การเมืองเรื่องวัคซีนในมุมมอง ‘หนุ่มเมืองจันท์’

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

หนุ่มเมืองจันท์

www.facebook.com/boycitychanFC

 

 คิดต่างมุม

ติดตามข่าวเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาลแล้วรู้สึกเหมือนกับชื่อหนังสือของใครก็ไม่รู้

“โลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียว”

ผมชื่นชมคุณหมอและกระทรวงสาธารณสุขอย่างมากในช่วงการต่อสู้กับสงครามโควิด-19 มาเป็นเวลายาวนาน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อ คนเสียชีวิตของไทยถือว่าดีมาก

เป็นอันดับที่ 4 ของโลก

หมอไทยเก่งจริงๆ

ระบบสาธารณสุขของไทยได้พิสูจน์อีกครั้งว่าเมื่อเจอกับโรคระบาด เราเอาอยู่ทุกครั้ง

ตั้งแต่สงครามธรรมดาระดับไข้หวัดนก ซาร์ส

หรือระดับสงครามโลกอย่าง “โควิด-19” ในวันนี้

การต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 เหมือนกับการทำสงครามกับศัตรูที่เรามองไม่เห็น

มีหนทางเดียวที่ยุติสงครามครั้งนี้ได้คือ “วัคซีน”

ถ้าเราค้นพบวัคซีนได้เมื่อไร และทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน

ถือว่าเราชนะสงครามโลกโควิด-19

จะเหลือแค่การรบในพื้นที่ประปรายเท่านั้น

“วัคซีน” จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ถ้าจำกันได้ตอนที่เกิดโควิด-19 เมื่อต้นปีที่แล้ว

คุณหมอหลายคนบอกว่าการค้นพบวัคซีนและนำมาใช้ได้ต้องใช้เวลานาน

กลางปี 2564 หรือปลายปีจึงจะได้ฉีด

เพราะแต่ละขั้นตอนของการทดสอบวัคซีนต้องใช้เวลานาน เพื่อให้คนปลอดภัยที่สุด

แต่ผมเคยทำนายเล่นๆ ในรายการ The power game ว่าวัคซีนจะใช้เวลาไม่นานขนาดนั้น ภายในปลายปี 2563 วัคซีนน่าจะใช้ได้

ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องวัคซีนอะไรเลยครับ

แต่ผมคิดในมุมทางการเมือง

ในขณะที่คุณหมอส่วนใหญ่จะคิดตามขั้นตอนปกติของการผลิตวัคซีน

แต่ผมเชื่อว่าผู้นำประเทศมหาอำนาจทั้งหลายโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ไม่มีทางจะปล่อยให้คนในประเทศล้มตายเพราะไวรัสไปเรื่อยๆ

เขาจะต้องหาทางลัดขั้นตอน

ทำอย่างไรให้วัคซีนใช้ได้เร็วที่สุด

วัคซีนที่ออกมาในตอนนี้จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะป้องกันไวรัสโควิด-19 นานเท่าไร

6 เดือน 9 เดือน หรือ 1 ปี ไม่มีใครรู้

เพราะถ้าจะรอให้รู้ผลต้องใช้เวลาเป็นปี

ไม่มีใครรอหรอกครับ

ตอนนี้ขอให้มีคุณสมบัติป้องกันไวรัสโควิด-19 และคนฉีดไม่มีผลกระทบข้างเคียงที่รุนแรงก็พอแล้ว

ฉีดเลย

จะป้องกันได้นานเท่าไร เอาไว้ก่อน

วัคซีนป้องกันไวรัส-19 จึงเกิดขึ้นเร็วเพราะ “การเมือง”

“ผู้นำ” ต้องกล้าตัดสินใจ

 

เหมือนกับตอนที่เกิดไวรัสโควิด-19 ใหม่ๆ เราต้องชั่งกันระหว่างเรื่องเศรษฐกิจกับสาธารณสุข

รัฐบาลเลือก “สาธารณสุข” นำ

เขาจึงคุมเข้ม ล็อกดาวน์ ขู่เรื่อง “การ์ดตก” ตลอด ไม่ปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามา

ผลที่ได้รับก็คือ เราได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่ควบคุมไวรัสโควิด-19 อันดับที่ 4 ของโลก

แต่เศรษฐกิจของไทยทรุดหนักมาก

เทียบกับประเทศในอาเซียนทั้งหมด จีดีพีของไทยต่ำสุด

ได้อย่าง เสียอย่าง

แต่พอมาถึงวันนี้ที่ค้นพบ “วัคซีน” ได้แล้ว

เรายังบริหารแบบเดิม

ในมุมของคุณหมอ ไม่ได้ผิดอะไร

เขาพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทย

วัคซีนที่ปลอดภัยและถูกที่สุด

หรือการที่ดึง “แอสตร้าเซนเนก้า” ให้ใช้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ผลิตวัคซีนในเมืองไทย

ถ้าไม่เอาประเด็นว่าเป็นบริษัทของใคร และรัฐบาลเอาเงินไปจ่ายค่าเครื่องจักรแทนเอกชน

ยุทธศาสตร์นี้ดีมาก

เพราะการมีโรงงานผลิตวัคซีนในเมืองไทยถือเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงเรื่องวัคซีนของไทย

แต่การที่รัฐบาลคิดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในเมืองไทยไม่ได้รุนแรงเหมือนประเทศอื่นๆ

เราจึงไม่ต้องรีบร้อน

“เราไม่ยอมให้คนไทยเป็นหนูทดลอง”

ประโยคนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์. จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชัดเจนที่สุด

เป็นการบอกจุดยืนของรัฐบาลว่าเราไม่รีบ ให้คนชาติอื่นทดลองวัคซีนไปก่อน

ในมุมด้านการแพทย์ไม่ได้ผิดอะไร

แต่ในการบริหารประเทศที่ต้องชั่งกันระหว่างมุมสาธารณสุขกับเศรษฐกิจ

ผิดมาก

 

ตอนเริ่มสงครามไวรัสโควิด-19 ใหม่ๆ

รัฐบาลเลือก “สาธารณสุข”

ผลที่ออกมาถือว่าใช้ได้ การควบคุมโรคเราเอาอยู่

แม้เศรษฐกิจจะหนักหนาสาหัสทีเดียว

แต่พอมาถึงช่วง “วัคซีน” ผมว่าต้องคิดใหม่แล้วครับ

เพราะ “วัคซีน” มีความสำคัญเรื่อง “เศรษฐกิจ”

โดยเฉพาะประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวจากต่างชาติ

รายได้จากการท่องเที่ยวไทยสมัยเฟื่องฟูเดือนละ 2.5 แสนล้านบาทนะครับ

“เวลา” จึงมี “ราคา” มาก

ถ้าฉีดครบได้เร็วขึ้น 1 เดือน รายได้เข้าประเทศเร็วขึ้น 1 เดือน

คนเป็น “นายกรัฐมนตรี” ก็เหมือนกับ “ซีอีโอ” ของบริษัท

ในบริษัท ฝ่ายบัญชีกับฝ่ายการตลาดมักขัดแย้งกัน

เพราะ “จุดยืน” ของ 2 ฝ่ายแตกต่าง

บัญชีจะคิดถึง “ต้นทุน”

การตลาดจะคิดเรื่อง “ยอดขาย”

ในบางสถานการณ์เราต้องเลือก “ต้นทุน” แต่บางเวลาก็ต้องคิดเรื่อง “ยอดขาย”

กรณีของ “วัคซีน” ประเทศที่มีเงินเพียงพอจะพยายามหาทุกช่องทางในการซื้อวัคซีน

ทั้งซื้อตรง และเข้าโครงการ Covax

ซื้อให้เยอะที่สุด แพงหน่อยก็ยอม

แต่เมืองไทยจะคิดเรื่อง “ราคา” เป็นหลัก จนลืมเรื่อง “เวลา”

คุณหมอไม่ผิด เพราะคิดในมุมของสาธารณสุข

แต่ความผิดอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนตัดสินใจ

นักบริหารที่เก่งแค่เห็นบัญชีฝั่งรายรับแล้วว่าถ้าฉีดวัคซีนได้เร็ว เราจะมีรายรับเดือนละ 2.5 แสนล้านบาท

แต่ค่าใช้จ่ายเรื่องวัคซีนที่พูดกันอยู่แค่หลักหมื่นล้าน

เรื่องแบบนี้ตัดสินใจง่ายมากเลย

แค่ให้นโยบายกับคุณหมอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ต้องให้น้ำหนักเรื่อง “ราคา” มากนัก

ซื้อมาเยอะๆ จ่ายแพงหน่อยก็ได้

แต่ขอให้เร็ว

ถ้าคุณหมอได้นโยบายแบบนี้จะได้ตัดสินใจง่ายเลย

คิดเล่นๆ นะครับ

เมืองภูเก็ต เคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละ 10 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศ 4 แสนล้านบาท

ประชากรภูเก็ตมี 4 แสนคน

ถ้าฉีดวัคซีนให้คนภูเก็ตก่อน ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมั่นใจว่าเป็นเมืองปลอดโควิด-19

รายได้จากการท่องเที่ยวของภูเก็ตแค่จังหวัดเดียว 1 ปี ซื้อวัคซีนได้คนทั้งประเทศได้เลย แบบเหลือๆ

รัฐบาลต้องคิดเรื่อง “วัคซีน” ใหม่ครับ

ตอนนี้คนไทยไม่ได้ตายเพราะ “โรคระบาด”

แต่กำลังจะตายเพราะ “โรคไม่มีสักบาท”

“วัคซีน” คือ “เชื้อเพลิง” ของการเทกออฟเศรษฐกิจไทยครับ

และ “เวลา” มีราคามาก

บทความก่อนหน้านี้‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจชี้ 65% เชื่อ ‘กลุ่มราษฎรหรือม็อบสามนิ้ว’ มีผู้อยู่เบื้องหลัง
บทความถัดไปเครื่องเคียงข้างจอ : ออนไลน์ คอนเสิร์ต กับเพลงสุนทราภรณ์/วัชระ แวววุฒินันท์