แม่หวาน ละมุนมัม : ภาพหมู่หน้าน้ำตกอากากา

แม่หวาน ละมุนมัม

สายลมเย็นของเดือนเมษายนปี 2561 ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

สายฝนหลงฤดูพร้อมพายุลูกน้อยทำให้ต้นยอป่าที่สวนธรรมล้มโค่นลงอย่างน่าเสียดาย

ต้นหิรัญญิการ์พร้อมดอกสีขาวอ่อนหวานก็ล้มลงไปพร้อมกันแม้ไม่ใช่โอเฮียกับเลฮัว แต่ยอป่ากับหิรัญญิการ์ก็ทำให้ฉันหลงใหลได้ปลื้มจนโศกเศร้าไปกับความพินาศตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ

เมื่อครั้งฉันอยู่กับเทพเปเล่บนปากปล่องภูเขาไฟก็ยังจำคำของซาโตชิได้ว่า คนที่ชอบโกหกหรือคิดลบเมื่อมาคารวะหรือมาเยี่ยมถึงปากปล่องก็จะได้แต่พลังทำลายล้างกลับไป

ในทางตรงกันข้ามคนที่ซื่อสัตย์คิดบวกคิดดีไม่ทำร้ายใครก็จะได้รับพลังบวกเพิ่มจากเทพเปเล่อีกหลายเท่าตัว

ฉันรู้สึกว่าวันนั้น ครั้งนั้นฉันได้พลังมาเต็มเปี่ยม เป็นพลังในการใช้ต่อสู้ชีวิตเพื่อช่วยเหลือดูแลผู้คน และอนุรักษ์ธรรมชาติในบ้านเกิดของตนอย่างสงบสุข

เช่นนั้นแล้วต้นไม้ที่ถอนรากถอนโคนในบ้านเรา เราก็ปลูกขึ้นมาดูแลใหม่ได้เช่นกัน

สีเขียวอ่อนของยอดมะขามปกคลุมพื้นที่สวนธรรมอย่างอบอุ่นและร่มเย็น

ผีเสื้อแสนสวยเริ่มบินเวียนว่อน

ดอกลำพูในบึงน้ำหน้าบ้านเริ่มเบ่งบาน

 

–ไปหาดทรายสีดำกัน พวกเราไปดูคนเปลื้องผ้าอาบแดดกันดีกว่า

ฮิเดมิสึคาดหวังจะไปดูรูปทรงของมนุษย์ในชุดวันเกิด ประเทศญี่ปุ่นเองก็ใส่ชุดวันเกิดกันเข้าเซนโตหรือโรงอาบน้ำสาธารณะกันไม่น่าจะตื่นเต้นดีใจกันขนาดนี้เลย

–มึงก็ต้องแก้ผ้าด้วยนะ

ฮามาโนะตะโกนใส่ฮิเดมิสึอย่างน่าขัน ต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนานและหยุดกึกเมื่อเห็นหน้าฉัน

ก็แค่หาดทรายสีดำที่แปลกตา และลมที่พัดแรงจนตัวแทบจะล้มก็ไม่ได้มีอะไรน่าชื่นตาชื่นใจสำหรับฉันนอกเสียจากว่าถ้าอยากเปลื้องผ้าก็สามารถทำได้เพราะมีเพื่อนฝูงเปลือยเปล่ากันอยู่หลายคน

เราเคลื่อนขบวนกันอีกรอบเพื่อไปยังจุดท่องเที่ยวที่ซาโตชิอัดไว้เต็มแน่น นั่นคือ Akaka Falls State Park เป็นน้ำตกสุดตระการตาบนเกาะฮาวาย ทั้งเรายังได้สนุกสนานกับการเดินชื่นชมพืชพันธุ์ไม้ป่าในป่าฝนอันสวยงามที่ไม่ได้ถูกจัดการอย่างเนี้ยบเหมือนประเทศญี่ปุ่น บางครั้งหนทางเท้ายังมีน้ำขัง มีต้นไม้ล้มโค่นให้หวาดเสียวอยู่หลายช่วงทางเดิน

ระหว่างที่ฉันยืนมึนๆ เซ่ออยู่ว่าจะข้ามน้ำที่ท่วมทางเดินที่ยาวหลายสิบเมตรนี้เช่นไร?

ฮามาโนะก็ออกไอเดียว่า

–ถอดรองเท้า ถุงเท้ามาเลย

เพื่อนทุกคนนอกจากฉันต่างลากแตะกันมาจึงง่ายต่อการเดินลุยหรือถอดรองเท้ามาหิ้ว ส่วนคนเลือดกรุ๊ปเอเช่นฉันนั้นยากยิ่งนักที่จะเดินลุยไปด้วยถุงเท้ารองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตาที่ซักใส่ดูแลมาอย่างดี ซาโตชิจึงเดินย้อนกลับมาหาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบแล้วบอกฉันว่า

–มะ มาขี่หลังฉัน เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเอง

เขามองหน้าฉันยาวนาน ฉันก็ยังดื้อดึงไม่ชิน เขิน ไม่กล้า และก็ไม่อยากลุยน้ำด้วยเอาไงดี?

–สุยดาจะรีรออะไร เขาเสนอตัวขนาดนี้แล้วนะ เป็นฉันกระโดดขี่หลังไปแล้ว เออ…แล้วทำไมฮิเดมิสึต้องคอยดู คอยสังเกตการณ์ตลอดเช่นนี้ด้วยนะ ฉันคิดอย่างเบื่อหน่ายก่อนโน้มตัวลงไปบนหลังของซาโตชิ

เขาโน้มตัวต่ำมือไพล่มาด้านหลัง เพื่อกระชับขาและลำตัวของฉันให้แนบแผ่นหลังเขา ฉันรู้สึกอบอุ่นสบายและสนุกมากแทนความเขินอายทันที เสื้อเชิ้ตแขนยาวที่เขาถอดมามัดไว้กับเอวห้อยซึมน้ำด้านล่างจนเปียกชื้น

แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ มุ่งมั่นนำพาฉันไปจนถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและนุ่มนวล

 

–ดีใช่ไหมละเธอ?

เออ…ฮิเดมิสึยังไม่ยอมหยุดเสียที อะไรของเขานะ

–จะบอกให้ ซาโตชิไม่เคยทำแบบนี้กับใคร เธอคือคนพิเศษนะ นี่ฉันเป็นเพื่อนเขามาตั้งนานเขายังไม่เคยช่วย ใส่ใจฉันขนาดนี้เลย เบื่อ!

ฮิเดมิสึเปรยขึ้นมาอย่างสะบัดสะบิ้ง บางครั้งเขาก็มักแสดงอาการเหมือนเพื่อนสาวเข้าไปทุกที แต่ความจริงใจที่มีให้กันก็ไม่สามารถมาลบล้างทำลายความเป็นเพื่อนด้วยเรื่องแค่นี้

–ซาโตชิบอกว่าเธองอนเขาเหรอ เขาเครียดมากนะที่เธอจะไปค้างที่อื่นน่ะ

ฮิเดมิสึเริ่มพูดคุยกับฉันมากขึ้นด้วยเรื่องของฉันกับซาโตชิที่ค้างคาใจเขา

–ก็นิดหน่อย

ฉันไม่ใช่คนอ้อมค้อม ไม่รับความจริงก็ในเมื่อเขาชวนฉันมาเที่ยวแต่กลับแสดงอาการกิเลสนำแบบตำนานเกนจิร่วมกันไปหมดแบบนี้ได้อย่างไร?

ฉันอาจจะหัวเก่ารับยากในเรื่องเสื่อมเสีย

แต่ก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเข้าใจกิเลสของมนุษย์ไปพร้อมกับการถูกดูแลเอาใจใส่และความเป็นสุภาพบุรุษของซาโตชิ

 

เราเดินชมป่าฝนที่ชื้นฉ่ำปนไปกับเสียงร้องของขุนเขาและนกป่าด้วยความเพลิดเพลินและผ่อนคลายกับอากาศเย็นที่สามารถสูดเข้าปอดได้อย่างเต็มที่ ความสดชื่นบังเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ฉันเป็นคนที่ถ้าปวดท้อง เหนื่อย เครียด หรือป่วยก็แค่มานั่งริมน้ำตกกลางป่าเพียงไม่กี่นาทีก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง

ฉันจึงติดนิสัยนี้มาตั้งแต่อยู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จนถึงปัจจุบัน ฉันว่าออกซิเจนจากธรรมชาติได้ช่วยให้ระบบการหายใจหมุนเวียนดีขึ้น เลือดลมต่างก็ไหลเวียนคล่องทำให้ลดอาการหลากหลายได้อย่างน่าใจหาย แน่นอนดีกว่ายาจากโรงพยาบาลหลายร้อยเท่านัก

สักพักเราก็ถึงน้ำตกอากากา (Akaka) ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสูง 135 เมตรและโด่งดังที่สุดของเกาะ

ความรื่นรมย์กับความงามของธรรมชาติรอบตัวบังเกิดขึ้นในใจของทุกคนและก่อตัวขึ้นเงียบๆ หลายครั้ง หลายโมเมนต์พวกเราอยากเก็บภาพนั้นไว้ในความทรงจำให้ดีที่สุด ไม่อยากให้เลือนหายไปไหน

–มายืนกันตรงนี้เร็ว!

รีเอะรีบยื่นกล้องถ่ายรูปให้หนุ่มฮาวายลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เดินมาสองคน คนหนึ่งพยายามจัดท่าทางให้พวกเราเพื่อให้น้ำตกเข้ามาอยู่ในเฟรมแบบสวยๆ ส่วนอีกคนพยายามกดชัตเตอร์ให้ได้โมเมนต์ที่ดีที่สุด

–เราทั้งห้าจะเป็นเพื่อนรักกัน และจะเป็นเช่นนี้ไปจนตาย

รีเอะและฮิเดมิสึพูดพร้อมหัวเราะขึ้นมา ช่างเป็นบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบมาก

–สุยดามานี่ มายืนตรงนี้ข้างหน้านี่!

เอ๊ะ ทำไม? ฉันเดินลงมายืนด้านหน้าอย่างงงๆ เพราะด้วยความงอนของฉันกับซาโตชิเราจึงแยกกันถ่ายรูปตลอดเวลา และบุคคลที่ถ่ายรูปคู่กับฉันมากที่สุดคือเพื่อนสาวนามฮิเดมิสึนั่นเอง

–นี่! อย่าให้ใครเข้าใจผิดว่าฉันเป็นแฟนเธอนะ

เขาพูดกระแทกกระทั้นพร้อมหัวเราะเบาๆ จนฉันเองก็แอบขำไปด้วย ภาพถ่ายของพวกเราหน้าน้ำตกอากากานั้นช่างมีความหมายยิ่งนัก

–เธอต้องมาอยู่คู่กับฉัน ภาพนี้เราจะเก็บเอาไว้ในใจตลอดไป

ซาโตชิพูดเบาๆ พร้อมน้อมกายเข้ามาเบียดแนบชิดฉัน