสวยงาม

ฉันเห็นด้วยและฉันก็เลือกข้าวปรุงรสถาดนี้มาใส่จานฉัน พร้อมตักแกงราซัม Rasam ซึ่งมองดูคล้ายกับแกงส้มมากกว่า

แต่คุณยายบอกว่านี่คือแกงเครื่องเทศใส่ขมิ้น เม็ดผักชี และถั่ว ฉันราดไปบนข้าวซึ่งทำให้ข้าวนุ่มนิ่มรับประทานได้ง่ายขึ้น

ฉันตักแกงมาซาลามัน (Potato Masala) มาใส่ข้างจาน พร้อมผักสลัดที่เป็นกะหล่ำปลีหั่นฝอยมาไว้ในจานอีกหน่อยเป็นอันเสร็จสรรพ

ฉันยิ้มขอบคุณคุณยาย ก่อนยิ้มให้ทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ด้านหลัง เขาเหล่านั้นมาทำงานด้วยใจ การทำงานด้วยใจทำให้ครัวสะอาด พื้นสะอาด การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่าย

ฉันประทับใจที่สุดเมื่ออาสาสมัครเหล่านั้นหยุดงานแล้วตักอาหารมานั่งร่วมโต๊ะกับฉัน บางคนเข้ามารับประทานแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้แค่คำว่าขอบคุณ

บางคนจ่ายมากกว่าที่รับประทาน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าหัวใจคุณรู้สึกเช่นไร

สิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ใจฉันอิ่มเอิบใจมาก ขอบคุณวันดีๆ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฉันในเพิร์ธ ออสเตรเลีย

บทความก่อนหน้านี้หมูป่า ‘อดุลย์’ เด็กชายไร้สัญชาติ ภูมิใจในชาติพันธุ์-เป็นคนไทย ยื่นขอสัญชาติกรณีพิเศษ!(คลิป)
บทความถัดไปสนช.ผ่านกม.โอน 1.2 หมื่นล้าน ไปเป็นงบกลาง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์20ปี