“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช. สอบ 13 ส.ส. 6 พรรค ครองที่ดิน ภ.บ.ท.5-ส.ป.ก.

“ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช. สอบ 13 ส.ส. 6 พรรค ครองที่ดิน ภ.บ.ท.5-ส.ป.ก. ขอค้านป.ป.ช.ให้ปารีณาแก้ตัวเลข เหตุมีพิรุธ บอก สัปดาห์หน้าลุยตรวจบัญชีทรัพย์สินเอ๋ซ้ำอีก จ่อยื่น เพิกถอนสิทธิ์-ยึดที่ดินส.ส.คืน

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวน สอบสวนเอาผิด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 13 คน จาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย ส.ส. จากพรรคอนาคตใหม่ 2 คน นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด

พรรคพลังประชารัฐ 2 คน คือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์

พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน คือ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี นายชินวร บุญเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช

พรรคภูมิใจไทย 3 คน คือ นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์

พรรคเพื่อไทย 3 คน คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน

และพรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน คือ นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เนื่องจากพบว่า ส.ส. เหล่านี้ได้ยื่นแบบแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อ 25 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้ยึดถือครอบครองที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5
ซึ่งที่ดิน ภ.บ.ท.5 นั้น เป็นเพียงเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภาษีดอกหญ้า) ซึ่งท้องถิ่นจะจัดเก็บ ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่เอกสารแสดงสิทธิครอบครองที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดินก็ยังคงเป็นของทางราชการอยู่ เพียงแต่อาจจะให้มีการใช้ประโยชน์ชั่วคราว แต่ไม่ถือว่าผู้ที่ใช้ประโยชน์นั้น เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งปัจจุบันมีคำสั่งกรมการปกครองเมื่อปี 2551 ได้สั่งให้ยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว เพราะปัญหา คือ ส่วนมากเป็นที่ป่าสงวน การแจ้งเสียภาษีก็แจ้งกันเองโดยไม่รังวัด บางรายครอบครองเป็นร้อยเป็นพันไร่ บุกรุกป่า ซึ่งที่ดินประเภทดังกล่าว ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด โดยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2519 กำหนดบรรทัดฐานไว้ว่า “ผู้ที่มีชื่อในใบเสร็จเสียเงินบำรุงท้องที่เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียภาษีเท่านั้น ไม่ใช่หลักฐานแสดงว่าผู้นั้นมีสิทธิครอบครอง”

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.นั้น ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 กำหนดไว้ชัดเจน ว่าผู้ที่จะมีสิทธิยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินปฎิรูป ต้องมีอาชีพเป็นเกษตรกรเป็นหลัก โดยมี พ.ร.ฎ. กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร 2535 ไว้โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 1. มีฐานะยากจน 2. ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม และ 3. บุตรของเกษตรกรที่มีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเท่านั้น ตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ ส.ส.ทั้ง 13 คนได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปรากฏโดยชัดแจ้ง ว่ามีทรัพย์สินและรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการขัดต่อ พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535 และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น ดังนั้น ส.ส.เหล่านี้ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือ ภ.บ.ท.5 ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืนให้รัฐ เพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเท่ากับว่าอาจมีเจตนาที่จะทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติอีกด้วย สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ทั้ง 13 คน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นที่ดินที่ได้รับมรดกมาจากสมัยรุ่นพ่อแม่จะเป็นข้ออ้างได้หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คุณสมบัติการเป็นเกษตรกรได้มีเงื่อนไขที่เขียนไว้ชัด และตนก็เชื่อว่า ส.ส. เหล่านี้บรรพบุรุษหรือพ่อแม่ก็ไม่ได้เป็นเกษตรกร ดังนั้นจะจริงหรือไม่ ต้องให้ ป.ป.ช.ไปตรวจสอบและไต่สวน ส่วนการได้มาก่อนที่จะเป็น ส.ส. ก็ไม่ใช่สิ่งที่เสียหาย แต่เมื่อมาเป็น ส.ส.แล้ว จะถือว่าคุณสมบัติในการที่จะได้ที่ดินมาขาดไปโดยปริยาย ดังนั้นต้องคืนที่เหล่านี้กลับไปให้ทางราชการ แต่เขาไม่คืน แต่ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมา ซึ่งก็เข้าข่ายความผิด และไม่ต่างอะไรกับเกษตรกรอีกหลายคนที่ถูกป่าไม้บุกจับในช่วงของการทวงคืนผืนป่า

“แม้เกษตรกรจะทำประโยชน์มายาวนาน ปลูกต้นไม้ ปลูกยางพารา หน่วยงานราชการ กรมป่าไม้ก็ไปถากถางต้นไม้ชาวบ้าน โดยอ้างว่าเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย อย่ามีสองมาตรฐาน มาตรฐานนักการเมืองอย่างหนึ่ง มาตรฐานประชาชนทั่วไปอีกอย่างหนึ่ง อย่างนั้นไม่ได้ เรื่องเหล่านี้ ส.ส. ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของประชาชน จึงไม่ควรมายึดครอบครองที่ดินเหล่านี้ และเมื่อไปดูในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ก็พบว่า ส.ส. เหล่านี้ไม่ได้มีที่ดินเฉพาะที่เป็น ภ.บ.ท.5 มีที่โฉนด ที่ น.ส.3 อีกเยอะแยะมากมายที่ถูกกฎหมาย แต่เมื่อมี ภ.บ.ท.5 ส.ป.ก. ก็ควรจะคืนให้กับราชการเพื่อไปจัดสรรให้กับ คนยากคนจน อย่างนี้จึงจะถือว่าเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพ เป็น ส.ส.ที่ดีเป็นตัวแทนของประชาชนที่ดี”นายศรีสุวรรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า จะยื่นขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพปชร. เพิ่มเติม โดยจะขอตรวจสอบว่าการที่นางสาวปารีณาอ้างว่า แจ้งบัญชีทรัพย์สินโดยเฉพาะที่ดินที่มีปัญหาคลาดเคลื่อนเป็นอย่างไร ถ้าเป็นความผิดพลาดในเรื่องตัวเลข หรือจุดทศนิยม ของยอดจำนวนทรัพย์สินพอเข้าใจได้ และที่สำคัญควรต้องพบความคลาดเคลื่อนก่อนที่จะมีการตรวจสอบ แต่กรณีนี้ยื่นเอกสารต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่ 25 พฤษภาคม 2562 แต่ขณะนี้ระยะเวลาเกินมา 6-7 เดือนแล้ว พึ่งมารู้ว่าคลาดเคลื่อน
“มารู้เมื่อมีการตรวจสอบเกิดขึ้น มีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบและรังวัด จึงรู้ว่าที่ดินที่อ้างว่าที่ดิน 1,706 ไร่ มีเพียง 600-700 ไร่ การที่เขียนไว้เกินจำนวนมากมีวัตถุประสงค์ คลาดเคลื่อน หรือแอบแฝงอื่นอยู่หรือไม่ เช่น เขียนสูงไว้ก่อนหากไม่มีใครไปตรวจสอบ ก็จะไปกว้านหาที่ดินอื่นมา ดังนั้น ป.ป.ช. ต้องพิจารณาว่าพฤติกรรมเหล่านี้ ถือว่าเป็นการจงใจหรือไม่ แต่ส่วนตัวของผมเห็นว่าเป็นการจงใจชัดเจน” นายศรีสุวรรณ จะรอดูว่า ป.ป.ช.จะอนุญาตให้นางสาวปารีณา มีการแก้ไข บัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งก็พร้อมที่จะทำหนังสือคัดค้าน หาก ป.ป.ช. อนุญาตและขอดูเอกสารของ ป.ป.ช.ก่อน ส่วนกรณีที่อ้างว่าไปเช่าที่ดินจากเกษตรกรนั้น เห็นว่า ส.ส.ทั้งหมด ที่ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และ สปก. ไม่มีคุณสมบัติใดที่จะสามารถทำได้ แม้จะอ้างเรื่องการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ จากการยึดถือครองเป็นเช่า กฎหมายก็ไม่เปิดช่องไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น สปก. หรือรัฐมนตรีคนใดอนุมัติ อนุญาตให้นักการเมืองเหล่านี้ไปเช่าได้ ก็อาจจะเข้าข่ายเอื้อประโยชน์กัน ซึ่งถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ ในสัปดาห์หน้า จะเดินทางไปยื่นเอกสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนสิทธิ์ และยึดที่ดินของ ส.ส.กลับคืน

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : เปิดเปลือย รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เปิดเปลือย ประยุทธ์ พลังประชารัฐ
บทความถัดไปวิษณุ” เดาอะไรไม่ถูก ทำไม“อานันท์” ร่วมฟังเวที “ธนาธร” พูด