รัฐสวัสดิการ แก้เหลื่อมล้ำ ‘มาร์ค’ชี้บัตรคนจนไม่ตอบโจทย์ ‘ธนาธร’สกัดทุนผูกขาด

รัฐสวัสดิการ ‘ธนาธร’มั่นใจทุกพรรคชู มาร์คชี้เป็นเรื่องเร่งด่วน บัตรคนจนไม่ตอบโจทย์

รัฐสวัสดิการ เพื่อความเท่าเทียม– วันที่ 29 พ.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารเรียนรวม 5 ชั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จัดงานเสวนาวิชาการ“การสร้างรัฐสวัสดิการ ผ่านการเลือกตั้งปี 62” เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และข้อคิดเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ เกี่ยวกับการสร้างรัฐสวัสดิการ โดยเชิญตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้

-เพื่อไทยชี้ไทยเน้นเอกชน-คนจนถูกละเลย

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รายได้ของไทยอยู่ในกลุ่มปานกลางและติดกับดักนี้มากนานกว่า 20 ปี โดยเกิดจากปัญหา 3 ข้อคือ ขาดความมั่นคงทางการเมือง 2.ด้านเศรษฐกิจ เอกชนต้องสามารถเคลื่อนตัวได้เร็ว มีข้อจำกัดจากรัฐลดลง เสียภาษีน้อย ภาครัฐมีขนาดเล็ก และ 3. ทุนมนุษย์ต้องได้รับการพัฒนา มีสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานที่ดี แต่อัตราภาษีมาก ภาครัฐมีขนาดใหญ่

ข้อ 2-3 ค่อนข้างขัดแย้งกัน แต่ไทยเลือกข้อ 2 คือเน้นภาคเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราภาษีเงินได้ต่ำ ภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำ คนจนถูกละเลย ไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ไม่ได้รับสวัสดิการที่เพียงพอ

15 ปีที่ผ่านมาอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำของคนไทยเพิ่มขึ้น 2 เท่า ขณะที่กำไรของกลุ่มทุนเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนในประเทศ

-ธนาธรชี้5ปัญหา-แนะสกัดกลุ่มทุนผูกขาด

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงมุมมองที่เชื่อมโยงกับปัญหารัฐสวัสดิการ 5 ข้อ คือ 1.สวัสดิการไม่เคยได้มาจากการร้องขอ ส่วนใหญ่ได้มาจากการต่อสู้ของสามัญชนทั่วไป 2.การจะได้มาต้องเดินไปกับการพัฒนาประชาธิปไตย เมื่อประชาชนไม่มีความมั่นคงในชีวิต คงไม่มีพลังที่จะไปคิดพัฒนาชาติและสังคม

3.ไทยมีทรัพยากรเพียงพอจะสร้างรัฐสวัสดิการที่ดี การพัฒนาประเทศนับแต่ 60 ปีที่ผ่านมา ทรัพยากรธรรมชาติถูกนำไปใช้สร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มคนไม่กี่กลุ่ม ขณะที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานทำงาน 74 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ยังไม่มีเงินเก็บ ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ แต่กลุ่มทุนกลับรวยขึ้น ดังนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ทรัพยากรไปใช้กับคนกลุ่มไหน

4.รัฐสวัสดิการคือการปลดปล่อยศักยภาพของประชาชนและประเทศ สวัสดิการไม่ใช่เรื่องของจนหรือรวย แต่คือการสร้างให้คนเท่ากัน คนจะดึงศักยภาพมาใช้ได้ยามท้องอิ่ม และ 5.ต้องทำลายโครงสร้างไม่เป็นธรรมที่ค้ำยันสังคมไทยอยู่ ไม่ว่าโครงสร้างเหล่านี้จะเป็นกลุ่มทหาร กลุ่มทุนผูกขาด หรือกลุ่มคนอภิสิทธิ์ชน กลุ่มเหล่านี้จะเป็นผู้เสียประโยชน์จากรัฐสวัสดิการ และกดทับประเทศไทยอยู่ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการนำเสนอสวัสดิการเข้ามาสู่การเลือกตั้งทุกพรรคแน่นอน และเพิ่มมากกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา

-มาร์คชี้บัตรคนจนไม่ตอบโจทย์ความเท่าเทียม

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่าการที่ไทยเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย สัดส่วนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 อีกเพียงไม่กี่ปีอาจเพิ่มไปถึงร้อยละ 30 สรุปคือคนไทยกำลังจะแก่ก่อนรวย นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทำให้ความมั่นคงในชีวิตและอาชีพลดน้อยลง จึงจำเป็นเร่งด่วนที่ระบบสวัสดิการต้องเกิดขึ้น

การแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่ทุกมาตรการที่จะเข้ามาสนับสนุนระบบสวัสดิการ ยกตัวอย่างการมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตอบโจทย์ระบบสวัสดิการได้หรือไม่ หลายคนมองว่าไม่ใช่ แต่หลักของระบบนี้ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิของพลเมืองที่จะได้รับโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่รัฐบาลอยากให้ การบริการทั้งหลายต้องมีถ้วนหน้า ทุกคนมีสิทธิทุกคนต้องได้รับ และควรมีระบบมีหลักเกณฑ์ว่าควรจะได้เท่าไรอย่างไร

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้“FFFE” ยื่นจม.เปิดผนึกถึง กกต.มีจุดยืนทำเลือกตั้งเสรี-เป็นธรรม หยุด คสช.แทรกแซง
บทความถัดไปล้วงลึก! ‘หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ’ กับคำถามที่หลายคนสงสัย แบงก์ร้อยในแบงก์พันระบอบทักษิณ ?