‘เอกชัย’ ยื่นรัฐบาลเลิกระเบียบเข้ม ควบคุม ‘สนามหลวง’ แนะปรับให้ ปชช.ได้ใช้ประโยชน์

‘เอกชัย’ บุกทำเนียบยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ขอให้เพิกถอนการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ปรับเปลี่ยนสนามหลวงกลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เปลี่ยนสนามหลวงเป็นสวนสาธารณะ

นายเอกชัยกล่าวว่า ช่วงปี พ.ศ.2516-2519 นักศึกษา-ประชาชน มีจัดการชุมนุมทางการเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในสนามหลวงหลายครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ใจกลางเมืองและเป็นพื้นที่กว้าง ส่งผลให้สนามหลวงกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง แต่ภายหลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กรมศิลปากรใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ขึ้นทะเบียนสนามหลวงเป็น “โบราณสถาน” แม้สนามหลวงจะถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 แต่รัฐบาลยังคงอนุญาตให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สาธารณะโดยประชาชนสามารถเข้าใช้ประโยชน์ เช่น การเล่นกีฬาว่าว, การจัดตลาดนัดขายสินค้า และการพักผ่อนหย่อนใจ

นายเอกชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ สนามหลวงยังคงถูกใช้เป็นพื้นที่ชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งหลังเหตุการณ์การสลายชุมนุมทางการเมืองในปี พ.ศ.2552-2553 กรุงเทพฯ ออกระเบียบการใช้สนามหลวง ด้วยเงื่อนไขที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น ห้ามจัดกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง และห้ามจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ระเบียบนี้ยังกำหนดเงื่อนไขในการใช้สนามหลวงที่เกินความจำเป็น เช่น การวางหลักประกัน จำนวน 500,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเข้าใช้พื้นที่ตามวัตถุประสงค์เดิมตั้งแต่ปี พ.ศ.2555

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาตรา 4 นิยามให้ “โบราณสถาน หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้างหรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางศิลปะประวัติศาสตร์และโบราณคดี ทั้งนี้ ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย”

นายเอกชัยกล่าวว่า สนามหลวงเป็นพื้นที่โล่งกว้างที่ไม่มีศิลปวัตถุหรือโบราณวัตถุอันเข้านิยามของพระราชบัญญัตินี้ อีกทั้งพื้นที่นี้ยังเป็นที่สาธารณประโยชน์มาอย่างยาวนาน การสงวนสนามหลวงให้ใช้เฉพาะงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานพิธีทางศาสนา หรือการให้เอกชนเช่า จึงเป็นการไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จึงขอให้รัฐบาลเพิกถอนการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และยกเลิกระเบียบที่ไม่จำเป็นในการดูแลสนามหลวง โดยเปลี่ยนพื้นที่นี้เป็นสวนสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน

 

บทความก่อนหน้านี้‘สุทิน’ ยันไม่มีแน่ ปลอมลายเซ็นญัตติแก้ รธน. บอกฝ่ายค้านระวังมาก
บทความถัดไป‘พิพัฒน์’ ลุยทำแผนรับต่างชาติหนา 90 หน้า เตรียมเสนอนายกส่วนตัวในสัปดาห์นี้