“ก้าวไกล” ลั่นยืนเคียงข้างชาวจะนะ จับตา ศอ.บต.ฉวยใช้ พรก.ฉุกเฉิน ดันตั้งนิคมอุตสาหกรรม

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ประธานคณะกรรมาธิการการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมประชาชน สภาผู้แทนราษฎร นางสาวอมรัตน์ โชคปมิตรกุล กรรมาธิการ พร้อมด้วย สมชาย ฝั่งชลจิตร และนายปริญญา ช่วยเกตุ สส.สัดส่วนภาคใต้พรรคก้าวไกล รับเรื่องร้องเรียนจากนายสมบูรณ์ คำเเหงตัวแทนเครือข่ายปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมจังหวัดสงขลา-สตูล. พร้อมกลุ่มพี่น้องประชาชนชาวอ.จะนะ จ.สงขลา เรียกร้องต่อกรรมาธิการ ในการตรวจสอบการทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) ที่เห็นว่าดำเนินการเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ ละเมิด คุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน

โดยนายปดิพัทธ์ ในฐานประธานกรรมาธิการ กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ที่กระทบวัฒนธรรม ระบบนิเวศน์ เศรษฐกิจฐานราก เเละมลพิษที่จะเกิดในพื้นที่อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้อำเภอจะนะ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยมีผลกระทบโดยตรงเเละมีข้อเสียมากกว่าสิ่งที่จะได้รับ จากการที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งประชาชนเห็นว่าไม่โปร่งใส ในส่วนของการทำงานศอ.บต. เป็นที่น่าเคลือบเเคลงใจ ในการมีส่วนร่วมกับภาครัฐเพื่อผลักดันโครงการทั้งๆที่อยู่ในช่วงการประกาศพรก.ฉุกเฉิน ซึ่งประชาชนขอให้ทางกรรมมาธิการตรวจสอบการทำงานของศอ.บต.ว่าหากไม่มีบทบาท ไม่ควรเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว

ด้านนางสาวไครียะห์ ระมันยะ ในฐานะตัวแทนผู้เรียกร้อง กล่าวในนามตัวแทน ชาวบ้านอ.จะนะจังหวัด สงขลาว่า ตนขอเรียกร้องให้ตรวจสอบการงานของ ศอบต.ว่ามีหน้าที่ทำอะไรไรกันแน่ โดยขอบเขตการทำงานของศอบต. ได้ระบุว่า ให้ดูเเลความสงบในพื้นที่ของสามจังหวัดชายเเดนใต้ แต่จากที่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 มีมติกรณีเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา และให้อำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ให้เป็นองค์กรหลักในการ ผลักดันโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยที่ผ่านมา ศอ.บต.ทำหน้าที่เป็นกลไกในการประสานความร่วมมือในลดการขัดเเย้งของคนในพื้นที่ สามจังหวัดโดยดีเสมออมา แต่จากประกาศดังกล่าว ของรัฐบาลที่มอบอำนาจหน้าที่ให้ศอ.บต ช่วยผลักดันโครงการ และดำเนินการโดยลิดรอน สิทธิ์เสรีภาพประชาชน

“ ไม่มีใครกั้นอากาศได้ ไม่มีใครกั้นน้ำทะเลทางธรรมชาติได้ ที่ไม่ให้ไหลผ่านพื้นที่ 16,903 ไร่ ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจจะนะ สงขลาที่จะเกิดขึ้น “ หรือหากจะเป็นอุตสากรรมได้ ควรมีความชอบธรรม ซึ่งที่น่าสังเกตกว่าทุกๆโครงการคือ มีการอนุมัติโครงการก่อนเเล้วจึงรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไครียะ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายสมบูรณ์ กำเเหง ตัวแทนเครือข่ายปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมจังหวัด สงขลา-สตูล. กล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมา ศอ.บต ปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด แต่จากกรณีดังกล่าว รัฐบาลได้มอบอำนาจให้ศอ.บต ในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ ซึ่งจากการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้การปฏิบัติงานดังกล่าวคุกคาม และลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ประชาชน เราจึงเห็นว่าโครงการนี้ขาดมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเเน่นอน เเละเราไม่เห็นด้วยที่จะมีการใช้งบประมาณ 18,000 กว่าล้าน ใช้พื้น 16,000 กว่าไร ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวมีความผิดปกติตั้งเเต่ต้น ในการอนุมัติโครงการก่อนการ เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยตนขอเรียกร้องให้กรรมาธิการตรวจสอบใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การใช้งบประมาณตั้งแต่ก่อนจนถึงมีการอนุมัติโครงการ ได้มีการตั้งกลไกที่เป็นกลางหรือไม่เเละมีบุคคล คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เเละวิธีการที่ศอบต.ทำงานตรวจสอบถูกต้องหรือไม่ //2.ตรวจสอบเวทีการเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน เเละจัดเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งส่งผลให้เกิดหารลิดรอนสิทธิ์ประชาชน // 3.ให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากศอบต.ในวันที่ 11 กรกฎาคมที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมองภาพรวมแล้วเป็นการกำหนดกลุ่มบุคคล ภายในเขต 3 ตำบล คือ ต.นาทับ ต.สะกอม ต.ตลิ่งชัน โดยใน 3 พื้นที่นี้ติดเขตทะเล ภายในพื้นที่ กว่า 16,000 ไร่ ที่ก่อสร้างโครงการพัฒนาเศรษฐกิจของนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

ขณะที่สมชาย ในฐานส.ส.สัดส่วนภาคใต้ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นที่ตนเเละสส.ภาคใต้ติตตามตลอดมา ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความขัดเเย้งในอดีตระหว่างประชาชนกับภาครัฐ โดยในพื้นที่ อ.จะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ เเละทรัพยากร อย่างมหาศาล ซึ่งจากการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เป็นการเเย่งชิงทรัพยากรของพื้นที่และชุมชน โดยอ้างเอาความเจริญและความมั่นคงมาสู่ประชาน โดยใช้โครงสร้างของศอบต.มาเป็นบทบาทในการใช้ในด้านความมั่นคง มาเอื้อต่อกลุ่มทุน เเละภาครัฐ โดยตนเเละพพรคก้าวไกล ขอเชิญประชาชนร่วมคัดค้านในการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งมีความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน

ทั้งนี้ นายปดิพัทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้เห็นว่าการใช้พระประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาบเป็นการใช้เพื่อควบคุม สิทธิเเละเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ ไม่มีใครปฏิเสธความเจริญ เราทุกคน อยากมีคุณค่าเเละอาชีพ แต่ถ้าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ต้องเเลกมากับวิถีชีวิตของชาวจะนะ ที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดไป เราไม่ยอม และขอเขิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมจับตาการดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยพรรคก้าวไกลขอยืนหยัดในอุดมการ์ของพรรคเพื่อความเท่าเทียม เเละจะไม่ยอมให้พี่น้องชาวจะนะ ต่อสู้เพียงลำพัง

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทยอัดรบ.จัดงบแบบไปตายเอาดาบหน้า หวั่นเก็บภาษีพลาดเป้า ต้องกู้เพิ่มอีก
บทความถัดไป“สมศักดิ์”มั่นใจ พปชร.ยุติศึกภายในแล้ว หลังได้ ”บิ๊กป้อม”คุมบังเหียน