‘บิ๊กแก้ว’ห่วงสถานการณ์น้ำท่วม มอบหมาย นทพ.จัดกำลัง-ยุทโธปกรณ์ เร่งเข้าช่วยปชช.ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม จากสถานการณ์สาธารณภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ทำให้ยังคงมีฝนตกหนัก และหนักมากในหลายพื้นที่ การเข้าช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) ที่ให้กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(นทพ.) ที่มี พล.อ.นเรนทร์ สิริภูบาล ผบ.นทพ.ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยในรูปแบบต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(ศบภ.นทพ.) รับมอบกล่องปันน้ำใจ จาก สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 1(ศบภ.สนภ.1) จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว เข้าสำรวจพื้นที่น้ำล้นตลิ่ง ริมเขื่อน ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ สิ่งของ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้ประสานงานกับปลัดอำเภอพนมสารคาม ผู้แทนฝายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 (ฝายท่าลาด) ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อช่วยเหลือประชาชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ ศบภ.หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ (นพค.11) จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ดำเนินการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากระบบประปาของหมู่บ้านชำรุดเนื่องจากถูกน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จนกว่าการซ่อมแซมระบบประปาจะแล้วเสร็จ ส่วน ศบภ.นพค. 13 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับส่วนราชการในท้องที่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยร่วมแจกอาหาร น้ำดื่ม และยาเวชภัณฑ์ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพในช่วงน้ำท่วมขังให้กับราษฎรที่ประสบภัย ในพื้นที่ ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี และ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ด้าน ศบภ.นพค.14 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ออกสำรวจหน้าประตูด่านถาวรบ้านแหลม ในพื้นที่ ตลาดบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยได้เฝ้าติดตามสถานการณ์พร้อมทั้งเตรียมความพร้อม ยุทโธปกรณ์ และกำลังพลในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับทราบต่อไป ส่วน ศบภ.นพค. 15 ร่วมกับราษฎรในพื้นที่ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมถนนเส้นทางบ้านโป่งสามสิบ ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะ เป็นหลุม เป็นบ่อ จากพายุฝน ขณะที่ ศบภ.นพค.16 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว เฝ้าระวังและออกสำรวจระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง ต.ป่าเลา อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และอ่างเก็บน้ำห้วยขอนแก่น ต.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตลอดจนเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ กำลังพลและยุทโธปกรณ์ของหน่วย เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน

นอกจากนี้ ศบภ.นพค.43 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ตรวจติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำในฝายท่าแนะ ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ด้าน ศบภ.นพค. 45 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ชุดช่างพัฒนา พร้อมรถขุดตัก ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองดุสน เข้าเปิดทางระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยทำการรื้อกอไผ่ขนาดใหญ่ที่ล้มขวางทางน้ำเนื่องจากโดนกระแสน้ำกัดเซาะ ป้องกันน้ำเปลี่ยนทางเข้ากัดเซาะตลิ่ง และเอ่อท่วมบ้านประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง ในพื้นที่บ้านสะพานโยง ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล

ขณะที่ศบภ.สนภ.5 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจ.นครราชสีมา และนายกเหล่ากาชาดจ.นครราชสีมา ตรวจสอบระดับน้ำบริเวณคลองชลประทาน แยกลำพระเพลิง และลำซอ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต.เมืองปัก เพื่อหาทางป้องกันมิให้เกิดน้ำท่วม พร้อมทั้งจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โดยดำเนินการจัดทำข้าวกล่องพระราชทาน เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่มารับมอบถุงยังชีพพระราชทาน ณ ที่ว่าการอำเภอจากช่อง จ.นครราชสีมา โดยได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทราบ เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์อุทกภัย พร้อมดำรงการติดต่อสื่อสารเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ บก.ทท. โดยนทพ. ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาภาค 1-5 ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีความพร้อมทั้งในส่วนของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ และได้ออกสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอยู่ตลอดเวลา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้โดยทันที พร้อมทั้งประสานงานและบูรณาการความร่วมมือกับภาคพลเรือนในพื้นที่ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามข่าวสารของทางราชการอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยในรูปแบบต่างๆ สามารถขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยทหารในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง