อุรุดา โควินท์ / ทางรอดอยู่ในครัว : รสมือแม่เพื่อน

อุรุดา โควินท์

ฉันบอกแตมว่า ฉันกินอะไรไม่อร่อยมาหลายวัน ไม่รู้เพราะร้อนไปหรือเป็นเพราะอยู่บ้านนานเกินไป

ฉันกินข้าววันละสามมื้อ แต่ในปริมาณที่น้อยลง ฉันไม่อยากกินขนมเลย และที่ฉันไม่เคยเบื่อ คือกาแฟ

“เธอจะผอมไปกว่านี้ไม่ได้แล้วมั้ย” แตมว่า

ฉันหัวเราะ “อยากกินให้เยอะกว่านี้นะ แต่บางทีมันก็เบื่อกินจริงๆ”

“เบื่อข้าวเจ้าก็กินข้าวเหนียว ถ้าเบื่อทั้งสองอย่างก็กินขนมปัง”

“แล้วถ้าเบื่อทั้งหมดล่ะ” ฉันถาม

เธอหยุดคิดราวสามวินาที แล้วคว้าแขนฉัน

“ไปกินข้าวบ้านเรา”

 

ฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์เธอไปอย่างงง ราวสิบนาทีก็ถึงบ้านเธอ ลงรถปุ๊บ เธอตะโกนถามแม่ “กินข้าวได้หรือยังแม่”

“มีน้ำพริกจิ้นหมู แต่ยังไม่เสร็จ รอก่อน ข้าวนึ่งแล้ว” แม่ตอบ

แตมหันมาทางฉัน “บ้านเราใกล้แค่นี้ เบื่อกับข้าวบ้านตัวเอง หรือขี้เกียจทำ มากินกับแม่เราได้ เรามาบ่อย”

แตมแต่งงานมีครอบครัว มีลูก และซื้อบ้านอยู่แถวๆ สนามบิน เธอบอกว่า เวลาที่เธอไม่รู้จะกินอะไร ทำเองก็ขี้เกียจ กินร้านไหนก็ไม่อร่อย เธอมักคิดถึงฉัน หรือไม่ก็คิดถึงแม่

“ตั้งใจมากินข้าวบ้านเธอเต็มที่” แตมว่า “ซื้อไก่ย่างมา แต่เห็นเธอเบื่ออาหาร ก็เลยพามาบ้านแม่”

แค่ได้มานั่งใต้ถุนบ้าน และลูบหัวหมาน้อย ฉันก็รู้สึกอยากกินข้าวขึ้นมานิดๆ

“เป็นไปได้มั้ย ว่าฉันหมกตัวอยู่ในบ้านนานเกินไป” ฉันถาม

“แน่นอนสิ อย่างฉันยังได้ไปทำงาน แต่เธอทำงานที่บ้าน” แตมว่า

ฉันทำงานที่บ้านมาหลายปี ไม่รู้สึกเบื่อ เพราะบางทีเราก็ขับรถไปเที่ยวต่างอำเภอ ไปดื่มกาแฟ ไปซื้อผักที่แม่สาย หรือไปกินอาหารอินเดียกันบ้าง แต่สองเดือนที่ผ่านมานี้ ฉันอยู่บ้านกับไปตลาดเท่านั้นจริงๆ ซึ่งมันทำให้พลังงานของฉันลดลงไปมาก

“ความเบื่อก็ส่งผลต่อความอยากอาหารโนะ” ฉันบอกเธอ “เราขี้เกียจออกไปข้างนอกน่ะ ไปก็ต้องคอยล้างมือ วัดอุณหภูมิ ใส่หน้ากาก รู้สึกไม่ผ่อนคลาย ก็เลยไปเท่าที่จำเป็น”

อย่างช้าๆ ฉันทำงานได้น้อยลง และกินน้อยลง ทั้งๆ ที่มีเวลามากขึ้น

“มาบ้านแม่ฉันได้ตลอดนะ” แตมบอก

 

เราเดินเข้าครัวของแม่ ได้กินพริกย่าง หอมย่าง กระเทียมย่าง หอมคลุ้งไปทั้งครัว

“ให้ช่วยมั้ยคะ” ฉันถามแม่

“เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว แม่ว่าจะทอดหมูอีกอย่าง แตมพาเพื่อนไปเก็บผักหน้าบ้านแล้วกัน จะกินอะไรก็เก็บมา”

น้ำพริกจิ้นหมูก็คล้ายน้ำพริกหนุ่ม ใช้พริกย่าง หอมย่าง กระเทียมย่าง ตำให้แหลก แล้วค่อยใส่หมูสับต้มสุก

แม่กำลังปอกพริก เบามือแต่คล่องแคล่วนัก

“แม่ไม่ต้องทอดหมูแล้วนะ แตมซื้อไก่ย่างมา” แตมบอกแม่

“น้องกินปลาร้าได้มั้ย” แม่ถามฉัน

ฉันรีบพยักหน้า “สบายมากค่ะแม่ ใส่เต็มที่เลย”

เราเดินไปเก็บผักด้วยกัน มีกระถิน ยอดมะกอก ผักชีลาว ผักกาด ฉันชอบยอดมะกอก จึงเก็บมากเป็นพิเศษ

“น้ำพริกจิ้นหมูของแม่เราใส่มะเขือเทศย่างด้วยนิดหน่อย มีรสเปรี้ยวนวลๆ ใส่น้ำปลาร้าต้มสุก แล้วก็ใส่เกลือ แค่นั้นเลย” แตมบอกฉัน

“แม่ปลูกผักเองเหรอ” ฉันถามเธอ

แตมหัวเราะ ส่ายหัวดิก “ของบ้านอื่นทั้งนั้น ที่เราเก็บมาเนียะ แม่แก่เล้ว เราไม่อยากให้ทำ”

อ้าว ฉันไม่รู้ เก็บซะเยอะเลย

แตมเห็นหน้าฉัน เธอก็หัวเราะ “เก็บไปเถอะ กินได้ทั้งซอย คนแถวนี้ปลูกผักไว้หน้าบ้าน ก็หมายความว่า ใครจะเก็บกินก็ได้”

ดีจังเลย อยู่ห่างบ้านฉันไม่มาก แต่ต่างกันลิบลับ ในซอยบ้านฉันไม่มีอะไรให้เก็บกิน จำได้ว่าเมื่อก่อนมีกระถินขึ้นเองอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ก็ถูกโค่นหมดแล้ว

“อยากย้ายมาอยู่แถวนี้จัง เราจะปลูกผักหน้าบ้านด้วยคน ปลูกสองสามชนิด แต่กินได้ทั้งซอยเลยโนะ”

เราเพิ่งเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะชอบสมุนไพรเป็นพิเศษ หน้าบ้านมีกะเพรา โหระพา พริก สะระแหน่ งามทุกต้น น่ากินทุกสิ่ง

 

ได้ผักพอแล้ว เราเดินกลับเข้าบ้าน แตมชี้แปลงผักกาดเล็กๆ หน้าบ้านเธอ “อันนี้น่ะ พี่ก้อยบ้านข้างๆ มาปลูก เขาเสียดายดิน ที่นี่ดินดีมากนะ”

แตมเอาผักไปล้าง จัดลงจาน แล้วเธอก็ยกผักมารวมกับน้ำพริกที่โต๊ะใต้ถุนบ้าน

น้ำพริกของแม่น่ากินมาก โรยต้นหอมผักชีด้วย คำว่าเบื่ออาหารหายวับไปทันที

ข้าวเหนียวอุ่นๆ นุ่มๆ ปั้นไม่ติดมือ ฉันตักน้ำพริกแบ่งใส่จาน เอาข้าวเหนียวจิ้ม ตามด้วยผัก

อืม… อร่อยมาก หอมพริกย่าง กระเทียมย่าง เปรี้ยวนวลๆ เผ็ดพองาม เค็มกำลังดี และมีหมูสับติดมัน

แม่อมยิ้ม “อร่อยใช่มั้ยน้ำพริก”

ฉันพยักหน้า “มากค่ะ”

“ถึงว่า ไม่ยอมกินไก่เลย” แม่ว่า

จริงด้วย ฉันยังไม่ได้หยิบไก่สักชิ้น “เจอน้ำพริกแม่เข้าไป ไม่สนใจไก่เลยค่ะ”

“ไว้มากินอีกนะ แตมไม่มา ลูกก็มาได้ ไม่ต้องเกรงใจ” แม่บอก

ฉันยิ้มหวาน ใจจริงน่ะ ฉันอยากมาหาบ้านในซอยนี้อยู่เลยด้วยซ้ำ

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้คณะก้าวหน้าชายแดนใต้เปิดเวทีถกอุ้มหาย ชวนจับตาร่าง พ.ร.บ.ยื่นเข้าสภา 8 ก.ค.
บทความถัดไปเดินตามดาว 29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2563 : โดย ปุสาคโม