เฌอเอม เปิดมุมมองประชาธิปไตย ลั่นสิ่งที่มีเฉพาะประเทศไทยคือความลำบาก

แม้การประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 จะจบลงไปแล้ว แต่ชื่อของ เฌอเอม ชญาธนุส หนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายมิสยูนิเวริ์สไทยแลนด์ 2020 ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับแฟนนางงามและคณะกรรมการกับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคีย์เวิร์ดเหตุการณ์ในปัจจุบัน จนทำให้เธอกลายเป็นตัวเต็งในการประกวดครั้งนี้ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอไปไม่ถึงฝัน เมื่อเธอถูกตัดสิทธิ์การประกวดเนื่องจาก ทำผิดกฏกองประกวดในการมีพี่เลี้ยงแฝงตัวเข้ามาเป็นทีมงาน

ซึ่งการประกวดรอบตัดสิน จะไม่มี เฌอเอม เข้าร่วมประกวด แต่มีกระแสพูดถึงเธอว่า ถ้าเฌอเอมได้ตอบคำถามรอบ 3 คนสุดท้าย ในคำถามว่า “ภาพวัดอรุณราชวรารามมักได้นำเสนอสู่สายตาชาวโลกเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงประเทศไทย หากคุณได้เป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนใหม่ คุณจะสื่อถึงความเป็นไอคอนนิคของตัวคุณในฐานะตัวแทนประเทศไทยให้ผู้อื่นรับรู้ได้อย่างไร จงแสดงวิสัยทัศน์” นั้น เฌอเอมจะตอบคำถามทัชใจคนฟังมาก

ล่าสุด เฌอเอม ออกมาเปิดใจผ่านรายการ บันทึกของตุ๊ด ถึงเหตุการณ์ที่ถูกตัดสิทธิ์การประกวดว่า ถือเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตเธอ ยอมรับช่วงแรกรู้สึกแย่ แต่พอผ่านไปช่วงหนึ่ง สภาพจิตใจก็โอเคขึ้น เพราะ ทุกคนเคยทำผิดพลาดมาก่อน แค่คิดว่าชีวิตเรา ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้จะอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรแบบมีความสุข

ดูคลิปรายการได้ที่นี่

ส่วนเรื่องมุมมองประชาธิปไตยในส่วนตัวนั้น มองว่า ประชาชนมองประชาธิปไตยแบบหนึ่ง แต่รัฐบาลมองอีกแบบหนึ่ง จึงทำให้ไม่เข้าใจกันและคาดหวังหลังจากนี้อยากให้มีระบบสภาที่มั่นคงกว่านี้และอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาคการเมืองได้มากกว่านี้

โดยหลังจากนี้ตนอยากทำโครงการแยกโครงสร้างความคิด ซึ่งส่วนตัวมองว่าความเป็นไทยไม่ใช่ความเก่าความโบราณ ความเป็นไทยมันร่วมสมัยได้ ทำให้คนได้รู้ว่าเราควรภูมิใจในความเป็นไทยได้ อย่าง ทุกที่มีการไหว้ การยิ้ม อาหาร แต่สิ่งที่ต้องมีเฉพาะประเทศเราเท่านั้น คือความลำบากในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทย เพราะ ความลำบากของประเทศนั้นจะอยู่แค่ในประเทศนั้น ฉะนั้นเราควรแสดงเสรีภาพในการพูด โดยไม่ต้องอายว่าประเทศเราขาดอะไร

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากรายการ บันทึกของตุ๊ด

บทความก่อนหน้านี้ฟังเหตุผล ‘สุกัญญา มิเกล’ อดีตแนวร่วมกปปส. ก้าวร่วมชุมนุมคณะราษฎร
บทความถัดไป“รังสิมันต์ โรม” จี้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีคนเสื้อเหลือง ขออย่าสองมาตรฐาน