สุดชิล! ตาลิบันแอบหลบมาพักผ่อน ถีบเรือหงส์ ท่ามกลางการประท้วงของชาวอัฟกัน

ท่ามกลางการประท้วงเรื่องสิทธิของผู้หญิงบริเวณกระทรวงคุณธรรม กลุ่มตาลิบันแอบหลบมาพักผ่อนพร้อมถีบเรือหงส์อย่างชิล

เดอะซันรายงานเหตุการณ์เกิดขึ้นที่แบรนด์อีอะเมียร์ อุทยานแห่งชาติ จังหวัดบัมยัน ประเทศอัฟกานิสถาน หลังนักข่าวชื่อว่า เจค ฮันราฮัน เผยถ่ายภาพอันแสนหายากของกลุ่มตาลิบันนั่งชิลในเรือถีบหงส์พร้อมอาวุธครบครัน

มากกว่าหนึ่งเดือนหลังแล้วที่กลุ่มตาลิบันเข้าครอบครองอัฟกานิสถาน ภาพแปลกประหลาดของกลุ่มตาลิบันที่ถือปืนทำกิจกรรมยามว่างยังคงปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเล่นขี่ม้าหมุน, กระโดดแทรมโพลีน, เล่นรถบั๊ม, เล่นรถไฟเหาะตีลังหา, ยิงปืนอัดลม และชมปลาสวยงามในอควาเรียม

ล่าสุดในวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางการประท้วงเรื่องสิทธิในการทำงานและการเรียนของผู้หญิงบริเวณกระทรวงคุณธรรม ดูเหมือนว่าสมาชิกของตาลิบันได้ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการทางน้ำด้วยเช่นกัน

ภาพจาก Twitter/PoliticsForAlI และ Jake Hanrahan

เจคได้แชร์ภาพกลุ่มตาลิบันมากกว่า 20 คนถือปืนไรเฟิลและเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ขณะนั่งผ่อนคลายอยู่บนเรือถีบอย่างสบายใจผ่านทางทวิตเตอร์พร้อมแคปชั่น “ภาพเหล่านี้คือของจริง

แน่นอนว่ามันกลายเป็นไวรัลที่มีชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลามถึง 20,900 คอมเมนต์และยอดกดไลค์ถึง 114,700 ครั้ง ไม่ว่าจะ “กองทัพเรือตาลิบัน” “ฉันชอบที่ทุกภาพของตาลิบันจะมีคนหนึ่งที่มีเครื่องยิงจรวดอยู่เสมอ” “ประเทศอัฟกานิสถานสวยมาก ดูที่ทะเลสาบ” “รูปสวยเหมาะกับทำปกอัลบั้มได้ดีเลยล่ะ”

ภาพจาก Twitter/@Afshin_Ismaeli

“นี้เป็นเสมือนคำเตือนว่าแม้แต่สิ่งชีวิตที่เลวที่สุดในโลกก็ยังเป็นมนุษย์ นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด” “บางทีพวกเขาอาจพยายามหวนคิดถึงวัยเด็กที่พลาดไป” นอกจากนี้ ยังมีช่างภาพ อัฟชิน อิสมาเอลี โพสต์รูปถ่ายภาพกลุ่มตาลิบันในระยะประชิดอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติแบรนด์อีอะเมียร์ ที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม มีทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มอันแสนสวยถึง 6 แห่ง อีกทั้งยังเป็นสถานที่แหล่งความทรงจำอันเลวร้ายในปี 2544 เพราะกลุ่มตาลิบันทำลายพระพุทธรูปขนาดมหึมา 100 ฟุตจำนวน 2 องค์ ซึ่งแกะสลักไว้บนภูเขาและมีอายุมากกว่า 1,500 ปี

 

ขอบคุณที่มาจาก Twitter The Sun

บทความก่อนหน้านี้‘หมอธีระ’ เตือนไทย “เปิดประเทศ” หากพลาดมีโอกาสเจ็บหนัก
บทความถัดไปคุยกับทูต พาฟโล โอเรล ยูเครนที่ทันสมัยวันนี้ (ตอนจบ)