ครัวอยู่ที่ใจ l ทางรอดอยู่ในครัว : เมนูฉุกเฉิน / อุรุดา โควินท์

อุรุดา โควินท์

 

 

ทางรอดอยู่ในครัว

: เมนูฉุกเฉิน

 

แผนของเราคือ พาท้าวฮุ่งไปอาบน้ำ ซึ่งใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง ระหว่างนั้น เราจะจ่ายตลาด เราไม่เคยไปตลาดล้านเมือง แต่เราจะลอง ฉันชอบที่ทางเดินกว้าง ไม่ต้องเบียดคน ถ้าไปตอนสาย ตลาดยิ่งโล่ง

ต้องระวังมากขึ้น เพราะเท่าที่รู้จากแม่ค้า จากซัน คนทำงานในตลาดติดโควิดมากขึ้น รวมทั้งคนงานในร้านอาหารหลายร้าน

ซันบอกว่า แรงงานพม่าส่วนใหญ่อาศัยในห้องพักเล็กๆ ห้องละหลายคน หากคนหนึ่งติด ก็ยากที่คนอื่นจะรอด

ถามว่าในเชียงรายมีแรงงานพม่าเยอะแค่ไหน ฉันตอบง่ายๆ ว่า เราใช้แรงงานพม่าเป็นส่วนใหญ่ และพวกเขาเข้าไม่ถึงวัคซีน

ฉันแทบไม่ออกไปไหน แทบไม่เจอใคร แต่ตลาดเป็นเรื่องจำเป็น และตลาดล้านเมืองตอนเที่ยงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

เขาเดินกลับมาบอก “หมอต้อมกำลังผ่าตัด อาบน้ำยังไม่ได้”

ทุกครั้งเราจะโทร.มาก่อน และทุกครั้งหมอว่าง มีก็แต่วันนี้ ที่เราคิดว่าไม่โทร.ก็ได้ และบังเอิญหมอกำลังผ่าตัด

เราชอบให้ท้าวฮุ่งอาบน้ำที่นี่ สะอาด ราคามิตรภาพ หมออาบเอง ดูแลใส่ใจอย่างดี เช็ดหูให้ บีบต่อมก้นให้

เป็นอันว่าเปลี่ยนแผน เอาฮุ่งกลับไปไว้ที่บ้านก่อน

“มันจะงงมั้ย มันจะโอเคมั้ย” ฉันกังวล

“ไม่โอเคก็ต้องโอเค เดี๋ยวเอาเก้าอี้กั้นประตู แล้วล็อกประตูอีกที”

ฮุ่งยังไม่ชินกับบ้านใหม่ ไม่ชอบอยู่ตัวเดียว ถ้าไม่มีเก้าอี้กั้นประตูกระจก ฮุ่งจะตะกายประตู โดยหวังว่าเราจะเปลี่ยนใจ เอามันไปด้วย หรืออยู่บ้านกับมันสักคน

เราไม่เปลี่ยนใจ เราเชื่อว่าฮุ่งออกมาไม่ได้ แต่เราไม่อยากให้ประตูเป็นรอย

 

เก็บฮุ่งเรียบร้อย เราดิ่งไปตลาด ในแผนของเรา มีอาหารรัสเซียสอง-สามจาน แกงเนื้อ ขนมจีนซาวน้ำ ที่เหลือค่อยไปคิดหน้างาน

เท่าที่เคยไปแบบผ่านๆ ตลาดล้านเมืองมีเขียงเนื้อวัวที่ดูดีมาก เราจึงคิดเมนูที่มีเนื้อวัวเป็นหลัก

นอกจากเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล ก็มีละลานตา เป็นตลาดที่เหมาะจะกักตุนเนื้อสัตว์อย่างแท้จริง

ปรากฏว่าวันนี้มีขายทุกเนื้อสัตว์ รวมทั้งอาหารทะเล ปลาน้ำจืด แต่แผงขายเนื้อว่างเปล่า

วันพระไม่มีเนื้อขาย แม่ค้าไก่บอก

ฉันคิด วันพระไม่ฆ่าวัว แต่ฆ่าไก่ หมู ปลา หอย และอื่นๆ ได้สินะ

เอาเถอะ แทนคำขอบคุณที่เธอช่วยบอกฉัน ฉันซื้อไก่ของเธอหลายส่วน รวมทั้งโครงไก่ด้วย มื้อกลางวันและเย็นของเราต้องเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่แล้วล่ะ

เดินสำรวจตลาดอีกหนึ่งรอบ ฉันได้คำตอบว่ามีแต่เนื้อสัตว์ที่น่าซื้อ ผักและอื่นๆ ฉันขอไปตลาดศิริกรดีกว่า

ระหว่างที่เราเดินทางไปอีกตลาด ฉันย้ำกับตัวเอง เราไม่อาจกินตามใจในสถานการณ์ไม่ปกติ

 

กลับถึงบ้าน ฉันตั้งเตาเป็นอันดับแรก ต้องการเวลาเคี่ยวซุป ใช้โครงไก่ หัวผักกาด หอมหัวใหญ่ หย่อนรากผักชี และปลาหมึกแห้งสักตัวลงไป พอน้ำเดือด ฉันลดไฟลง ช้อนฟองออก และเติมเกลือ

เราซื้อมาทั้งเส้นบะหมี่และก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ซึ่งถ้ามันเหลือ ฉันจะเก็บไว้ผัดในวันรุ่ง

ฉันชอบก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกน้ำใส ที่เคยกินในนครปฐม ดูเรียบง่าย แต่ไม่ได้ทำง่ายนัก ครั้งแรกที่ฉันทำถือว่าล้มเหลว ไก่ต้มเมื่อพักไว้รอกิน กลายเป็นแห้งกระด้าง ไม่อร่อยเอาเลย

ฉันเพิ่งนึกได้ว่า ไก่ต้มของแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว แม้จะต้มให้สุก แต่แช่อยู่ในน้ำซุปเสมอ ครั้งนี้ฉันจะทำแบบนั้นบ้าง

แยกต้มอกไก่อีกหม้อ ใช้น้ำน้อย ใส่เกลือนิดหน่อย หลังไก่สุก ฉันปล่อยให้ไก่อยู่ในหม้อกับน้ำแบบนั้น

สำหรับฉัน ความอร่อยของก๋วยเตี๋ยว ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบเล็กๆ อย่างถั่วลิสงคั่ว พริกแห้งคั่ว

ระหว่างรอซุป มีเวลาเหลือเฝือที่จะคั่วถั่ว คั่วพริก และเจียวกระเทียม

ใช้กระเทียมไทย เจียวให้พอดี แล้วแช่ไว้ในน้ำมัน เพราะเราใช้น้ำมันกระเทียมเจียวด้วย

เตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็แค่ตัดสินใจ -จะกินเส้นอะไร แบบน้ำหรือแบบแห้ง

เราใจตรงกัน เลือกแห้งเป็นมื้อแรก มื้อเย็นค่อยกินก๋วยเตี๋ยวน้ำ

“เส้นบะหมี่แล้วกัน” ฉันบอกเขา

ตั้งหม้ออีกใบ ลวกบะหมี่

บะหมี่ได้มาเป็นก้อน มีแป้งติดอยู่ ฉันจับมันมาคลายตัว เขย่าเอาแป้งออกให้มากที่สุด ครั้นน้ำเดือด ก็เอาบะหมี่ลงลวก บะหมี่สุก รีบช้อนขึ้นมาล้างน้ำเย็น สะเด็ดน้ำออก และก่อนลงถ้วย ก็อุ่นเส้นอีกทีในหม้อน้ำซุป

เอาเส้นร้อนๆ เทลงชามใหญ่ รองก้นชามด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลนิดหน่อย หยอดน้ำมันกระเทียมเจียวคลุกเส้นให้เข้ากัน แบ่งเส้นเป็นสองส่วน จัดลงสองชาม ลวกถั่วงอกโรยหน้านิด ต้นหอมผักชีซอยหน่อย

ทีนี้ก็ฉีกไก่ต้มลงถ้วยเยอะๆ ฉันลองชิมแล้ว ได้ไก่อร่อยชุ่มฉ่ำเมื่อเราแช่น้ำซุปไว้ โรยเครื่องปรุงข้างๆ มะนาวฝานสักชิ้น มีซุปอีกคนละถ้วย

แค่นี้ก็เรียบร้อย

 

โอเค…ไม่ต้องสรรหาก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ไหนกิน ถ้าใส่ใจกับเครื่องปรุง ย่อมมีก๋วยเตี๋ยวอร่อยในบ้าน

ต้นทุนหนึ่งหม้อร้อยกว่าบาท กินได้สองมื้อล้นๆ แถมยังเหลือเส้นไว้ผัดอีกบานเบอะ

เอาน่า ถึงแผนเดิมจะล่ม แผนฉุกเฉินของเราก็ได้ผลดี น่าพอใจมากเลยล่ะ