“กรวีร์” ฟาดแรง! จัดงบฯปี 65 สุดพิลึก เตือนอาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาล-สภาชุดนี้

ส.ส.ภูมิใจไทย ฟาดแรง ซัดจัดงบปี 65 พิลึกพิลั่น ไม่ให้ความสำคัญกับการแก้โควิด ชี้จัดทำงบครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาล-รัฐสภาแห่งนี้

วันที่ 1 มิ.ย. 2564 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระแรก ในวันที่สอง ปรากฎว่าส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลสลับกันอภิปรายติติงการจัดทำงบ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณปีนี้ เป็นปีที่ผิดแปลกและแตกต่างไปจากการทำงบประมาณช่วงปี 2563-64 ของรัฐบาลชุดนี้ เพราะโจทย์ใหญ่และความคาดหวังของประชาชนอยู่ที่การแก้ไขปัญหาโควิด เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ และจะไม่แปลกใจเลย หากงบประมาณที่สำนักงบประมาณจัดทำและเสนอต่อสภา ในส่วนงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับเพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมา

แต่ต้องบอกว่าแปลก เพราะเป็นการจัดทำงบประมาณที่พิลึกพิลั่น เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ที่เปรียบเหมือนหัวหอกและเรือธงในการแก้ปัญหา กลับถูกตัดงบอย่างน่าใจหาย

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า อยากย้ำเตือนไปยังสำนักงบประมาณว่า เรากำลังทำสงครามกันอยู่ เราอยู่ในสงครามโรค อาวุธยุทโธปกรณ์ที่กองทัพมีอยู่นั้น ไม่สามารถเอาชนะกับสงครามครั้งนี้ได้ แต่อาวุธเพียงอย่างเดียวคือการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขเพื่อเป็นหลักประกันในการต่อสู้กับโควิด

การจัดลำดับงบประมาณสะท้อนถึงการจัดความสำคัญ หากสำนักงบประมาณเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโควิดเพื่อประชาชน กระทรวงสาธารณสุขคงไม่ถูกจัดไว้ในลำดับที่ 6

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นข่าวว่าจะระดมฉีดวัคซีนให้กับคนกทม. เพราะเป็นพื้นที่ไข่แดงมีการระบาดหนัก ตนอาจจะไม่เห็นด้วย แต่เข้าใจและยินดีในหลักการ หากตัดวัคซีนของคนต่างจังหวัดที่เขาได้ มาช่วยกทม.และให้ปัญหามันจบ เราพร้อมเสียสละ แต่ต้องมั่นใจว่าจะจบจริง ทุกเข็ม ทุกวัคซีนที่ฉีดให้คนกทม.ดึงมาจากคนต่างจังหวัด

ตนหวังว่าการแก้ไขปัญหาระหว่างกทม.กับศบค. จะทำงานร่วมกันและหยุดปัญหาในเมืองหลวงได้ อย่าให้เหมือนเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ตอนบ่ายกทม.ประกาศผ่อนปรนกิจการ 5ประเภท ให้ดำเนินการได้ แต่ตอนเย็นศบค.กลับยกเลิกการผ่อนปรนดังกล่าว นี่คือความล้มเหลว ความบกพร่อง ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้

การจัดทำงบปีนี้พิลึกพิลั่นจริงๆ และไม่มีใครรู้ว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลและรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้ หากเป็นครั้งสุดท้าย ผมอยากเห็นการจัดสรรงบครั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาและพาชีวิตคนไทยไปสู่ภาวะปกติ” นายกรวีร์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ยิ่งลักษณ์’ ลั่นประชาธิปไตยไม่ใช่แค่เลือกตั้ง แต่เป็นระบอบให้คุณค่าทุกคนเท่าเทียม
บทความถัดไป“ไทยสร้างไทย” ชี้งบซื้ออาวุธไม่ได้ช่วยกระตุ้นลงทุนในประเทศ ย้ำยามวิกฤตต้องรู้อะไรเร่งด่วนจำเป็น