ส.ว.หนุน ฝ่ายความมั่นคง ตัดไฟแต่ต้นลม อ้างทั้งประเทศไม่อยากถอยกลับวงจรอุบาทว์

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ระบุว่า

การชุมนุมทางการเมืองบนถนนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ฝ่ายความมั่นคงต้องไม่ประมาท แม้จำนวนของผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายไล่ลุงและฝ่ายเชียร์ลุงจะสูสีกัน ในหลักหมื่นต้นๆทั่วประเทศ. พอกันทั้งคู่ สิ่งที่เห็นชัดเจนจากปรากฎการณ์เริ่มต้นของ2ม็อบการเมืองจำแลง ถึงโอกาสต่อๆไปของที่จะเกิดความแตกแยกในสังคมไทยผ่านการสร้างความชังกันผ่านสื่อโซเชี่ยลที่ทำให้เกิดการแบ่งขั้วของคนต่างวัยแบบเดียวกับฮ่องกงโมเดล

ฝ่ายวิ่งแม้จะมีเบื้องหลังเป็นคนแก่แต่เบื้องหน้าผู้ชุมนุมเป็นเด็กgen y ที่มีสีสรรแบบยุคใหม่มีการสร้างอีเว้นท์แบบสะใจเด็กgen yมากกว่า ฝ่ายเดินเป็นคนสูงวัยส่วนใหญ่อายุใกล้เฉลี่ย60หรือมากกว่า ผ่านประสพการณ์การชุมนุมและวิกฤติการเมืองและการชุมนุมแบบปักหลักพักค้างมายาวนาน มีสีสรรแบบคลาสสิค

จากการไปสังเกตการณ์ด้วยตนเองในบางแห่งแม้เห็นว่าการชุมนุมทั้งสองฝ่ายเป็นไปในทางสันติสงบ และโอกาสจะสร้างความรุนแรงแบบเผาบ้านเผาเมืองหรือฆ่ากันด้วยอาวุธสงครามเอ็ม16 อาร์ก้าเอ็ม79 ยากที่จะเกิดขึ้น เว้นแต่จะปล่อยให้ลากกันไปสร้างความเกลียดชังกันไปจนสถานการณ์สุกงอม และกองกำลังชายชุดดำที่ถูกสั่งจากมือที่สามที่มองไม่เห็น จะรับคำสั่งให้ออกอาวุธสังหารประชาชนทุกฝ่ายเหมือนเหตุการณ์ เมษา 2553 อีกครั้ง

แต่ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ครับ นับแต่นี้ความเคลื่อนไหวของกิจกรรม ทุกความเคลื่อนไหวของคีย์แมนเป็นเรื่องที่หน่วยงานข่าวกรองหน่วยงานความมั่นคงของรัฐต้องติดตามทุกฝีก้าวครับ

กันไว้ดีกว่าแก้..ถ้าจะมีไฟต้องตัดแต่ต้นลมคนไทย ทั้งประเทศไม่อยากถอยกลับย้ำซ้ำวงจรอุบาทว์อีก

บทความก่อนหน้านี้บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ : กำแพงเบอร์ลิน… จาก 2 ฝั่งมหาอำนาจ สู่นครท่องเที่ยวเยอรมนี
บทความถัดไปชาวบ้านจ่อร้องผู้ตรวจฯ สธ.ทำลายอาชีพ ออกกฎซองยาเส้นต้องทำจากถุงพลาสติกอย่างเดียว