กาละแมร์ พัชรศรี : ไปให้สุดและจะเจอจุดพอดี

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

คนเราจะเจอจุดพอดี จุดสมดุลของแต่ละคน จุดที่รู้สึกสบายที่ไม่เหมือนกัน แต่นั่นหมายความว่า เราต้องค้นพบมันด้วยตัวของเราเอง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และความรัก

ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

ไม่มากไป ไม่น้อยเกินไป

หาจุดสมดุลให้เจอ นี่มันงานอาร์ตชัดๆ เพราะมันไม่มีสูตรตายตัว ไม่มีคู่มือมาบอกว่าต้องทำแบบไหน แค่ไหน เพราะชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน เจอเรื่องราวแต่ละอย่างมาไม่เท่ากัน ชีวิตสิ่งแวดล้อมก็ต่างกัน เราต้องลองลงมือทำด้วยตัวเราเอง

ฉันเป็นคนหนึ่งที่ทำอะไรชอบทำให้สุด!

สุด คือ ทำให้เต็มที่ ทำๆๆๆ ไปไม่หยุด ถ้าไม่สุดที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะอยากรู้ว่า เราทำได้ขนาดไหน ฉันทำอย่างนี้ในทุกเรื่อง บางเรื่องเวิร์ก บางเรื่องไม่ บางเรื่องได้เรียนรู้เพื่อเติบโต และหาจุดสมดุลให้ตัวเอง

ไม่เจ็บ ไม่จบ…

บางทีก็ซาดิสต์เล็กๆ นะคนเรา ต้องเจ็บถึงรู้ตัวว่าอันนี้เยอะเกินไปไม่ไหวแล้ว

 

อย่างเรื่อง “ความรัก” ถ้ารักใครก็เต็มที่ละค่ะ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุ่มเวลา จิตใจ การเอาใจใส่ ซึ่งบางทีก็มากกว่าที่จะเอาใจใส่ตัวเอง คาดหวังเยอะ ให้เขาเป็นอย่างใจเรา สุดท้ายคนทุกข์ใจคือเราเอง

เรื่องแบบนี้ต้องเจอเอง พอคราวนี้เราได้เรียนรู้แล้วว่าอะไรคือมากไป อะไรคือน้อยไป และอะไรที่ไม่ใช่ก็ต้องปล่อยไป

ตอนจะทำร่างใหม่ คือหันมาดูแลตัวเองกินอาหารดี ออกกำลังกาย ก็สุดๆ ไปเลยค่ะ

เพราะเราเป็นคนใจสู้ ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว ถ้ายังไม่ไปถึงเป้าหมาย เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ลงมือทำ

จะเลิกงานดึก แต่ตื่นเช้านัดออกกำลังกายไว้ก็ต้องทำ กินอาหารแทบจะเป๊ะทุกวัน ทำไปกินเองบ้าง งดขนมที่เคยชอบ มีวินัยกับตัวเองสุดๆ เราอยากรู้ว่าถ้าสุด มันจะไปหยุดที่ตรงไหน

พอมันสุดตรงที่ผอมมากเกินไป ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ 47 ก.ก. รู้ตัวเลยว่าผอมมาก ใครๆ ก็ทัก พอเราเสร็จภารกิจถ่ายแบบโชว์ร่างเสร็จ เรารู้เลยว่าเราต้องหาความพอดีให้ตัวเอง

เลยปล่อยความตึงมากขึ้น ตอนนี้น้ำหนักมาอยู่ที่ 53 ก.ก. สำหรับฉันก็กำลังดี อยู่ที่ 52-53 ก.ก. ใบหน้าก็จะไม่ตอบเกินไป

ซึ่งของแบบนี้เราต้องหาจุดพอดีของตัวเองให้เจอ ชอบแบบไหนก็เอาแบบนั้น

 

เรื่องงานไม่ต้องพูดถึง สุดดดดดดมาก เรื่องเหนื่อยเราไม่กลัว อะไรที่ยังไม่ดี เราต้องทำให้ดีขึ้น อะไรที่ทำไม่ได้ จะลองทำดู ปรับปรุง พัฒนา เรียนรู้อยู่เสมอ

แต่ก็อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ความจริงจังที่เวลาคนเราทุ่มเทให้กับงาน มันจะมาพร้อมกับความตึงเครียดแบบไม่รู้ตัว

ฉันเวลาจะลงมือทำอะไรก็จะจดจ่อกับสิ่งนั้นแบบที่เรียกว่า ลมหายใจเข้าออก ก่อนหลับก็คิด ตอนตื่นมาก็คิด เป็นอยู่อย่างนั้นวนไปเรื่อยๆ

คนเราเวลาเครียดอาการจะออกไม่เหมือนกัน ของฉันร่างกายจะมีปฏิกิริยาขึ้นมา นั่นคือมีผื่นขึ้นตามตัว หรืออย่างถ้านอนน้อยก็จะเป็น เราจะเริ่มรู้ตัวเองละว่า มีสัญญาณมาเตือน มีความไม่ปรกติกับร่างกายละ เราก็มาสังเกตสิ่งที่เราเป็น เราทำ และจัดการให้มันสมดุลขึ้น

ถึงเวลาที่ต้องหันมาคุยกับตัวเอง ว่าเราจะเอาอย่างไรกันแน่ เรามีความสุขกับอะไร และตรงไหน ชีวิตเราต้องการอะไร อะไรคือความสนุกของชีวิต

หาวิธีการจัดการ จัดสรรเวลาชีวิตใหม่ ปรับให้มันพอดีๆ เพราะเรารู้เลยว่า ร่างกายเขาเตือนแล้ว เราต้องฟังเสียงเขาและไม่ฝืนอีกต่อไป

เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันไหนเขาจะไม่แค่เตือน

เมื่อไปสุดแล้ว รู้แล้วว่ามันคืออะไร ก็ต้องกลับมาคุยกับตัวเองให้รู้เรื่องว่า “จุดสบาย” ของเรามันอยู่ตรงไหน ฟังมัน แล้วทำตามนั้น…

ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

มีเราเท่านั้นที่จะต้องลงมือทำเรื่องนี้ด้วยตัวของเราเอง…

บทความก่อนหน้านี้อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : สัญญาณจากเนปิดอว์
บทความถัดไปการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ นั่นคือสิ่งที่ฉันสอนให้…