“ก้าวไกล” เสนอ3มาตรการ “แก้โควิด” ให้รัฐทำทันที! ปิดประเทศควบคุมโรค – สาธารณสุขเชิงรุก – ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ “พิธา” หนุนออก พ.ร.บ.โอนงบฯ – พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน ระดมแก้ปัญหา

“ก้าวไกล” เสนอเช็คลิสต์ 3 มาตรการรัฐทำทันทีแก้ “โควิด 19” ปิดประเทศควบคุมโรค – สาธารณสุขเชิงรุก – ด้านเศรษฐกิจดูแลผู้ได้รับผลกระทบ “พิธา” หนุนออก พ.ร.บ.โอนงบฯ – พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน ระดมแก้ปัญหา – ช่วยเหลือ ปชช.

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอ “เช็คลิสต์มาตรการที่รัฐต้องทำทันทีเพื่อแก้ไขวิกฤตโควิด-19” โดยระบุว่า สถานการณ์ประเทศไทย เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีมาตรการปิดประเทศ รวมถึงจำกัดการพบปะของผู้คน ซึ่งพรรคก้าวไกลมีข้อเสนอเรื่องการวางแผนเช็คลิสต์มาตรการรัฐ 3 ด้าน ที่ต้องทำทั้งก่อนและระหว่างการล็อกดาวน์ ได้แก่

1.มาตรการควบคุมโรค ปิดประเทศห้ามผู้ใดเดินทางเข้าออก ยกเว้นคนไทยเดินทางกลับประเทศที่ต้องมีการกักกันและคัดกรอง สำหรับในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง ให้ใช้มาตรการ Strict Lockdown กักตัวในบ้านเข้มงวด ส่วนพื้นที่อื่นๆ ให้ปิดสถานที่เสี่ยงเหลือเพียงร้านของชำ ร้านขายอาหาร และร้านยา นอกจากนี้ต้องหยุดระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศ ยกเว้นการเดินทางส่งสินค้าที่จำเป็น เช่น อาหาร ยา และกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

2.มาตรการด้านสาธารณสุข ควรต้องปรับคำนิยามโรคให้เท่ากับองค์การอนามัยโลก และต้องเร่งตรวจเชิงรุกมากขึ้น เพิ่มจำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด รวมถึงการเพิ่มเตียงทางการแพทย์ เพิ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ เตรียมโรงพยาบาลสนาม ระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอต่อสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายที่สุด

“3.มาตรการทางเศรษฐกิจ ล็อกดาวน์หนี้ ล็อกดาวน์ดอกเบี้ย ล็อกดาวน์ภาษี พยุงรายได้ และเสริมสภาพคล่อง ทั้งนี้ มาตรการการดูแลและเยียวยาผลกระทบที่กระทรวงการคลังเพิ่งออกมา เป็นไปเพื่อการเยียวยาย้อนหลังจากการปิดสถานประกอบการต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา โดยจะได้รับเงินเยียวยาประมาณต้นเดือนเมษายน ซึ่งก็ถือว่าล่าช้าไปมากแล้ว แต่ถ้าเราจะล็อกดาวน์ที่จะกระทบคนในวงกว้างกว่านั้น การชดเชยแรงงานนอกระบบ 3 ล้านคนคงไม่เพียงพอ เพราะแรงงานนอกระบบทั้งประเทศนั้นมีถึง 9 ล้านคน ที่ไม่นับรวมเกษตรกร เราคงต้องเตรียมมาตรการชุดใหญ่ให้ครอบคลุม และทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงการเตรียมการขนส่งอาหาร และของใช้จำเป็น” นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการเศรษฐกิจนั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อเรามีงบประมาณเพียงพอ แต่เนื่องจากงบกลางสำหรับใช้ในเหตุฉุกเฉิน หรือภัยพิบัตินั้น เหลือน้อยเต็มที เพราะถูกนำไปใช้แจกกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้าจะมีวิกฤตโควิดไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า พรรคก้าวไกลเสนอให้ออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2563 ย้ายงบประมาณการลงทุน งบประมาณเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงต่างๆ มาใช้ รวมถึงเสนอให้ออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน เพื่อรับมือและแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบัน จะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้ว แต่การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่ารัฐบาลจะคุมการแพร่ระบาดของโรคและช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ เพราะประเด็นปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องอำนาจตามกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่เปิดเผยข้อเท็จจริง และไม่มีการวางแผนรับมือที่ดีพอ จึงหวังว่ามาตรการที่เราเสนอจะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน และหวังว่าเราทุกคนจะร่วมมือกันฟันฝ่าผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

เช็คลิสต์มาตรการรัฐต้องทำทันทีแก้โควิด-19

[ ข้อเสนอเช็คลิสต์มาตรการที่รัฐต้องทำทันทีเพื่อแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ].วิกฤตโควิด-19 ล่าสุดแพร่ระบาดไปยังกว่า 190 เขตแดนทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อหลายแสนคน พร้อมกับเสียชีวิตอีกอีกนับหมื่น โดยตัวเลขเหล่านี้ยังเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว ยังไม่มีแนวโน้มชะลอตัวลงแต่อย่างใดในเร็ววันนี้.ในไทยเองก็เริ่มมีตัวเลขที่ทำให้เราเริ่มไม่สบายใจเช่นกัน และหลังจากตรวจสอบและคำนวนความเป็นไปได้ในทุกทางแล้ว พรรคก้าวไกลเชื่อว่ามาตรการในการปิดประเทศและจำกัดการพบปะผู้คนคงจะเป็นมาตรการที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป.แต่แน่นอนว่าลำพังเพียงการปิดประเทศและจำกัดการพบปะของผู้คนนั้นไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น การมีมาตรการเช่นนี้ ต้องทำอย่างชาญฉลาดและได้ผลดีมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ลดผลกระทบด้านลบให้มากที่สุดเช่นกัน เราจึงเสนอเป็นแพ็คเกจมาตรการ โดยทำเป็นเช็คลิสต์ที่สำคัญๆ แบ่งเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ ที่ต้องทำทั้งก่อนและระหว่างการล็อกดาวน์ ได้แก่.1.มาตรการควบคุมโรค ปิดประเทศห้ามผู้ใดเดินทางเข้าออก ยกเว้นคนไทยเดินทางกลับประเทศที่ต้องมีการกักกันและคัดครอง.ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง ให้ใช้มาตรการ Strict Lockdown กักตัวในบ้านเข้มงวด ส่วนพื้นที่อื่นๆ ให้ปิดสถานที่เสี่ยงเหลือเพียงร้านของชำ ร้านขายอาหารและร้านยา.หยุดระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศ ยกเว้นการเดินทางส่งสินค้าจำเป็น อาหาร ยา และกรณีฉุกเฉินเท่านั้น.2.มาตรการด้านสาธารณสุข เร่งตรวจเชิงรุกมากขึ้น เพิ่มจำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด.เพิ่มเตียง เพิ่มอุปกรณ์ เตรียมโรงพยาบาลสนาม ระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอต่อสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายที่สุด.ซึ่งแน่นอน ที่กล่าวมาข้างต้นย่อมส่งผลกระทบมหาศาลต่อชีวิตความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชน ดังนั้นเราเสนอมาตรการทางกฎหมายและเศรษฐกิจที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย ได้แก่.3.มาตรการทางเศรษฐกิจ ล็อกดาวน์หนี้ ล็อกดาวน์ดอกเบี้ย ล็อกดาวน์ภาษี พยุงรายได้ และเสริมสภาพคล่อง.มาตรการการดูแลและเยียวยาผลกระทบที่กระทรวงการคลังเพิ่งออกมา เป็นไปเพื่อการเยียวยาย้อนหลังจากการปิดสถานประกอบการต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา โดยจะได้รับเงินเยียวยาประมาณต้นเดือนเม.ย. ซึ่งก็ถือว่าล่าช้าไปมากแล้ว แต่ถ้าเราจะล็อกดาวน์ที่จะกระทบคนในวงกว้างกว่านั้น การชดเชยแรงงานนอกระบบ 3 ล้านคนคงไม่เพียงพอ เพราะแรงงานนอกระบบทั้งประเทศนั้นมีถึง 9 ล้านคน (ที่ไม่นับรวมเกษตรกร) เราคงต้องเตรียมมาตรการชุดใหญ่ให้ครอบคลุม และทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงการเตรียมการขนส่งอาหาร และของใช้จำเป็น ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อเรามีงบประมาณเพียงพอ.แต่เนื่องจากงบกลางที่สำหรับใช้ในเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัตินั้นก็เหลือน้อยเต็มทีเพราะนำไปใช้แจกกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้าวิกฤตโควิดไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า พรรคก้าวไกลเสนอให้ออก พ.ร.บ.โอนงบฯ ย้ายงบลงทุน งบเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงต่างๆ มาเพื่อรับมือและแก้ไขวิกฤตโควิด-19 และ พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเสียก่อน.และแม้ว่าปัจจุบัน จะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้ว แต่การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่ารัฐบาลจะคุมการแพร่ระบาดของโรคและช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ เพราะประเด็นปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องอำนาจตามกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่เปิดเผยข้อเท็จจริง และไม่มีการวางแผนรับมือที่ดีพอ.สุดท้าย หวังว่ามาตรการที่เราเสนอจะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน และหวังว่าเราทุกคนจะร่วมมือกันฟันฝ่าผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี.#พรรคก้าวไกล #โควิด19 #COVID19 #พรกฉุกเฉิน

โพสต์โดย พรรคก้าวไกล – Move Forward Party เมื่อ วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2020

บทความก่อนหน้านี้ธปท. หั่นเศรษฐกิจไทยปีนี้ -5.3% ประเมินโควิด-19 ไม่ออก ชี้ดิ่งได้อีกหากเหมือนอิตาลี
บทความถัดไปไขคำตอบ ” มิเตอร์ไฟฟ้าพัง ! ” ใครรับผิดชอบ ? สนธิรัตน์ ตอบให้! ชี้ไม่เกี่ยวขอคืนเงินประกัน