เทพไท ชงประเมิน 7 รมต.ประชาธิปัตย์ ให้ 52 ส.ส.พรรคโหวต คะแนนต่ำ หลุดตำแหน่ง

“เทพไท” เตรียมเสนอที่ประชุมส.ส.จันทร์หน้า ให้รัฐมนตรีเสนอผลงานให้ 52 ส.ส.ประเมิน ปัดให้คะแนนล่วงหน้า ขอดูรายละเอียดก่อน ไม่อยากทำข้อสอบรั่ว

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวการทูลเกล้ารายชื่อรัฐมนตรีชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่ แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีกระแสข่าวจะปรับคุณหญิงกัลยาโสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด น่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าว หรือการโยนหินถามทางมากกว่า ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อคุณหญิงกัลยา เพราะการจะปรับรัฐมนตรีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ออกจากตำแหน่ง จะต้องมีการประเมินผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคน ตามข้อตกลงของที่ประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.ของพรรค ที่เกาะเสม็ด ซึ่งได้กำหนดไว้ชัดเจนให้มีการประเมินผลงานรัฐมนตรีภายในเวลา2สัปดาห์ และบัดนี้ได้ครบตามกำหนด ที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับปากไว้แล้ว เพราะฉะนั้นในสัปดาห์นี้น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจน

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการประเมินผลงานของรัฐมนตรีทั้ง7คน ถ้ายังไม่สามารถประเมินผลได้ตามที่กำหนดไว้ ตนจะนำเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม นี้ ซึ่งยังอยู่ในห้วงเวลาการปรับครม. ที่นายกฯกำหนดเวลาการไว้ภายในกลางเดือนสิงหาคม นี้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับการปรับครม.ในครั้งนี้ด้วย

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรค หากใช้วิธีการประเมินในรูปแบบคณะกรรมการ อาจจะทำให้เกิดความล้าช้าไป ไม่ทันต่อสถานการณ์การปรับครม.ในครั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ตนจะเสนอให้รัฐมนตรีของพรรคทั้ง7คน เสนอผลงานผ่านเอกสาร หนังสือสรุปผลงาน หรือคลิปผลงานต่อ ส.ส.ของพรรคทั้ง52คนได้พิจารณา ใช้ผลโหวตจาก ส.ส.ของพรรคเป็นผลการประเมิน ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการประเมิน หรือผลโพลของสำนักใดๆ เพราะการใช้เสียงโหวตจาก ส.ส.ของพรรคโหวตประเมินผลงานตรงประเด็นที่สุด เพราะ ส.ส.เป็นตัวแทนของประชาชนโดยตรง ถ้าหากรัฐมนตรีคนใดผ่านเสียงโหวตเกิน 50% ขึ้นไป ถือว่าสอบผ่าน สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไปได้ ถ้ารัฐมนตรีคนใด มีเสียงโหวตประเมินผลงานต่ำกว่า 50% ก็จะต้องปรับออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับรัฐมนตรีทั้ง7คน โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นเพื่อให้การประเมินผลงานรัฐมนตรี สอดคล้องกับการปรับครม.ที่นายกฯกำลังจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้า ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ควรจะเร่งรัดให้มีการประเมินผลงานรัฐมนตรีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดด้วย

เมื่อถามว่าส่วนตัวมองรัฐมนตรีทั้ง 7 คนของพรรคเป็นอย่างไรบ้าง นายเทพไท กล่าวว่า ตนเห็นแต่คลิปที่รัฐมนตรีพูดถึงผลงาน ไม่แน่ใจว่าจะใช้คลิปหรือผลงานนี้มาเป็นหลักในการประเมิณหรือไม่ เพราะมีส่งเข้าไปในไลน์กลุ่มของส.ส.พรรค ดังนั้นจึงคิดว่าส.ส.คงใช้ดุลยพินิจได้ว่ารัฐมนตรีทั้ง 7 คนมีผลงานหรือไม่ และความพึงพอใจของ ส.ส.มีมากน้อยเพียงใด สำหรับส่วนตัวแล้วขอดูรายละเอียดก่อนไม่กล้าให้คะแนนใครล่วงหน้า เดี๋ยวจะหาว่าข้อสอบรั่ว ทั้งนี้ภาพรวมรัฐมนตรีที่ง 7 คนน่าจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง เพราะน่าจะมีบกพร่องบ้างในสายตาของส.ส.แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับมติพรรค เนื่องจากการได้มาซึ่งตำแหน่งรัฐมนตรแต่ละคนก็เป็นมติพรรค

เมื่อถามวา มองว่ารัฐมนตรีคนไหนบกพร่องที่สุดควรจะหลุดจากเก้าอี้ นายเทพไทกล่าวว่าไม่สามารถตอบได้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เป็นธรรม

บทความก่อนหน้านี้พีระพันธุ์ แจง กมธ.แก้รธน.คืบหน้าแล้ว 90% พร้อมนำข้อเสนอนศ.ประกอบพิจารณา
บทความถัดไป‘แรมโบ้’ เตือน ‘สุทิน’ อย่ากล่าวหา ยืนยันบิ๊กตู่ไม่ต้องการให้เกิดม็อบชนม็อบ