ชู ‘นักเรียนเลว’ ตัวเร่งปฏิรูปการศึกษา ‘สมพงษ์’ ชี้กลุ่มเล็กแต่ทรงพลังมากที่สุด

ชู ‘นักเรียนเลว’ ตัวเร่งปฏิรูปฯ ‘สมพงษ์’ ชี้กลุ่มเล็กแต่ทรงพลังมากที่สุด สร้างคุณูปการ-ช่วยขับเคลื่อนการศึกษา

นักเรียนเลว – ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากกรณีที่กลุ่มนักเรียนชื่อนักเรียนเลว มาชุมนุมที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยระบุว่าต่อไปจะไม่ติดตามเรื่องปฏิรูปการศึกษาแล้ว เพราะไม่ค่อยได้รับการเปลี่ยนแปลง และจะเน้นเรื่องการเมืองมากกว่านั้น ไม่อยากให้กลุ่มนักเรียนเลวเลิกติดตามปัญหาการศึกษา เพราะกลุ่มนักเรียนเลวได้ทำคุณูปการให้กับการศึกษาของไทยมาก โดยกลุ่มนักเรียนเลวถือเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ทรงพลังในเรื่องของการขับเคลื่อนสังคมในประเด็นการศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ทั้งนี้ มองว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนเลว ได้เปลี่ยนแปลงการรับรู้ของคนใน ศธ.และคนที่เกี่ยวข้องด้วย

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าเสียงของเด็กที่เรียกร้องเรื่องต่างๆ ผู้ใหญ่ต้องรับฟัง และนำไปหารือกันในที่ประชุมทุกครั้ง เช่น เรื่องทรงผม คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของนักเรียน นักศึกษา มีมติแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. … ต่อไปเรื่องทรงผมจะไม่มีเรื่องของเพศ ไว้ยาว หรือสั้นก็ได้ แต่ต้องผ่านการมีส่วนร่วมของนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น เสียงของกลุ่มนักเรียนเลว ผู้ใหญ่รับฟัง และมีการปรับปรุงแก้ไข แต่อาจไม่ทันใจเด็ก เพราะเต็มไปด้วยระเบียบ กฎเกณฑ์ และต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน แต่สุดท้ายจะเห็นว่าบทสรุปที่ได้มานั้น เห็นความสำคัญกับเสียงของเด็ก และเสียงของนักเรียนมากขึ้น

“การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนเลว เป็นปรากฎการณ์ที่นำไปสู่ความตื่นตัวของคนในวงการศึกษา และทุกประเด็นที่เด็กหยิบยกขึ้นมา มีเหตุผล มีตรรกะ และมีที่มาที่ไป ผมมองว่าถ้ากลุ่มนักเรียนเลวหยุดเรียกร้องเรื่องการศึกษา ทุกเรื่องที่กลุ่มนักเรียนเลวเคยทำมา จะหายไปทันที จึงไม่อยากให้กลุ่มถอนตัวจากงานด้านการศึกษา เพราะกลุ่มนักเรียนเลวเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาให้เร็วขึ้น ดีขึ้น จึงอยากให้กำลัง และอย่าเพิ่งถอดใจในตอนนี้” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พบว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยกลุ่มนักเรียนเรียกร้องให้ลดพื้นที่เชิงอำนาจของโรงเรียน ในขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เน้นการปฏิรูปการศึกษาโดยดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งทั้ง 3 กลุ่ม แม้จะเห็นต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือต้องการแก้ไขระเบียบกฎเกณฑ์ที่เป็นปัญหา และอุปสรรคสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย

บทความก่อนหน้านี้นิพิฏฐ์ เหน็บ คนพูดให้กาคนดีเข้าสภาฯ พอถามเอาพระ ลงเลือกตั้งเลยไหม? ก็ไม่เอา
บทความถัดไปคาดราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เพราะข่าววัคซีนโควิด-19 ทำกลุ่มโอเปคพลัสเลื่อนแผนเพิ่มกำลังการผลิต