เรื่องสั้น | วันหนึ่งของเธอ

วันหนึ่งของเธอ (1)

เบื้องหน้าห่างออกไป ซอมบี้ร่างป้อมตนนั้นหยุดชะงักกลางถนน ใต้แดดจ้าทารุณสาดส่องลงมา เขาเหยียดแขนซ้ายไปทางหนึ่ง มืออีกข้างยังยึดสายกระเป๋าสะพายไหล่ไม่เปลี่ยน ตัวแข็งเกร็ง นิ่งในท่านั้นราวงุนงงสุดประมาณ แล้วสั่นตัวทันทีทันใด เรือนร่างตันๆ ในชุดขะมุกขะมอมเหลียวไปทางโน้นทางนี้ พร้อมกับเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยอย่างลังเล ซึ่งเหมือนกับซอมบี้ทั่วไป พวกเขาสับสนง่ายเสมอ ไม่ค่อยรู้ตัวว่าทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนเวลาใด ซ้ำวนกับการพบตัวเองทำสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่โดยไม่รู้ความหมาย อย่างเช่น ซอมบี้สวมแว่นทรงกลมบนขอบฟุตปาธฝั่งซ้ายห่างจากเธอไปสักสิบก้าว เขาไม่ยอมขยับเคลื่อนกายท่ามกลางละอองฝุ่นของเดือนมิถุนายน เอาแต่เคี้ยวลิ้นหรืออะไรอย่างหนึ่งในปาก เคี้ยวหยับๆ อย่างเมามัน ใยยางสีแดงเข้มย้อยแกว่งไกวติดมุมปาก ไม่ใส่ใจว่าเธอกำลังย่ำบนเส้นขาวกลางถนนผ่านหน้า

ตอนนี้ทุกที่มีแต่ซอมบี้ และเธอก็เป็นหนึ่งในพวกนั้น โซ่ชีวิตขาดสะบั้น ตัวตนเดิมถูกถอนรากถอนโคนออกไป หากมีบางเวลาที่เธอยังพอจัดระบบความคิดได้บ้าง เพราะใช่ว่าสติปัญญาของซอมบี้ถูกบ่อนทำลายเท่ากันหมด การชำรุดสูญหายกินลึกหลายระดับ แตกต่างกันไปแต่ละราย อาจมีอะไรเล็กน้อยคงเหลือตกค้างอยู่ในซอกมุมสมอง อะไรเล็กน้อยที่มากไปกว่าสัญชาตญาณและวิถีแห่งความอยู่รอด ส่วนความประณีตซับซ้อนของชีวิตที่เคยมีนั้นอวสานหมดแล้ว ความทรงจำก็ยับเยินเสียจนไม่เหลืออะไรแม้กระทั่งชื่อหรือพื้นเพชีวิตก่อนหน้า ความรู้สึกและอารมณ์ไหลรี่ออกจากร่างกาย เหลือเพียงก้นบึ้งอันแห้งผาก แล้วทุกชีวิตก็ขับเคลื่อนไปตามเส้นทางอันแห้งผากที่ว่า ด้วยวงจรความนึกคิดติดๆ ดับๆ ย้ำคิดย้ำทำในสภาพกึ่งซาก

ซอมบี้ร่างป้อมตันยังนิ่งอยู่กับที่ สั่นหัวไปมาเหมือนกำลังเค้นนึกอย่างไร้ผล เธอผ่อนฝีก้าวและหยุดตามอีกฝ่าย อาการตีบตันของเขาดูจะแพร่มาสู่ตัวเธอ พอชะงักเท้าเธอก็เริ่มมึนงงไม่แน่ใจ คล้ายจะตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เธอสงสัยกับสิ่งรอบตัว ส่วนประกอบของมันดูยุ่งเหยิง กระจัดกระจายและไม่เป็นอะไรเลย ตึก อาคาร ป้ายโฆษณา ซากรถยนต์ กลุ่มเมฆก่อตัวทะมึนเหนือหัว ความหมายของสิ่งที่อยู่ในคลองตาและโสตสัมผัสเขยิบร่นออกไป ทั้งหมดแตกต่างก็แต่เพียงรูปร่างของมันเท่านั้น ทว่าไร้แก่นสารและไม่สื่อถึงสิ่งใดเลย อะไรต่ออะไรหลอมรวมกันเป็นแค่บรรยากาศทึมๆ แปลกตา ว่างโหวงอย่างชวนอึดอัดเสียจนเธอชักหวั่นว่า ตัวเธอจะกลืนหายไปกับมัน

“มีนาคม เป็น ฉันเป็น มีนา มีนา มีนาคม ไม่เป็น มีนาคม” เสียงก้องกระทบโสตซ้ำซาก แล้วเธอก็สำเหนียกว่า มันดังจากจิตใจของเธอเอง

“มีนา เป็น ไม่เป็น คม มีนา มีนาคม ไม่เป็น เป็น มีนา มีนาคม ไม่เป็น” ดูเหมือนจิตใจเธอจะพร่ำพูดเช่นนั้น “ฉันเป็นอะไร อะไร อะไร มีนาคม คม อะไร” เธอถามตัวเอง จากนั้นความคิดก็เงียบลงราวกับทั้งหมดถึงจุดอิ่มตัวของมัน เบ้าตาว่างเปล่ากลับมาเต็ม สิ่งต่างๆ ที่กระจัดกระจายเริ่มคืนรูปทรงและสัดส่วน เธอรู้สึกค่อยยังชั่วขึ้น แต่ก็เป็นการฟื้นตื่นอันอ้างว้าง เมืองดูนิ่งเงียบและหดหู่ ทั้งที่จุดที่เธอยืนอยู่คือซิตี้เซ็นเตอร์ ย่านร้านค้าหรูที่เคยพลุกพล่านจอแจใกล้แม่น้ำ

เธอมองหาซอมบี้ร่างป้อมเมื่อสักครู่ แต่ไม่เห็นเงา เธอสั่นหน้า หายใจลึกและได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวกระชั้นใกล้ ซอมบี้สวมแว่นทรงกลมก้าวช้าๆ พาร่างอมฝุ่นตรงมาพร้อมกับครางเสียงเครือต่ำในคอ ท่าทางคุกคามไม่เข้าที ทำให้เธอต้องเตรียมตั้งหลัก จ้องเขม็งและคำรามเสียงขู่เตือน แต่ฝ่ายหลังไร้สะทกสะท้านเยี่ยงสัตว์มึนตึง กรายย่างเข้ามาโดยไม่ได้มุ่งหมายที่ตัวเธอ หากลากเท้าตัดทแยงเฉียดสีข้างเธอข้ามไปอีกฟากถนน เข้าสู่แนวตึกและอาคารรูปทรงแปลกๆ เรียงรายหันหลังให้แม่น้ำที่ทอดลำเห็นเป็นแถบสีเทา

ตรงหลั่นบันไดหน้าตึกอันวาวไปด้วยกระจก มีซอมบี้นั่งอยู่ประปราย ต่างก้มมองไม่กระดุกกระดิกราวกับถูกดูดให้สายตาติดแน่นกับอะไรล่องหนบนฝ่ามือด้วยความกระหายและสนเท่ห์ ถัดขึ้นไป ดูเหมือนมีการเคลื่อนไหวบนลานด้านหน้า การเคลื่อนไหวที่เร้าความสนใจของเธอ แต่เธอไม่มั่นใจว่าขึ้นไปสำรวจดีหรือไม่ เธอไม่อาจวางใจความคิดตัวเองได้อย่างเต็มขั้น และนี่เองที่ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่รอด ความคิดที่วาบเข้ามามักผันแปรและมันก็ไม่เคยเชื่องกับเธอ ทั้งอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ในเมืองนี้ บางสิ่งที่ไม่รู้จักอาจซุ่มซ่อนอยู่ เธอจึงเลือกจะยืนรอดูลาดเลาอีกครู่ จนสุดท้ายเธอก็ยอมคล้อยตามแรงกระตุ้น ไต่บันไดขึ้นไป ผ่านซอมบี้ที่ยังจ่อมหน้าในอิริยาบถเดิม

เธอก้าวเข้าสู่พื้นที่ลานกว้าง ตรงกลางมีสระน้ำพุหินอ่อน ไม่มีน้ำพุ่งฝอยกระจาย ก้นสระก็แห้งขอดเป็นริ้วคราบ ซอมบี้พากันเดินวนเวียนอยู่อย่างซึมเซื่อง รอบบริเวณโล่งและเจิดจ้า เธอขยับไปใกล้ผนังกระจก จ้องดูเงามอมคล้ำของตัวเอง ผนังกระจกแต่ละบานเอียงทำมุมหักเห สะท้อนเงาเธอกลับไปกลับมา เงาแตกเป็นสอง สี่ ทวีคูณไม่รู้จบ เธอหวาดประหวั่นเมื่อเห็นตัวเองเพิ่มจำนวนขึ้นมามากมาย เธอแปลกแยกกับภาพที่เห็น รีบผละจากจุดนั้น แล้วขยับไปยืนเยื้องกับเครื่องสแกนตรงประตูทางเข้า คืบประชิดผิวกระจก คราวนี้เงาสะท้อนหายวับไปทันตา เธอมองทะลุเข้าไปเห็นสภาพภายในตึกโอ่อ่าได้ถนัด

บนทางเดินซอมบี้ย่ำเท้ากันเนืองแน่น หลายรายยืนค้างตรงขั้นบันไดเลื่อนที่ไม่ทำงาน อีกไม่น้อยทยอยเดินเรียงหน้าตามๆ กันไป ผ่านร้านค้าที่ประตูเหล็กเลื่อนปิดกว่าครึ่ง ต่างขยับเท้าไปตามแรงเฉื่อย หรือไม่ก็คงมีความรู้สึกร่วมอะไรสักอย่างให้ต้องทำเช่นนั้น มีบางกลุ่มเวียนเดินเป็นวงกลม เวียนอีกครั้งและอีกครั้ง ซอมบี้รายหนึ่งดูอ่อนล้าและซีดเซียว จู่ๆ ก็ไถลตัวลงไปนิ่งกองกับพื้น ครู่ต่อมาก็ประคองร่างลุก แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่อีกคำรบ

ความนึกคิดอันริบหรี่บอกกับเธอว่า พวกเขากำลังแช่ตัวเองอยู่ในสภาพที่คุ้นเคย ทำในสิ่งที่เคยทำเพื่อจะได้กลับคืนสู่ฟันเฟืองที่ตนเคยมีส่วนร่วมมาก่อนหน้า เธอเหลือบเห็นซอมบี้สาวซึ่งใบหน้าซีกหนึ่งเต็มไปด้วยแผลพุพอง ยืนง่วนอยู่หลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์ นิ้วคอยจิ้มอยู่บนเครื่องคิดเงิน ไม่ขยับไปไหน เหมือนติดกับดักและถูกพันธนาการด้วยการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ที่กล่อมความรู้สึกไปพร้อมกัน

คลับคล้ายคลับคลาว่า เธอเคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกัน เร็วๆ นี้ อาจเป็นเมื่อตอนสายหรือเมื่อวาน วานซืน เธอไต่บันไดขึ้นไปบนชั้นลอยคอนกรีตทอดคร่อมถนน พบซอมบี้ยืนสะลึมสะลือต่อแถวตรงริมรางรถไฟ เธอเข้าไปต่อคิวและรอ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รางเหล็กว่างเปล่าอย่างไร้วี่แวว แต่ก็ยังมีซอมบี้มาต่อแถวรอถัดไปข้างหลัง ราวกับมีพลังดูดจากความเคยชินตรึงเอาไว้ แขวนตัวเองห้อยติดกับความทรงจำแสนเลือนราง นานค่อนวันกว่าเธอจะพาตัวเองหลุดพ้นออกมาได้

เธอไม่รู้ว่ายืนแนบหน้ากับผนังกระจกนานแค่ไหน การเคลื่อนไหวของซอมบี้ทั้งหลายภายในตึกชักนำสายตาเธอไปเรื่อยๆ จนล้า ขณะเดียวกันเกิดสังหรณ์ว่าตัวเธอจะจมหายไปอีก เธอจึงถอนตัวออกมา ยืนเคว้งกลอกตาอยู่ริมถนน คะเนเส้นทางที่จะไปต่อซึ่งเธอลืมไปแล้ว

แดดสาดลงมาทุกทิศทุกทางจนแสบผิว เธอก้าวตรงไปข้างหน้า ทีละก้าว ทีละก้าว ดูเงาเคลื่อนตามเธอไปเหมือนลมสีดำ เธอต้องไม่หยุดนิ่ง หาไม่แล้วเวลาจะตักตวงทุกอย่างไปจากเธอ ที่สำคัญ หากเคลื่อนไหวได้ถูกต้องความคิดย่อมจะมาเอง มันเป็นเช่นนั้นเสมอราวถูกจัดระเบียบไว้แล้ว

ปรากฏว่าได้ผล ความรู้สึกประหลาดคล้ายถูกกระตุ้นดูจะเริ่มต้นตรงจุดใดจุดหนึ่งในร่างกาย พอมันล้นเต็ม เธอก็ไม่อาจหยุดสืบเท้าได้ ความรู้สึกดังกล่าวคอยควบตามและเชี่ยวกรากขึ้นตามลำดับ เธอไม่ขืนต้าน ลอยคอไปตามกระแสอันลึกเร้นของมัน

สะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำใกล้เข้ามา ตรงท่าเรือก่อนถึงตีนสะพาน มีรถบรรทุกขนาดมหึมาพ่วงเทรลเลอร์หกล้อจอดอยู่ ซอมบี้กลุ่มหนึ่งรื้อคุ้ยเสบียงและเครื่องกระป๋องในตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดอ้า สินค้าเกลื่อนเรี่ยราดรอบรถบรรทุก เธอคอแห้งและรู้สึกหิว แต่พวกนั้นทำท่าอย่างชัดแจ้งไม่ยอมให้ผู้ใดรุกล้ำ แผดเสียงแหบห้าว สีหน้าดุร้าย คอยเหลือบหันมาทางถนน แม้แต่ซอมบี้ชราหง่อมก็ยังกระย่องกระแย่งพยายามยืดตัว ชูไม้ชูมือและถลึงตาขู่ขวัญ ถึงกระนั้นมีบางรายกล้าฝ่าเข้าไป กลิ่นอาหารแพร่กระจายไปถึงจมูกซอมบี้หิวโซทั้งหลาย ต่างค่อยๆ ทยอยตรงสู่ตู้คอนเทนเนอร์ที่โคลงเคลงสอดรับกับจังหวะกระเพื่อมในท้องไส้อันกิ่วโหย เริ่มมีการฉุดกระชากลากดึงพัลวัน ต่างมุ่งฟัดเหวี่ยงและขย้ำกัดอะไรก็ตามที่กีดขวางตน เสียงอื้ออึงท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดและโชกเลือด บางเรือนร่างแหว่งวิ่นถูกผลักลากออกมาอยู่รอบนอก ซอมบี้เนื้อตัวกึ่งเปลือยเยื้องไปทางซ้ายไม่ไกลจากเธอ ตุปัดตุเป๋ออกมา ขาพันกันจนล้มตึงนอนพลิกส่าย ไถลสีข้างกับพื้นและโบกแขนไปมาในท่าที่วุ่นวาย ซอมบี้อีกกลุ่มยุ่งกับก้อนสีแดงบนพื้นชุ่ม ซอมบี้ร่างท้วมใหญ่ หน้าบวมเป่ง ท่าทางกร้าวดุดัน แหวกวงล้อมเข้าไปและคำรามไล่ด้วยเสียงกระหายเลือด ก่อนใช้ขาข้างหนึ่งยันวัตถุก้อนนั้น กระชากดึงจนชิ้นส่วนหนึ่งขาดหลุดออกมาดังคว้าก พวกที่เหลือกรูกันเข้ายื้อแย่ง

เธอรั้งตัวเองจากความโกลาหล ลังเลจะเข้าไปมีส่วนร่วม แต่ความหิวคอยรุกเร้าไม่หยุดหย่อน เธอกวาดตาเร็วๆ ประสาทสัมผัสดูจะยิ่งไวและรุนแรงขึ้นจากท้องไส้ที่ว่างเปล่า แล้วก็เหลือบเห็นสิ่งดึงดูดใจ เธอเดินหน้าไปช้าๆ แน่วแน่ในจุดหมาย ไม่มีใครเข้ามาตอแยเธอ ก่อนจะหยุดตรงหน้าซอมบี้หญิงนอนขดตัวนิ่ง ผมกระเซิง ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลตกสะเก็ดและรอยจ้ำ

เธอก้มดูหล่อน มองหาร่องรอยการรู้สึกตัว ก่อนก้มหยิบห่อมันเยิ้มที่ตกอยู่ข้างตัวหล่อน แล้วจู่ๆ ร่างแน่นิ่งที่ดูเหมือนกับสิ้นชีวิตไปแล้วนั้นกลับเคลื่อนไหว ศีรษะชุ่มเลือดเผยอขึ้น เห็นดวงตาฝ้าขุ่นกลอกกลิ้งไปมา หล่อนตะเกียกตะกายหมายจะลุกขึ้นให้ได้ ท่าทางดิ้นรนทุลักทุเลเหมือนหล่อนถูกใครหักเป็นท่อนๆ และกำลังต่อร่างตัวเองขึ้นใหม่อย่างลวกๆ เธอผงะถอยหลังแล้วเดินหนี ขณะอีกฝ่ายลุกทรงตัวโงนเงนอยู่บนแอ่งโลหิตของตัวเอง อึดใจร่างส่ายไปส่ายมาก็จ้ำเบ้าลงไปอีก

แต่หล่อนยังคงกระเสือกกระสนไม่เลิกรา ยันตัวขึ้นล้มลุกคลุกคลานราวกับมีพลังอีกเหลือเฟือบรรจุอยู่ในเรือนร่างเล็กๆ ที่ผิดรูป

บทความก่อนหน้านี้การเมืองอียิปต์ : เมื่อนักศึกษาไทย (เป็นเหยื่อ) โดนจับคดีความมั่นคงที่อียิปต์
บทความถัดไปเรื่องจริง “ไม่ตลก” ของซันนี่ สุวรรณเมธานนท์